Skip Ribbon Commands
Skip to main content
สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์

รู้จัก ก.ล.ต.
รู้จัก ก.ล.ต.
คุณอยู่ที่ : หน้าแรก > รู้จัก ก.ล.ต. > แนวทางการดำเนินงานปี 2559 - 2561
รู้จัก ก.ล.ต.
บทนำ
ประกาศเจตจำนงของ ก.ล.ต.
โครงสร้างองค์กร
ความร่วมมือกับต่างประเทศ
ธรรมาภิบาล
นโยบาย ก.ล.ต. องค์กรปลอดคอรัปชัน
SEC Conference 2017
ผลการดำเนินงาน ปี 2559
แผนยุทธศาสตร์ ปี 2560 - 2562
รายงานประจำปี
แอนิเมชัน รู้จัก ก.ล.ต.
ศูนย์การเรียนรู้ตลาดทุน ก.ล.ต.
วันหยุดทำการ
มติคณะรัฐมนตรีที่เกี่ยวกับ ก.ล.ต.
แนวทางการดำเนินงานปี 2559 - 2561
การดำเนินงานของ ก.ล.ต. นั้น มีทั้งเรื่องต้องดำเนินการอย่างต่อเนื่องหรือเป็นโครงการระยะยาว ที่จะต้องสานต่อ และบางเรื่องก็อาจต้องปรับเปลี่ยนแนวทางการดำเนินการ รวมทั้งต้องดำเนินมาตรการเพิ่มเติม ให้รองรับไว้ล่วงหน้าหรือเท่าทันสภาพแวดล้อมและความต้องการต่าง ๆ ที่อาจเปลี่ยนแปลงไป
สภาพแวดล้อมที่มีผลต่อการกำกับดูแลและพัฒนาตลาดทุนในระยะ 3 ปี
 
ในการวางแผนการดำเนินงานนั้น ก.ล.ต. ได้วิเคราะห์และพบว่าแนวโน้มเศรษฐกิจและตลาดทุนโลกระยะยาวยังคงเป็นไปตามทิศทางเดียวกับที่เคยวิเคราะห์ไว้สำหรับปี 2558 ได้แก่ ความเชื่อมโยงของเศรษฐกิจและตลาดการเงิน ความผันผวนของเงินทุนเคลื่อนย้าย ทิศทางกฎเกณฑ์ใหม่ในลักษณะที่เป็นกฎเกณฑ์ที่มีผลกับบุคคลนอกประเทศ (extraterritorial rules) ความสำคัญของตลาดทุนในการเป็นช่องทางระดมทุนแก่ภาคเศรษฐกิจ การแสวงหาผลตอบแทนที่สูงขึ้น และพัฒนาการที่ก้าวไกลของเทคโนโลยี  โดยทิศทางการเปลี่ยนแปลงในระยะต่อไปที่จะส่งผลกระทบอย่างสูงต่อนโยบายตลาดทุน ได้แก่
 
o ความเชื่อมโยงของเศรษฐกิจและตลาดการเงินโลก กระแสโลกาภิวัตน์สนับสนุนให้เกิดการระดมทุนและลงทุนข้ามประเทศที่สะดวกขึ้น ซึ่งเปิดโอกาสให้ตลาดทุนไทยได้ประโยชน์จากการเติบโตทางเศรษฐกิจของกลุ่มประเทศใน Greater Mekong Subregion (“GMS”)
 
o การแข่งขันที่สูงขึ้นของตลาดหลักทรัพย์ พบว่าตลาดหลักทรัพย์ทั่วโลกต่างกำหนดตำแหน่งทางยุทธศาสตร์ของตนเองอย่างชัดเจนที่จะเป็นศูนย์กลางทางการเงิน (financial center) หรือ gateway เข้าสู่ประเทศเป้าหมาย และกำหนดกลยุทธ์เพื่อเสริมสร้างความสามารถในการแข่งขันด้วยการควบรวมกัน การเชื่อมโยงตลาด หรือการร่วมลงทุน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ ลดต้นทุน และปรับปรุงบริการที่ตอบโจทย์ผู้ลงทุนและผู้ระดมทุน
 
o การนำเทคโนโลยีมาเป็นช่องทางให้บริการทางการเงิน (financial technology: “FinTech”)
เป็นแนวโน้มที่เกิดขึ้นมากในต่างประเทศและกระทบหรือพลิกโฉม (
disrupt) การให้บริการ
ทางการเงินในรูปแบบเดิม ก่อให้เกิดการเปลี่ยน
landscape ของการให้บริการทางการเงิน
มีผู้ให้บริการรูปแบบใหม่ที่ใช้เทคโนโลยีเข้ามาช่วยในการคิดค้นผลิตภัณฑ์ทางการเงินและบริการที่สามารถตอบโจทย์กลุ่มลูกค้าได้หลากหลาย และช่วยให้กลุ่มลูกค้าที่ยังเข้าไม่ถึงบริการทางการเงินสามารถเข้าถึงได้ด้วยต้นทุนที่เหมาะสม
 
o ตลาดทุนเป็นช่องทางระดมทุนแก่กิจการ SME หรือ strategic sector เป็นความท้าทายของ ก.ล.ต. ทั่วโลกที่จะต้องขยายขอบเขตของบทบาทของตน เพื่อเปิดช่องทางการระดมทุนใหม่ ๆ ให้กิจการขนาดกลางและเล็ก หรือกิจการที่สำคัญต่อการพัฒนาประเทศให้สามารถระดมทุนจากตลาดทุนได้สะดวก รวดเร็ว และมีต้นทุนระดมทุนที่สอดคล้องกับความเสี่ยงของกิจการ โดยที่ยังคงมีการให้ความคุ้มครองแก่ผู้ลงทุนในระดับที่เหมาะสม
 
o การเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ จึงเกิดความต้องการออมเงินเพื่อการเกษียณ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ประเทศไทยมีแนวโน้มรุนแรงกว่าประเทศอื่น หากไม่มีการเตรียมพร้อมรองรับจะก่อให้เกิดปัญหาสังคมและกระทบต่อนโยบายการคลังของประเทศในระยะยาว
 
o Blockchain Technology ทำให้สามารถทำธุรกรรมทางการเงินได้อย่างปลอดภัยและต้นทุนต่ำโดยไม่ต้องมีตัวกลาง จึงอาจเปลี่ยนโฉมธุรกิจตลาดหลักทรัพย์ การชำระราคาและส่งมอบหลักทรัพย์ได้ในอนาคต
 
o การพัฒนาอย่างยั่งยืนและความรับผิดชอบต่อสังคม กระแสโลกาภิวัตน์ ความเจริญก้าวหน้าทางเทคโนโลยี และกลไกการตลาด ก่อให้เกิดการเติบโต การผลิต การบริโภคที่เป็นผลเสียต่อสิ่งแวดล้อม การพัฒนาที่ยั่งยืน จึงเป็นแนวคิดเพื่อป้องกันมิให้ธุรกิจคำนึงแต่ผลตอบแทนทางการเงินที่อาจทำให้ต้องเผชิญความเสี่ยงทางเศรษฐกิจ สังคมและสิ่งแวดล้อม ซึ่งมีผลกระทบต่อความอยู่รอดของธุรกิจและตลาดทุนในระยะยาว
 
แผนยุทธศาสตร์ ก.ล.ต. 2559-2661
 
แผนยุทธศาสตร์ 3 ปีนี้ นอกจาก ก.ล.ต. จะพิจารณาแนวโน้มการเปลี่ยนแปลงของโลก ยุทธศาสตร์ของประเทศ และปัญหาเชิงโครงสร้างของตลาดทุนไทยแล้ว ยังเป็นผลลัพธ์ที่ได้มาจากการวิเคราะห์และปรับโฟกัสลงไปให้ตรงจุดที่เป็นปัญหาและการทำความเข้าใจผู้ที่มีส่วนได้เสียให้ถ่องแท้ โดยมุ่งเน้นการทำให้ตลาดทุนมีความน่าเชื่อถือ มีประสิทธิภาพ ทุกภาคส่วนสามารถเข้าถึงและใช้ประโยชน์จากตลาดทุนได้  สอดคล้องกับพันธกิจที่กำหนดไว้  กอปรกับการคำนึงถึงการใช้เครื่องมือในการกำกับดูแลที่เหมาะสม สำหรับการดำเนินมาตรการตามแผนยุทธศาสตร์ในแต่ละเรื่อง โดยมิได้มุ่งเน้นแต่การใช้กฎเกณฑ์ แต่มีการพิจารณานำ softer-side regulation มาใช้ด้วย เช่น การทำความเข้าใจ สื่อสาร เพื่อเชื่อมโยงกับผู้มีส่วนได้เสีย และโน้มน้าวให้เห็นว่าทุกภาคส่วนจะเดินไปด้วยกันเพื่อให้บรรลุเป้าหมายของการเติบโตอย่างยั่งยืนร่วมกันได้อย่างไร
 
แผนยุทธศาสตร์ ปี 2559 - 2561 ประกอบด้วยยุทธศาสตร์ 4 ด้าน และสรุปสาระสำคัญได้ ดังนี้
 
ยุทธศาสตร์ที่ 1: จัดการปัญหาเชิงโครงสร้างเพื่อสร้างความน่าเชื่อถือในตลาดทุน
ประกอบด้วย 3 กลยุทธ์ ซึ่งเน้นการแก้ปัญหาเชิงโครงสร้างของกลไกสำคัญในตลาดทุน ได้แก่ การระดมทุนของบริษัทจดทะเบียน กระบวนการซื้อขายหลักทรัพย์ และการเสนอขายผลิตภัณฑ์ทางการเงิน
 
กลยุทธ์ที่ 1.1 ปรับปรุงระบบนิเวศที่เกี่ยวข้องกับบริษัทจดทะเบียน
ผลลัพธ์ที่คาดหวัง (Intended Outcome): บริษัทจดทะเบียนมีคุณภาพที่ดีขึ้น
 
มาตรการดำเนินการที่สำคัญ
 
o ทำให้เกิดการปฏิบัติทางบรรษัทภิบาลที่เกิดผลอย่างแท้จริง (CG in substance) โดยวางรากฐานผ่านการกำหนดหลักปฏิบัติ เพื่อบูรณาการ CG/ESG (Environment, Social and Governance)  ให้อยู่ในกลไกการดำเนินธุรกิจและนำไปสู่การปฏิบัติจริง รวมถึงเน้นการสื่อสารไปยังบริษัทกลุ่มเป้าหมาย เพื่อก่อให้เกิดความเข้าใจและยอมรับ (buy in) จากกรรมการบริษัทที่เป็นผู้ถือหุ้นใหญ่
 
o เสริมสร้างความความรู้ความรับผิดชอบให้ประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายการเงิน (CFO) ผู้ทำบัญชี ผู้ตรวจสอบภายใน และกรรมการตรวจสอบ โดยจะกำหนดเกณฑ์กำกับดูแลและให้ความรู้ เพื่อให้มีความรับผิดชอบในการจัดทำงบการเงินให้มีความถูกต้องมากขึ้น
 
o พัฒนาผู้สอบบัญชีโดยร่วมมือกับสภาวิชาชีพบัญชีในพระบรมราชูปถัมภ์ ให้ความช่วยเหลือด้านเทคนิคเกี่ยวกับการนำมาตรฐานใหม่ ๆ ไปปฏิบัติแก่บริษัทไทย และปรับปรุงให้ความเห็นชอบผู้สอบบัญชีให้เร็วขึ้น
 
o ผลักดันให้ผู้ลงทุนใช้ปัจจัยด้าน CG/ESG ในการตัดสินใจลงทุน และแก้ไขกฎหมายเพื่อรองรับการใช้สิทธิของผู้ลงทุน
 
o ปรับปรุงการกำกับดูแลที่ปรึกษาทางการเงิน (FA) จากระบบการให้ความเห็นชอบเป็นระบบการให้ใบอนุญาต เพื่อให้มีมาตรฐานการทำงานที่ดีขึ้น และช่วยให้ ก.ล.ต. มีเครื่องมือลงโทษที่หลากหลายและเหมาะสม
 
o กำหนดให้ผู้จำหน่ายหลักทรัพย์หลัก (lead underwriter) ทำ due diligence วิธีการทำงานของ FA เพื่อให้เข้าใจคุณภาพของหลักทรัพย์ และกำหนดให้ผู้สอบบัญชีแจ้งข้อมูลผลการสอบบัญชีให้แก่ FA เพื่อใช้ประโยชน์ในการทำงาน
 
o สนับสนุนให้มีการเปิดเผยข้อมูลหนังสือชี้ชวนและข้อมูลตามแบบรายงาน 56-1 ให้ผู้ลงทุนสามารถเข้าถึงได้สะดวกและอยู่ในรูปแบบที่ทำความเข้าใจได้ง่าย
 
o ส่งเสริมให้ตลาดหลักทรัพย์ฯ ทบทวนนโยบายการรับหลักทรัพย์เข้าจดทะเบียน โดยอาจนำปัจจัยด้านคุณภาพ อัตราการเติบโตของกิจการ หรือราคาตลาดของหลักทรัพย์มาประกอบการพิจารณาจัดหมวดหมู่หลักทรัพย์จดทะเบียน (listing segmentation)  
 
o ส่งเสริมให้ตลาดหลักทรัพย์ฯ ยกระดับดำเนินการบังคับใช้กฎเกณฑ์กับบริษัทจดทะเบียนที่ไม่สามารถดำรงคุณสมบัติได้ตามเกณฑ์ (delisting requirement)
 
o ทบทวนระบบการกำกับดูแลและแบ่งงานการกำกับดูแลบริษัทจดทะเบียนกับตลาดหลักทรัพย์ฯ เพื่อปิดช่องว่าง ลดความซ้ำซ้อน และใช้เครื่องมือที่มีเพื่อประโยชน์สูงสุด
 
กลยุทธ์ที่ 1.2 ปรับปรุงระบบนิเวศที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการซื้อขายหลักทรัพย์
ผลลัพธ์ที่คาดหวัง (Intended Outcome):  ตลาดหลักทรัพย์ฯ และสมาคมบริษัทหลักทรัพย์มีการดำเนินการที่ได้มาตรฐานสากลและคำนึงถึงประโยชน์สาธารณะ (public interest)
 
มาตรการดำเนินการที่สำคัญ
 
o สื่อสารกับสมาคมบริษัทหลักทรัพย์ เพื่อสร้างความชัดเจนในบทบาทหน้าที่ของสมาคม ในกรณีที่สมาคมต้องการทำหน้าที่ Self Regulatory Organization (SRO) จะได้มีการเตรียมความพร้อมด้านทรัพยากร การกำกับดูแลกิจการ และยกระดับมาตรฐานการปฏิบัติงานให้เป็นไปตามหลักสากล
 
o ประสานกับตลาดหลักทรัพย์ฯ และบริษัทหลักทรัพย์ เพื่อร่วมมือกันกำหนดมาตรการป้องปรามการกระทำอันไม่เป็นธรรม (preventive measures) เกี่ยวกับการซื้อขายหลักทรัพย์ 
 
o ปรับปรุงประสิทธิภาพการดำเนินคดีผู้กระทำผิด โดยจะปรับปรุงวิธีการทำงาน มีการกำหนดลำดับความสำคัญของคดี และพัฒนาระบบงานรองรับ เพื่อให้การตรวจสอบและส่งเรื่องดำเนินคดีมีความรวดเร็ว และลดงานตรวจสอบคงค้างให้เหลือน้อยลง
 
กลยุทธ์ที่ 1.3 ปรับปรุงระบบนิเวศที่เกี่ยวข้องกับการนำเสนอผลิตภัณฑ์ทางการเงิน
ผลลัพธ์ที่คาดหวัง (Intended Outcome):  ผลิตภัณฑ์ทางการเงินมีความน่าเชื่อถือ อยู่บนประโยชน์สูงสุด (best interest) ของผู้ลงทุน
 
มาตรการดำเนินการที่สำคัญ
 
o ประสานงานกับธนาคารแห่งประเทศไทย (“ธปท.”) ดูแลการจัดโครงสร้างผลิตภัณฑ์ทางการเงินของ financial  conglomerate เพื่อไม่ให้เกิด mis-pricing ในการผลิตผลิตภัณฑ์ทางการเงินและนำมาเสนอขายต่อประชาชน
 
o ติดตามดูแลให้เกณฑ์ในเรื่อง benchmark และ performance presentation เป็นไปตามมาตรฐานสากล
 
o ปรับปรุงการเปิดเผยข้อมูลและยกระดับคุณภาพการให้บริการของบริษัทที่ได้รับใบอนุญาตนายหน้า ค้า และจัดจำหน่ายที่จำกัดเฉพาะหน่วยลงทุน (LBDU: Limited broker, dealer and underwriter) คนขายหลักทรัพย์ และปรับปรุงหลักเกณฑ์และขั้นตอนการขาย (sales conduct/process)  เพื่อให้ผู้ลงทุนได้รับข้อมูลที่ถูกต้อง
 
 
ยุทธศาสตร์ที่ 2: เพิ่มศักยภาพในการแข่งขันและ international profile ให้ตลาดทุนไทย
ประกอบด้วย 2 กลยุทธ์ ซึ่งเน้นเสริมสร้างประสิทธิภาพและความสามารถในการแข่งขันของผู้ประกอบธุรกิจไทยให้สามารถแข่งขันได้ทั้งในและต่างประเทศ ดังนี้
 
กลยุทธ์ที่ 2.1  ปรับ landscape เพื่อสนับสนุนการแข่งขันอย่างสร้างสรรค์ในธุรกิจตลาดทุน
ผลลัพธ์ที่คาดหวัง (Intended Outcome):  ตลาดทุนไทยมีผู้เล่น (players) ที่สามารถเสนอผลิตภัณฑ์ทางการเงิน และบริการที่ตอบสนองลูกค้า และสามารถแข่งขันได้กับต่างประเทศ
 
มาตรการดำเนินการที่สำคัญ
 
o แก้ไขหลักเกณฑ์ให้บริษัทหลักทรัพย์สามารถผลิตผลิตภัณฑ์ทางการเงินและให้บริการได้มากขึ้น
 
o สนับสนุนให้บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน มีการพัฒนากองทุนรวมรูปแบบใหม่ และลงทุนในทรัพย์สินประเภทใหม่ ๆ ได้เพิ่มเติม
 
o สนับสนุนให้มีการจัดทำบทวิเคราะห์ของหุ้นที่มีการซื้อขายเพิ่มขึ้น และเปิดทางให้ผู้ที่ต้องการทำบทวิเคราะห์สามารถทำได้
 
o ปรับ landscape เพื่อรองรับการแข่งขันจากผู้เล่นรูปแบบใหม่ (new business model) โดยทบทวนโครงสร้างใบอนุญาตและทุนจดทะเบียน และทบทวนเกณฑ์เพื่อเพิ่มธุรกิจประเภทใหม่ที่สอดคล้องกับความต้องการของผู้ลงทุน
 
กลยุทธ์ที่ 2.2 สร้าง international profile ให้ตลาดทุนไทย
ผลลัพธ์ที่คาดหวัง (Intended Outcome):  ตลาดทุนไทยเป็นแหล่งระดมทุนสำคัญสำหรับกิจการที่ต้องการเงินทุนสำหรับ GMS และเป็นแหล่งลงทุนที่น่าสนใจสำหรับผู้ลงทุนทั่วโลกที่ต้องการลงทุนใน GMS
 
มาตรการดำเนินการที่สำคัญ
 
o ร่วมมือกับผู้มีส่วนได้เสีย เพื่อให้ตลาดทุนไทยเป็นแหล่งที่ผู้ลงทุนทั่วโลกสามารถลงทุน
ใน
GMS-related products และช่วยพัฒนาตลาดทุนใน GMS ให้เติบโตไปด้วยกัน
 
o ปรับปรุงเกณฑ์อย่างต่อเนื่องให้ได้มาตรฐานตาม IOSCO principles สามารถปฏิบัติตามมาตรฐาน กฎเกณฑ์ ตามข้อตกลงความร่วมมือต่าง ๆ กับหน่วยงานกำกับดูแลในตลาดสำคัญ เช่น APEC, ARFP, AIFMD และการทำข้อตกลงแบบทวิภาคี (bilateral agreement) ต่าง ๆ
 
ยุทธศาสตร์ที่ 3:  ส่งเสริมให้กิจการและประชาชนเข้าถึงและสามารถใช้ประโยชน์จากตลาดทุน  
 
กลยุทธ์ที่ 3.1 ส่งเสริมให้กิจการเข้าถึงและสามารถใช้ประโยชน์จากตลาดทุน
ผลลัพธ์ที่คาดหวัง (Intended Outcome):   ผู้ที่ต้องการระดมทุนเข้าถึงตลาดทุนและมีต้นทุนระดมทุนที่แข่งขันได้
 
มาตรการดำเนินการที่สำคัญ
 
o ส่งเสริมช่องทางระดมทุน เช่น  กองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐาน และ project-finance bond
 
o ยกระดับและสนับสนุนให้ SMEs ใช้ประโยชน์จากเครื่องมือในตลาดทุน โดย (1) ส่งเสริมให้กิจการมีความเข้าใจและมีการใช้ช่องทางการระดมทุนที่มีอยู่ เช่น equity crowdfunding, private equity trust และเครื่องมืออื่น ๆ ในตลาดทุน (2) ศึกษาความเป็นไปได้ของการเปิดให้มี debt crowdfunding และ  (3) สนับสนุนให้มีเครื่องมือทางเทคโนโลยี เพื่อช่วยในการบริหารจัดการของ SMEs
 
กลยุทธ์ที่ 3.2 สนับสนุนการออมเพื่อรองรับการเกษียณ
ผลลัพธ์ที่คาดหวัง (Intended Outcome): กองทุนสำรองเลี้ยงชีพได้รับการบริหารจัดการที่เหมาะสม เพื่อให้สมาชิกมีเงินรองรับการเกษียณ
 
มาตรการดำเนินการที่สำคัญ
 
o กำหนดเงินลงทุนขั้นต่ำที่เพียงพอต่อการดำรงชีพหลังเกษียณ และให้มีแผนการลงทุนที่มีนโยบายการลงทุนแบบสมดุลตามช่วงอายุ (life path) เปิดให้สมาชิกเลือกลงทุน
 
o อนุญาตให้ บลจ. เสนอแผนการลงทุนได้หลากหลายขึ้นสำหรับเงินลงทุนที่เกินจากเงินลงทุนขั้นต่ำ
 
o ให้ความรู้คณะกรรมการกองทุนและสมาชิก เพื่อกระตุ้นให้ตระหนักถึงความจำเป็นในการจัดการเงินกองทุนสำรองเลี้ยงชีพอย่างมีประสิทธิภาพ 
 
กลยุทธ์ที่ 3.3 ส่งเสริมให้ผู้เกี่ยวข้องในตลาดทุนมีความพร้อม รู้เท่าทันและใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยี
ผลลัพธ์ที่คาดหวัง (Intended Outcome): มีการนำ เทคโนโลยีทางการเงิน (FinTech) มาให้บริการกับ
ผู้ลงทุนและมีการจัดการความเสี่ยงที่ดี 
 
มาตรการดำเนินการที่สำคัญ
 
o จัด FinTech forum และมีการดำเนินโครงการ เพื่อสร้างองค์ความรู้และตั้งโจทย์
ด้านตลาดทุนให้
FinTech startup คิดรูปแบบธุรกิจใหม่ ๆ มาให้บริการแก่ผู้ลงทุน
 
o ออกหลักเกณฑ์เพื่อรองรับธุรกิจรูปแบบใหม่ที่เกิดจากการใช้ FinTech
ในการให้บริการ
 
o กำกับดูแลให้ ตลาดหลักทรัพย์ และตัวกลางหันมาให้ความสนใจและจัดการป้องกัน cyber risk   ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
 
ยุทธศาสตร์ที่ 4: เสริมสร้างองค์กรให้สามารถบรรลุผลตามวิสัยทัศน์และพันธกิจได้อย่างยั่งยืน
 
กลยุทธ์ที่ 4.1 ปรับปรุงนโยบายบริหารจัดการองค์กรด้วยการบูรณการ governance, risk and compliance เข้าไปในการดำเนินงาน (“GRC”)
ผลลัพธ์ที่คาดหวัง (Intended Outcome): ก.ล.ต. บริหารจัดการองค์กรได้มาตรฐานสากล
 
มาตรการดำเนินการที่สำคัญ
 
o มีกระบวนการจัดทำแผนยุทธศาสตร์ และนำไปสู่การปฏิบัติที่บรรลุเป้าหมาย สอดคล้องกับวิสัยทัศน์และพันธกิจ
 
o กำหนดนโยบายบริหารจัดการองค์กรเป็นไปตามหลักสากล โดยให้รวมการบริหารจัดการความเสี่ยงไว้ในกระบวนการตัดสินใจ และติดตามให้มีการนำนโยบายไปใช้ในทุกระดับ
 
กลยุทธ์ที่ 4.2 เสริมสร้างวัฒนธรรมองค์กรและพัฒนาบุคลากร
ผลลัพธ์ที่คาดหวัง (Intended Outcome):  ก.ล.ต. มีพนักงานที่มีความรู้ความสามารถอย่างเพียงพอและยั่งยืน
 
มาตรการดำเนินการที่สำคัญ
 
o บริหารจัดการอัตรากำลังของ ก.ล.ต. เพื่อให้สอดรับกับปริมาณงานและทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ
 
o พัฒนาศักยภาพของพนักงาน และกำหนด succession plan รองรับการเกษียณอายุของพนักงาน
 
o พัฒนาภาวะผู้นำของผู้บริหาร ให้สามารถสอน (coach) งาน และเป็นผู้ขับเคลื่อนที่แท้จริง (real driver) ขององค์กรได้ รวมถึงพัฒนากิจกรรมต่าง ๆ เพื่อสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่สอดคล้องกับค่านิยมองค์กร
 
กลยุทธ์ที่ 4.3 เพิ่มประสิทธิภาพกระบวนการทำงาน
ผลลัพธ์ที่คาดหวัง (Intended outcome):  ก.ล.ต. มีการทำงานที่คำนึงถึงความเสี่ยงและตอบสนองความต้องการของ stakeholders
 
มาตรการดำเนินการที่สำคัญ
 
o สร้างกรอบความร่วมมือระหว่างหน่วยงานกำกับดูแลในตลาดการเงินเพื่อทำแผนร่วมกัน
 
o ลดภาระต่อผู้ประกอบธุรกิจโดยทบทวนกฎหมายและกฎเกณฑ์ เพื่อให้เหมาะสมกับสภาพแวดล้อม ลดภาระที่ไม่จำเป็น และยกระดับความสามารถในการแข่งขันของตลาดทุนไทย
 
o ยกระดับระบบติดตามความเสี่ยงสำคัญและพัฒนาสู่ executive dashboard เพื่อให้การบริหารความเสี่ยงองค์กรและความเสี่ยงที่อาจกระทบตลาดทุนไทยทันต่อสถานการณ์ยิ่งขึ้น
 
o ปรับวิธีการทำงานให้คำนึงถึงผู้มีส่วนได้เสียมากขึ้นและตอบสนองความต้องการของ
ผู้มีส่วนได้เสียได้อย่างแท้จริง
 
กลยุทธ์ที่ 4.4 พัฒนาระบบการบริหารจัดการข้อมูลและการรู้เท่าทันเทคโนโลยี (IT)
ผลลัพธ์ที่คาดหวัง (Intended Outcome):   ก.ล.ต. สามารถใช้ประโยชน์จากข้อมูลและเทคโนโลยี เพื่อใช้ในการตัดสินใจเชิงนโยบายได้อย่างมีประสิทธิภาพ
 
มาตรการดำเนินการที่สำคัญ
 
o จัดทำฐานข้อมูลและมีระบบการจัดการข้อมูลโดยใช้เทคโนโลยี (data analytics) เพื่อให้มี intelligent information รองรับการตัดสินใจเชิงนโยบาย
 
o กำหนดแนวปฏิบัติ (guideline) เพื่อให้ส่วนงานสามารถควบคุมและกำกับดูแล IT และ cyber security ภายในส่วนงานได้
 
o มีแผนจัดเตรียมบุคลากรที่มีทักษะด้าน IT เพื่อรองรับงานกำกับดูแลผู้ประกอบธุรกิจที่มีแนวโน้มจะใช้ IT มาให้บริการแก่ลูกค้าเพิ่มขึ้น
 
o นำ IT มาพัฒนาระบบงานต่าง ๆ ของ ก.ล.ต. เพื่อให้บริการผู้มีส่วนได้เสีย ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
 
กลยุทธ์ที่ 4.5 บริหารการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า
ผลลัพธ์ที่คาดหวัง (Intended outcome):   ก.ล.ต. มีฐานะการเงินที่มั่นคงและไม่สร้างภาระต่อภาคธุรกิจ
 
มาตรการดำเนินการที่สำคัญ
จากการวิเคราะห์สภาพแวดล้อมในปัจจุบัน จึงมีแนวคิดหลักที่ให้ความสำคัญเรื่อง
การบริหารเงินทุนสำรอง เงินรายรับค่าธรรมเนียมและรายจ่าย ซึ่งมีมาตรการสำคัญ ดังนี้
 
o จัดทำ stress test เงินสำรอง เพื่อให้มั่นใจว่าเพียงพอรองรับความผันผวนและไม่มีมากเกินความจำเป็น (overcapitalized)
 
o จัดทำโครงสร้างค่าธรรมเนียมให้คำนึงถึงความสามารถในการแข่งขันของ
ภาคธุรกิจ และสอดคล้องกับการใช้ทรัพยากรของ ก.ล.ต.
 
o จัดทำงบประมาณรายจ่ายให้เชื่อมโยงกับแผนยุทธศาสตร์
 
ในการดำเนินการตามแผนยุทธศาสตร์เพื่อให้บรรลุพันธกิจต่อไปนั้น ต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน เพื่อการเติบโตอย่างยั่งยืนของตลาดทุนไทย โดย ก.ล.ต. จะมุ่งมั่นทำหน้าที่ด้วยการเปิดใจ รับฟัง ตลอดจนศึกษาและวิเคราะห์อย่างรอบด้านเพื่อให้รู้จริง ภายใต้รากฐานของความซื่อตรง และยึดมั่นในประโยชน์สุขของประชาชนเป็นที่ตั้ง
ปรับปรุงล่าสุด 25 พฤษภาคม 2559
สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์
333/3 ถนนวิภาวดีรังสิต แขวงจอมพล เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร 10900
โทรศัพท์ 1207 หรือ 0 2033 9999 โทรสาร 0 2033 9660 e-mail : info@sec.or.th
สงวนลิขสิทธิ์ http://www.sec.or.th 2556 Privacy Policy | Disclaimer | Site Map