Skip Ribbon Commands
Skip to main content
สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์

รู้จัก ก.ล.ต.
รู้จัก ก.ล.ต.
คุณอยู่ที่ : หน้าแรก > รู้จัก ก.ล.ต. > บทนำ
รู้จัก ก.ล.ต.
บทนำ
ประกาศเจตจำนงของ ก.ล.ต.
โครงสร้างองค์กร
ความร่วมมือกับต่างประเทศ
ธรรมาภิบาล
นโยบาย ก.ล.ต. องค์กรปลอดคอรัปชัน
SEC Conference 2017
ผลการดำเนินงาน ปี 2559
แผนยุทธศาสตร์ ปี 2560 - 2562
รายงานประจำปี
แอนิเมชัน รู้จัก ก.ล.ต.
ศูนย์การเรียนรู้ตลาดทุน ก.ล.ต.
วันหยุดทำการ
มติคณะรัฐมนตรีที่เกี่ยวกับ ก.ล.ต.
บทนำ
กำเนิด ก.ล.ต.
วิสัยทัศน์
บทบาทการกำกับดูแล<nobr>และคุ้มครองผู้ลงทุน</nobr>
บทบาทการพัฒนาตลาดทุน
ตราสัญลักษณ์
ผลงานและทิศทางการดำเนินงาน
 

สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เป็นหน่วยงานของรัฐที่ก่อตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 16 พฤษภาคม พ.ศ. 2535 ตามพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535 มีหน้าที่กำกับและพัฒนาตลาดทุนของประเทศ โดยมีภารกิจหลักในการ “กำกับและพัฒนาตลาดทุนของประเทศให้มีประสิทธิภาพ ยุติธรรม โปร่งใส และน่าเชื่อถือ"

 

กำเนิด ก.ล.ต.

 

ตลาดทุนมีบทบาทในการเป็นแหล่งระดมเงินทุนภาคธุรกิจมานานแล้ว โดยก่อนที่จะมี ก.ล.ต. การพัฒนาตลาดทุนมุ่งเน้นไปที่ตลาดรองซึ่งเป็นตลาดเพื่อการซื้อขายเปลี่ยนมือหลักทรัพย์เป็นหลัก ในขณะที่ตลาดแรกซึ่งเป็นตลาดสำหรับการระดมทุนของภาคธุรกิจด้วยการออกหลักทรัพย์เสนอขายแก่ประชาชนทั่วไปในขณะนั้นยังไม่ได้รับการพัฒนาเท่าที่ควร อีกทั้งการกำกับดูแลตลาดทุนในช่วงนั้นอยู่ภายใต้หลายหน่วยงาน กล่าวคือ

 
 

ด้านการซื้อขายหลักทรัพย์

 

กระทรวงการคลังมีอำนาจหน้าที่ในการกำกับดูแลการซื้อขายหลักทรัพย์ในตลาดหลักทรัพย์ ในฐานะเป็นผู้กำหนดหลักเกณฑ์หรือให้ความเห็นชอบหลักเกณฑ์ที่คณะกรรมการตลาดหลักทรัพย์กำหนด รวมทั้งเป็นผู้สั่งรับหรือเพิกถอนหลักทรัพย์ในตลาดหลักทรัพย์ และมีอำนาจหน้าที่กำกับควบคุมการประกอบธุรกิจหลักทรัพย์ในฐานะเป็นผู้ให้ความเห็นชอบหลักเกณฑ์การประกอบธุรกิจหลักทรัพย์ที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนดและเป็นผู้ออกหรือเพิกถอนใบอนุญาตประกอบธุรกิจหลักทรัพย์ ในขณะที่ธนาคารแห่งประเทศไทยเป็นผู้กำหนดหลักเกณฑ์และกำกับดูแลการประกอบธุรกิจของบริษัทหลักทรัพย์ และตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยทำหน้าที่กำหนดหลักเกณฑ์เกี่ยวกับบริษัทสมาชิก ด้วยความเห็นชอบของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง

 

ด้านการระดมทุน

 

กระทรวงพาณิชย์ทำหน้าที่รับจดทะเบียนหนังสือชี้ชวนของบริษัทมหาชนจำกัดที่ออกหลักทรัพย์เสนอขายต่อประชาชนและเป็นนายทะเบียนตามพระราชบัญญัติบริษัทมหาชนจำกัด พ.ศ. 2521 ส่วนตลาดหลักทรัพย์ฯ ดูแลการเสนอขายหุ้นและหุ้นกู้ของบริษัทจำกัดที่อยู่ระหว่างการพิจารณารับเป็นบริษัทจดทะเบียนหรือบริษัทรับอนุญาต ซึ่งพระราชบัญญัติตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย พ.ศ. 2517 ได้เปิดช่องให้บริษัทจำกัดเสนอขายหุ้นหรือหุ้นกู้ต่อประชาชนได้ ดังนั้น บริษัทเหล่านี้จึงไม่ต้องการแปรสภาพเป็นบริษัทมหาชนจำกัด เนื่องจากพระราชบัญญัติบริษัทมหาชนจำกัด ที่ใช้บังคับในขณะนั้นค่อนข้างเข้มงวด​

 

การที่อำนาจหน้าที่และการกำกับดูแลดังกล่าวกระจัดกระจายอยู่ในหลายหน่วยงานและหลายกฎหมาย ทำให้มีการดำเนินงานที่ซ้ำซ้อน ขาดเอกภาพและขาดการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ประกอบกับการซื้อขายในตลาดหุ้นช่วงปี พ.ศ. 2530 มีความคึกคัก มีการเข้ามาเก็งกำไรมาก ทำให้เกิดการซื้อขายในลักษณะที่ไม่เป็นธรรม และยังขาดมาตรการที่จะคุ้มครองผลประโยชน์ของผู้ลงทุนอย่างมีประสิทธิภาพ ดังนั้น เพื่อให้มีกฎหมายและหน่วยงานที่ทำหน้าที่เป็นศูนย์รวมในการกำกับดูแลและพัฒนาตลาดทุน ทั้งตลาดแรกและตลาดรอง รวมทั้งเพื่อเอื้ออำนวยต่อการออกตราสารทางการเงินประเภทใหม่ ๆ และมีบทบัญญัติที่ป้องกันการเอารัดเอาเปรียบที่ชัดเจน จึงได้มีการตรา พระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535 (พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ) และจัดตั้ง ก.ล.ต. ขึ้นเป็นองค์กรอิสระทำหน้าที่กำกับดูแลและพัฒนาตลาดทุน

       

เมื่อตลาดทุนมีการพัฒนาขึ้นเป็นลำดับ ทำให้เกิดนวัตกรรมใหม่ ๆ เช่น สัญญาซื้อขายล่วงหน้า และทรัสต์  ดังนั้น เพื่อรองรับการกำกับดูแลตราสารและการทำธุรกรรมต่าง ๆ ก.ล.ต. จึงได้ตรากฎหมายขึ้น รองรับ ซึ่งได้แก่ พระราชบัญญัติสัญญาซื้อขายล่วงหน้า พ.ศ. 2546 และพระราชบัญญัติทรัสต์เพื่อธุรกรรมในตลาดทุน พ.ศ. 2550 ตามลำดับ  

​​​​​​​​​​​​

​วิสัยทัศน์

 

 

บทบาทการกำกับดูแลและคุ้มครองผู้ลงทุน

 

การเสนอขายหลักทรัพย์ให้แก่ประชาชน

 

การออกและเสนอขายหลักทรัพย์แก่ประชาชนต้องได้รับอนุญาตจาก ก.ล.ต. และผู้ขายหลักทรัพย์ต้องรับรองความถูกต้องของข้อมูล โดย ก.ล.ต. จะพิจารณาเกี่ยวกับการกำกับดูแลกิจการของบริษัทผู้ออกหลักทรัพย์ เช่น มีโครงสร้างการถือหุ้นชัดเจน โครงสร้างการบริหารมีการถ่วงดุลที่เหมาะสม ผู้บริหารไม่ทำธุรกิจที่มีผลประโยชน์ขัดแย้งกับบริษัท ไม่ทำธุรกิจผิดกฎหมาย และต้องเปิดเผยข้อมูลที่จำเป็นต่อการตัดสินใจลงทุนของผู้ลงทุน ตัวอย่างของข้อมูลที่จำเป็นต่อการตัดสินใจของผู้ลงทุน เช่น ฐานะการเงินและผลการดำเนินงาน ปัจจัยความเสี่ยง แผนงานในอนาคต รวมถึงรายละเอียดการเสนอขายหลักทรัพย์ ทั้งนี้ ก.ล.ต. ไม่ได้พิจารณาความเหมาะสมของราคาหลักทรัพย์ แต่จะให้บริษัทเปิดเผยที่มาของการคิดราคาหลักทรัพย์ ให้ผู้ลงทุนทราบ นอกจากนี้ ก.ล.ต. ไม่ได้รับรองความถูกต้องของข้อมูลที่เปิดเผย แต่จะให้บริษัทและที่ปรึกษาทางการเงินซึ่งเป็นผู้ร่วมจัดเตรียมข้อมูลกับบริษัท เป็นผู้รับรองความถูกต้อง

 

เมื่อบริษัทนำหลักทรัพย์เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แล้ว ก.ล.ต. ยังคงกำกับดูแลให้บริษัทเปิดเผยข้อมูลให้ครบถ้วน ทันเวลา และปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ เพื่อรักษาประโยชน์ของผู้ถือหุ้น โดยมีตลาดหลักทรัพย์ทำหน้าที่ดูแลการเปิดเผยข้อมูลในด่านแรก  นอกจากนี้ ก.ล.ต. ยังดูแลการทำรายการที่มีผลกระทบต่อผู้ถือหุ้นอย่างมีนัยสำคัญอีกด้วย เช่น การได้มาหรือจำหน่ายทรัพย์สินสำคัญ การทำรายการกับบุคคลที่เกี่ยวข้อง คำเสนอซื้อกิจการ (takeover) เป็นต้น     

 

ตลาดหลักทรัพย์หรือศูนย์ซื้อขาย (ตลาดรอง)

 

ตลาดหลักทรัพย์หรือศูนย์ซื้อขายต้องมีระบบการซื้อขาย ระบบการชำระราคา และส่งมอบหลักทรัพย์ ที่มีประสิทธิภาพ โดย ก.ล.ต. จะทำหน้าที่กำกับดูแลตลาดหลักทรัพย์หรือศูนย์ซื้อขายอีกต่อหนึ่งเพื่อให้ผู้ลงทุนมั่นใจได้ว่าจะได้รับหลักทรัพย์หรือเงินค่าขายในจำนวนและเวลาที่ถูกต้อง นอกจากนี้ ตลาดหลักทรัพย์หรือศูนย์ซื้อขายยังได้รับมอบหมายให้เป็นผู้ติดตามการซื้อขายเป็นด่านแรก จึงต้องมีระบบติดตามความผิดปกติในการซื้อขาย เพื่อที่จะสามารถยับยั้งการซื้อขายที่ผิดปกติอันจะถือเป็นการเอาเปรียบผู้ลงทุนอื่น  ตรวจสอบข้อมูลเบื้องต้นก่อนจัดส่งข้อมูลให้ ก.ล.ต. ตรวจสอบในเชิงลึกและลงโทษผู้กระทำผิดต่อไป

 

ผู้ประกอบธุรกิจตัวกลาง

 

บริษัทหลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน และตัวแทนซื้อขายสัญญาซื้อขายล่วงหน้า คือผู้ประกอบธุรกิจตัวกลางในตลาดทุนที่ต้องได้รับความไว้วางใจจากผู้ลงทุน โดย ก.ล.ต. ดูแลให้ใบอนุญาตประกอบธุรกิจและกำกับดูแลการปฏิบัติงาน โดยพิจารณาถึงความมั่นคงและความพร้อมของระบบงานและบุคลากรของผู้ประกอบธุรกิจดังนี้

 

1. มีการให้บริการและคำแนะนำที่เหมาะสม

2. มีความมั่นคงทางฐานะการเงิน และมีระบบงานที่ถ่วงดุลการใช้อำนาจ

3. มีระบบที่มั่นใจได้ว่าทรัพย์สินของลูกค้าจะปลอดภัยและมีการแยกบัญชีออกจากบัญชีของบริษัทในกรณีที่บริษัทมีการเก็บรักษาทรัพย์สินให้ลูกค้า

 

ผู้ประกอบวิชาชีพ

 

ผู้ประกอบวิชาชีพในตลาดทุน เช่น ที่ปรึกษาทางการเงิน ผู้สอบบัญชี สถาบันจัดอันดับความน่าเชื่อถือ เป็นกลไกสำคัญที่ทำให้ข้อมูลเกี่ยวกับหลักทรัพย์ที่เปิดเผยต่อประชาชนมีความถูกต้อง ครบถ้วน น่าเชื่อถือ โดยผู้ประกอบวิชาชีพจะต้องได้รับความเห็นชอบจาก ก.ล.ต. และปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ที่ ก.ล.ต. กำหนด เพื่อประโยชน์ของผู้ลงทุนเป็นสำคัญ

บทบาทการพัฒนาตลาดทุน

 

ก.ล.ต. มีภารกิจอีกด้านหนึ่งในการพัฒนาตลาดทุนไทย โดยการดำเนินการด้านนี้ได้กระทำผ่านการพัฒนาในหลายด้าน ได้แก่  

 

       • การดูแลให้สินค้าในตลาดทุนมีการพัฒนาเพื่อให้กิจการสามารถระดมทุนด้วยรูปแบบและต้นทุนที่เหมาะสม ในขณะเดียวกันเป็นการเพิ่มทางเลือกให้แก่ผู้ลงทุนด้วย  

       • การพัฒนาตลาดหลักทรัพย์หรือศูนย์ซื้อขายให้มีศักยภาพและความสามารถในการแข่งขัน 

       • การพัฒนาผู้ประกอบธุรกิจตัวกลาง เพื่อให้สามารถทำธุรกิจที่หลากหลาย เพิ่มความแข็งแกร่งให้แก่อุตสาหกรรมธุรกิจหลักทรัพย์

       • การพัฒนาผู้ลงทุนด้วยการให้ความรู้และข้อมูลที่เพียงพอต่อการตัดสินใจเพื่อให้ตลาดทุนมีผู้ลงทุนที่มีคุณภาพ ​สามารถดูแลประโยชน์ และใช้สิทธิของตนได้อย่างเหมาะสม การสร้างความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับการลงทุน การวางกลไกให้ผู้ลงทุนรู้จักตนเองไปพร้อม ๆ กับการกำหนดให้ผู้ประกอบธุรกิจตัวกลางต้องทำความรู้จักลูกค้าเพื่อที่จะเสนอขายสินค้าการลงทุนหรือให้คำแนะนำได้อย่างเหมาะสม และการจัดให้มีศูนย์เพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่นักลงทุนในการสอบถามข้อมูล ร้องเรียน ชี้เบาะแสการกระทำผิดหรือให้ข้อเสนอแนะแก่ ก.ล.ต. ทั้งนี้ เนื่องจาก ก.ล.ต. เห็นว่าผู้ลงทุนที่มีคุณภาพถือเป็นรากฐานสำคัญในการพัฒนาตลาดทุน

ตราสัญลักษณ์ของ ก.ล.ต.

 






ปรับปรุงล่าสุด 20 มกราคม 2559
สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์
333/3 ถนนวิภาวดีรังสิต แขวงจอมพล เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร 10900
โทรศัพท์ 1207 หรือ 0 2033 9999 โทรสาร 0 2033 9660 e-mail : info@sec.or.th
สงวนลิขสิทธิ์ http://www.sec.or.th 2556 Privacy Policy | Disclaimer | Site Map