หมวดที่ 5
ตลาดหลักทรัพย์
___________________________________________________
ส่วนที่ 2
คณะกรรมการตลาดหลักทรัพย์
 
มาตรา 159 (คณะกรรมการตลาดหลักทรัพย์)
 
ให้มีคณะกรรมการตลาดหลักทรัพย์คณะหนึ่งประกอบด้วยบุคคลซึ่งคณะกรรมการ ก.ล.ต แต่งตั้งจำนวนไม่เกินห้าคน กับบุคคลซึ่งสมาชิกตาม มาตรา 158 เลือกตั้งอีกจำนวนไม่เกินห้าคน เป็นกรรมการ และผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์เป็นกรรมการตลาดหลักทรัพย์โดยตำแหน่ง
บุคคลซึ่งคณะกรรมการ ก.ล.ต. แต่งตั้งตามวรรคหนึ่ง ต้องเป็นผู้มีความรู้และประสบการณ์ในกิจการตลาดหลักทรัพย์ ธุรกิจหลักทรัพย์ หรือธุรกิจการเงินเป็นอย่างดีและอย่างน้อยหนึ่งคนต้องเป็นผู้บริหารระดับสูงของบริษัทที่มีหลักทรัพย์จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์
ให้คณะกรรมการตลาดหลักทรัพย์เลือกกรรมการตลาดหลักทรัพย์คนหนึ่งนอกจากผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์เป็นประธานกรรมการ และจะเลือกกรรมการตลาดหลักทรัพย์อีกคนหนึ่งเป็นรองประธานกรรมการด้วยก็ได
 
มาตรา 160 (คุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามของกรรมการตลาดหลักทรัพย์)
 
กรรมการตลาดหลักทรัพย์ต้องมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามดังต่อไปนี้
(1) มีสัญชาติไทย
(2) ไม่เป็นหรือเคยเป็นบุคคลล้มละลาย
(3) ไม่เคยได้รับโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก เว้นแต่เป็นโทษสำหรับความผิดที่กระทำโดยประมาทหรือความผิดลหุโทษ
(4) ไม่เป็นข้าราชการซึ่งมีตำแหน่งหรือเงินเดือนประจำ ข้าราชการการเมือง หรือพนักงานหรือลูกจ้างของหน่วยงานของรัฐหรือรัฐวิสาหกิจ หรือของราชการส่วนท้องถิ่น สมาชิกสภาท้องถิ่น หรือผู้บริหารท้องถิ่น ซึ่งได้รับเลือกตั้ง
(5) ไม่เป็นผู้ที่พ้นจากตำแหน่งเนื่องจากคณะกรรมการ ก.ล.ต. มีมติให้ออก
 
มาตรา 161 (วาระของกรรมการตลาดหลักทรัพย์ นอกจากผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์)
 
ให้กรรมการตลาดหลักทรัพย์นอกจากผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์ดำรงตำแหน่งคราวละสองปี แต่ในวาระเริ่มแรกเมื่อครบกำหนดหนึ่งปีให้กรรมการตลาดหลักทรัพย์ซึ่งคณะกรรมการ ก.ล.ต. แต่งตั้งและกรรมการตลาดหลักทรัพย์ซึ่งสมาชิกเลือกตั้งออกจากตำแหน่งฝ่ายละสองคนโดยวิธีจับสลากและให้ถือว่าการออกจากตำแหน่งโดยการจับสลากเป็นการออกตามวาระด้วย
กรรมการตลาดหลักทรัพย์ ที่พ้นจากตำแหน่งตามวาระอาจได้รับแต่งตั้งหรือเลือกตั้งได้อีก แต่จะดำรงตำแหน่งติดต่อกันเกินสองวาระมิได้
 
มาตรา 162 (การพ้นจากตำแหน่งด้วยเหตุอื่นของกรรมการตลาดหลักทรัพย์)
 
นอกจากการพ้นจากตำแหน่งตามวาระ กรรมการตลาดหลักทรัพย์พ้นจากตำแหน่งเมื่อ
(1) ตาย
(2) ลาออก
(3) คณะกรรมการ ก.ล.ต. มีมติให้ออก
(4) เป็นผู้ขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้ามตาม มาตรา 160
เมื่อกรรมการตลาดหลักทรัพย์พ้นจากตำแหน่งก่อนวาระ ให้คณะกรรมการ ก.ล.ต. แต่งตั้ง หรือสมาชิกตามมาตรา 158 เลือกตั้งบุคคลอื่นเป็นกรรมการตลาดหลักทรัพย์แทน แล้วแต่กรณี
 
มาตรา 163 (การนำบทบัญญัติมาใช้บังคับโดยอนุโลม)
 
ให้นำความใน มาตรา 10 วรรคสอง มาตรา 11 วรรคสอง มาตรา 12 และ มาตรา 13 มาใช้บังคับโดยอนุโลม
 
มาตรา 164 (การแต่งตั้ง ประโยชน์ตอบแทน และวาระของผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์)
 
ให้คณะกรรมการตลาดหลักทรัพย์เป็นผู้แต่งตั้งผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์ โดยให้ได้รับเงินเดือนและประโยชน์ตอบแทนอย่างอื่นตามที่คณะกรรมการตลาดหลักทรัพย์กำหนดผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์มีวาระอยู่ในตำแหน่งคราวละไม่เกินสี่ปี และอาจได้รับแต่งตั้งอีกได้
 
มาตรา 165 (คุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามของผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์)
 
ผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์ต้อง
(1) มีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตาม มาตรา 160
(2) เป็นผู้สามารถปฏิบัติงานเต็มเวลาให้แก่ตลาดหลักทรัพย์
 
มาตรา 166 (การพ้นจากตำแหน่งด้วยเหตุอื่นของผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์)
 
นอกจากการพ้นจากตำแหน่งตามวาระ ผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์พ้นจากตำแหน่งเมื่อ
(1) ตาย
(2) ลาออก
(3) มีอายุครบหกสิบปีบริบูรณ์
(4) คณะกรรมการตลาดหลักทรัพย์มีมติให้ออก
(5) ขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้ามตาม มาตรา 160
มติคณะกรรมการตลาดหลักทรัพย์ที่ให้ผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์ออกจากตำแหน่งต้องประกอบด้วยคะแนนเสียงไม่น้อยกว่าสามในสี่ของจำนวนกรรมการตลาดหลักทรัพย์ทั้งหมด โดยไม่นับผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์
 
มาตรา 167 (อำนาจหน้าที่ของผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์)
 
ผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์มีหน้าที่บริหารกิจการของตลาดหลักทรัพย์ให้เป็นไปตามนโยบาย และระเบียบข้อบังคับของคณะกรรมการตลาดหลักทรัพย์ และมีอำนาจบังคับบัญชาพนักงานและลูกจ้างของตลาดหลักทรัพย์
ในการบริหารกิจการ ผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์ต้องรับผิดชอบต่อคณะกรรมการตลาดหลักทรัพย์
 
มาตรา 168 (ผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์เป็นผู้แทนของตลาดหลักทรัพย์)
 
ในกิจการที่เกี่ยวกับบุคคลภายนอก ผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์เป็นผู้แทนของตลาดหลักทรัพย์ และเพื่อการนี้ผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์จะมอบหมายให้บุคคลใด ๆ ปฏิบัติกิจการบางอย่างแทนโดยไม่ขัดต่อระเบียบหรือข้อบังคับที่คณะกรรมการตลาดหลักทรัพย์กำหนดไว้ก็ได้
การมอบหมายตามวรรคหนึ่งให้ทำเป็นหนังสือ
 
มาตรา 169 (การแต่งตั้งผู้ทำการแทนผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์เป็นการชั่วคราว)
 
เมื่อตำแหน่งผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์ว่างลงหรือไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ได้ ให้คณะกรรมการตลาดหลักทรัพย์แต่งตั้งคณะกรรมการตลาดหลักทรัพย์หรือพนักงานของตลาดหลักทรัพย์คนใดคนหนึ่งเป็นผู้ทำการแทนเป็นการชั่วคราวได้ในการนี้ ให้ผู้ทำการแทนมีอำนาจและหน้าที่เช่นเดียวกับผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์
 
มาตรา 170 (อำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการตลาดหลักทรัพย์)
 
ให้คณะกรรมการตลาดหลักทรัพย์มีอำนาจหน้าที่วางนโยบายควบคุมดูแลการดำเนินงานของตลาดหลักทรัพย์ และปฏิบัติการอื่นใดเพื่อให้เป็นไปตามพระราชบัญญัตินี้
อำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการตลาดหลักทรัพย์ตามวรรคหนึ่ง ให้รวมถึงการกำหนดระเบียบหรือข้อบังคับในเรื่องดังต่อไปนี้
(1) หลักเกณฑ์ เงื่อนไขและวิธีการเกี่ยวกับการรับและเพิกถอนหลักทรัพย์จดทะเบียน
(2) อัตราค่าธรรมเนียมในการปฏิบัติหน้าที่เป็นนายหน้าหรือตัวแทนในการซื้อขายหลักทรัพย์จดทะเบียน
(3) หลักเกณฑ์และวิธีการเกี่ยวกับการเป็นสมาชิกในตลาดหลักทรัพย์ การเลือกตั้งกรรมการตลาดหลักทรัพย์ตาม มาตรา 159 จำนวน วิธีการรับ คุณสมบัติ สิทธิและหน้าที่ วินัย การลงโทษ การประชุม ตลอดจนการโอนและการพ้นจากสมาชิกภาพของสมาชิกตลาดหลักทรัพย์
(4) การกำหนดเกี่ยวกับค่าเข้าเป็นสมาชิก ค่าบำรุง เงินประกันและค่าบริการต่าง ๆ ที่สมาชิกจะพึงจ่ายให้แก่ตลาดหลักทรัพย์
(5) หลักเกณฑ์เกี่ยวกับข้อกำหนดเพิ่มเติมในการบัญชีและการสอบบัญชี โดยไม่ขัดต่อมาตรฐานที่กำหนดโดยสถาบันวิชาชีพซึ่งหน่วยราชการที่เกี่ยวข้องให้การรับรอง
(6) การประกาศรายชื่อผู้สอบบัญชีที่ได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการตลาดหลักทรัพย์ให้ทำการสอบบัญชีของบริษัทที่มีหลักทรัพย์จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์
(7) หลักเกณฑ์ เงื่อนไขและวิธีการเกี่ยวกับการจัดทำทะเบียนผู้ถือหลักทรัพย์จดทะเบียน การเปิดเผยฐานะการเงิน และผลการดำเนินงานของบริษัทที่มีหลักทรัพย์จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์
(8) หลักเกณฑ์ เงื่อนไขและวิธีการเกี่ยวกับการทำสัญญาเป็นนายหน้า หรือตัวแทนซื้อขายหลักทรัพย์จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ให้แก่ลูกค้าและบริษัทหลักทรัพย์ที่มิใช่สมาชิก
(9) หลักเกณฑ์เงื่อนไข และวิธีการเกี่ยวกับการซื้อขายหลักทรัพย์จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ การอนุญาตให้สมาชิกซื้อหรือขายหลักทรัพย์จดทะเบียนนอกตลาดหลักทรัพย์และการชำระราคาและการส่งมอบหลักทรัพย์จดทะเบียนที่ได้มีการซื้อหรือขายในตลาดหลักทรัพย์
(10) หลักเกณฑ์ เงื่อนไขและวิธีการเกี่ยวกับการห้ามซื้อ หรือขายหลักทรัพย์จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์เป็นการชั่วคราว
(11) หลักเกณฑ์ เงื่อนไขและวิธีการเกี่ยวกับการเข้าไปตรวจสอบเอกสาร และสมุดบัญชีของสมาชิกตลาดหลักทรัพย์
(12) เวลาทำการประจำวันและวันหยุดทำการสำหรับการซื้อขายหลักทรัพย์ ในตลาดหลักทรัพย์
(13) หลักเกณฑ์ เงื่อนไขและวิธีการเกี่ยวกับการจัดทำและเปิดเผยรายงานการถือหลักทรัพย์รวมทั้งกำหนดระยะเวลาการรับรองการโอนหลักทรัพย์และการออกใบหลักทรัพย์
(14) การบรรจุ แต่งตั้ง ถอดถอน พนักงานและลูกจ้าง วินัย การลงโทษพนักงานและลูกจ้างของตลาดหลักทรัพย์ ตลอดจนการร้องทุกข์และระเบียบวิธีปฏิบัติงานของตลาดหลักทรัพย์
(15) การกำหนดตำแหน่ง อัตราเงินเดือน ค่าจ้างและเงินบำเหน็จรางวัลพนักงานและลูกจ้างของตลาดหลักทรัพย์
(16) การสงเคราะห์พนักงานและลูกจ้าง หรือผู้พ้นจากการเป็นพนักงาน และลูกจ้างของตลาดหลักทรัพย์ ตลอดจนครอบครัวของบุคคลเหล่านั้น
(17) การอื่นใดที่จำเป็นต่อการดำเนินงานของตลาดหลักทรัพย์
การกำหนดหรือแก้ไขเปลี่ยนแปลงระเบียบหรือข้อบังคับตาม (2) (3) (4) (8) (9) (10) (11) และ (12) ต้องรับฟังความเห็นจากที่ประชุมสมาชิก่อนและการกำหนดหรือแก้ไขเปลี่ยนแปลงระเบียบหรือข้อบังคับตาม (1) (2) (3) (4) (5) (6) (7) (11) และ (17) เมื่อได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการ ก.ล.ต. แล้ว จึงให้ใช้บังคับได้
 
มาตรา 171 (การสั่งรับหรือเพิกถอนหลักทรัพย์จดทะเบียนหรือการห้ามการซื้อขายหลักทรัพย์เป็นการชั่วคราว)
 
ให้คณะกรรมการตลาดหลักทรัพย์ มีอำนาจหน้าที่ดังต่อไปนี้
(1) รับหลักทรัพย์ที่มีคุณสมบัติครบถ้วนตามหลักเกณฑ์ เงื่อนไขและวิธีการเกี่ยวกับการรับหลักทรัพย์จดทะเบียนตาม มาตรา 170 (1) เป็นหลักทรัพย์จดทะเบียน
(2) ห้ามการซื้อขายหลักทรัพย์จดทะเบียนรายใดรายหนึ่งในตลาดหลักทรัพย์เป็นการชั่วคราว โดยกำหนดระยะเวลาตามที่เห็นสมควร
(3) ห้ามสมาชิกรายใดรายหนึ่งเข้าทำการซื้อหรือขายหลักทรัพย์จดทะเบียน ในตลาดหลักทรัพย์เป็นการชั่วคราว โดยกำหนดระยะเวลาตามที่เห็นสมควร
(4) เพิกถอนการเป็นหลักทรัพย์จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ตามหลักเกณฑ์ เงื่อนไขและวิธีการเกี่ยวกับการเพิกถอนหลักทรัพย์จดทะเบียนตาม มาตรา 170 (1)
การสั่งรับหลักทรัพย์หรือเพิกถอนหลักทรัพย์จดทะเบียน ให้ตลาดหลักทรัพย์ประกาศไว้ในที่เปิดเผย ณ สถานที่ทำการของตลาดหลักทรัพย์และเผยแพร่ให้ประชาชนทั่วไปทราบก่อนวันที่หลักทรัพย์ดังกล่าวเป็นหรือถูกเพิกถอนการเป็นหลักทรัพย์จดทะเบียน
 
มาตรา 172 (การสั่งให้บริษัทที่มีหลักทรัพย์จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์กระทำการหรืองดเว้นกระทำการ)
 
เพื่อให้การดำเนินงานของตลาดหลักทรัพย์เป็นไปโดยเรียบร้อยหรือเพื่อคุ้มครองประโยชน์ของผู้ลงทุนให้คณะกรรมการตลาดหลักทรัพย์มีอำนาจสั่งให้บริษัทที่มีหลักทรัพย์จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ กระทำการหรืองดเว้นกระทำการในเรื่องใด ๆ ตามความจำเป็นและสมควร
ในกรณีบริษัทที่มีหลักทรัพย์จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฝ่าฝืนคำสั่งของคณะกรรมการตลาดหลักทรัพย์ตามวรรคหนึ่ง คณะกรรมการตลาดหลักทรัพย์จะใช้อำนาจตาม มาตรา 171 (2) หรือ (4) ก็ได้
 
มาตรา 173 (สิทธิเรียกร้องค่าเสียหายของผู้ถือหลักทรัพย์ที่ถูกเพิกถอนการเป็นหลักทรัพย์จดทะเบียน)
 
ในกรณีคณะกรรมการตลาดหลักทรัพย์เพิกถอนการเป็นหลักทรัพย์จดทะเบียน เนื่องจากบริษัทฝ่าฝืนคำสั่งตาม มาตรา 172 ให้บุคคลผู้ถือหลักทรัพย์ที่ถูกเพิกถอนนั้นมีสิทธิเรียกร้องค่าเสียหายจากกรรมการ ผู้จัดการ หรือบุคคลผู้ซึ่งรับผิดชอบในการดำเนินงานของบริษัทผู้เป็นต้นเหตุแห่งการฝ่าฝืนคำสั่งดังกล่าว
บุคคลผู้ถือหลักทรัพย์ที่มีสิทธิเรียกร้องค่าเสียหายตามวรรคหนึ่ง ต้องเป็นผู้ได้หลักทรัพย์นั้นมาก่อนการเพิกถอนและมิได้มีส่วนร่วมหรือให้ความเห็นชอบหรืออนุมัติแก่การฝ่าฝืนเช่นว่านั้น
 
มาตรา 174 (จำนวนค่าเสียหายที่ต้องชดใช้)
 
ความผิดชดใช้ค่าเสียหายตาม มาตรา 173 ให้เป็นจำนวนเงินเท่ากับมูลค่าที่ลดลงจากราคาขายครั้งสุดท้ายในตลาดหลักทรัพย์ของหลักทรัพย์นั้น
 
มาตรา 175 (อำนาจฟ้องร้องของตลาดหลักทรัพย์)
 
ให้ตลาดหลักทรัพย์มีอำนาจฟ้องร้องบังคับคดีเรียกค่าเสียหายตาม มาตรา 174 เพื่อประโยชน์ของผู้ถือหลักทรัพย์ทั้งปวง
 
มาตรา 176 (คณะอนุกรรมการตลาดหลักทรัพย์)
 
ให้คณะกรรมการตลาดหลักทรัพย์มีอำนาจแต่งตั้งคณะอนุกรรมการตลาดหลักทรัพย์เพื่อดำเนินกิจการอย่างใดอย่างหนึ่งของตลาดหลักทรัพย์ตามที่คณะกรรมการตลาดหลักทรัพย์มอบหมายได้ และให้นำความใน มาตรา 12 มาใช้บังคับโดยอนุโลม
ให้คณะอนุกรรมการตลาดหลักทรัพย์ได้รับประโยชน์ตอบแทนตามที่คณะกรรมการตลาดหลักทรัพย์กำหนด
 
มาตรา 177 (ประโยชน์ตอบแทนแก่คณะกรรมการตลาดหลักทรัพย์)
 
ให้ประธานกรรมการ รองประธานกรรมการ และกรรมการตลาดหลักทรัพย์ได้รับประโยชน์ตอบแทนตามที่ที่ประชุมสมาชิกของตลาดหลักทรัพย์กำหนด