Skip Ribbon Commands
Skip to main content
สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์

ตลาดรอง / องค์กรอื่นๆ
ตลาดรอง / องค์กรอื่นๆ
ตัวกลาง
การจัดการลงทุน
ตลาดรอง / องค์กรอื่นๆ
หลักการ / วัตถุประสงค์ของการกำกับดูแล
ตลาดหรือศูนย์ซื้อขาย
สำนักหักบัญชี
ศูนย์รับฝากหลักทรัพย์
นายทะเบียนหลักทรัพย์
องค์กรที่เกี่ยวเนื่อง
ตลาดหรือศูนย์ซื้อขาย
      
ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย

คณะกรรมการ ก.ล.ต. และสำนักงาน ก.ล.ต. กำกับดูแลตลาดหลักทรัพย์ในหลายมิติ (หมวด 5 ของ พ.ร.บ.หลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535 มาตรา 153 - 188) ได้แก่
 
 (1) การแต่งตั้งกรรมการของตลาดหลักทรัพย์

กฎหมายกำหนดให้กรรมการตลาดหลักทรัพย์มาจาก 2 ทาง คือ (1) คณะกรรมการ ก.ล.ต. แต่งตั้งจำนวนไม่เกิน 5 คน และ (2) สมาชิกของตลาดหลักทรัพย์เลือกตั้งไม่เกิน 5 คน เพื่อให้เกิดการคานอำนาจระหว่างผู้กำกับดูแลและผู้ประกอบธุรกิจ และให้มีผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์เป็นกรรมการตลาดหลักทรัพย์โดยตำแหน่ง (มาตรา 159)


 
 (2) การให้ความเห็นชอบหลักเกณฑ์ของตลาดหลักทรัพย์
 
ในการกำหนดหรือแก้ไขเปลี่ยนแปลงระเบียบหรือข้อบังคับของตลาดหลักทรัพย์
ที่เกี่ยวกับหลักทรัพย์จดทะเบียนและบริษัทสมาชิก  ตลาดหลักทรัพย์จะดำเนินการได้ต่อเมื่อได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการ ก.ล.ต.  เช่น การรับและเพิกถอนหลักทรัพย์จดทะเบียน อัตราค่าธรรมเนียมการซื้อขายหลักทรัพย์จดทะเบียน การกำกับดูแลสมาชิก การกำหนดเกี่ยวกับค่าเข้าเป็นสมาชิก หลักเกณฑ์เกี่ยวกับการจัดทำทะเบียนผู้ถือหลักทรัพย์จดทะเบียน เป็นต้น  เนื่องจากเรื่องดังกล่าวมีความสำคัญและมีผลกระทบในวงกว้าง (มาตรา 170)
 
 (3) การรายงานการดำเนินงาน
 
คณะกรรมการตลาดหลักทรัพย์มีหน้าที่ส่งรายงานทางการเงิน ผลและแผนการดำเนินงาน ต่อสำนักงาน ก.ล.ต. เป็นประจำทุกปี เพื่อให้สามารถติดตามการดำเนินงานของตลาดหลักทรัพย์ได้ ในกรณีที่มีข้อสังเกตจากรายงานดังกล่าว สำนักงาน ก.ล.ต. จะประสานงานเพื่อขอคำชี้แจงเพื่อให้มั่นใจว่าการดำเนินงานของตลาดหลักทรัพย์เป็นไปด้วยความโปร่งใส  
(มาตรา 181) และ ประกาศ ทด. 79/2552 เรื่องหลักเกณฑ์ เงื่อนไข และวิธีการยื่นงบการเงินประจำปีและการจัดทำรายงานของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย

 (4) การกำกับการซื้อขายหลักทรัพย์

ตลาดหลักทรัพย์เป็นด่านแรกในการติดตามการซื้อขาย (
front line market
surveillance) เพื่อให้มีความเป็นระเบียบเรียบร้อยเนื่องจากอยู่ใกล้ชิดกับการซื้อขายหลักทรัพย์ ซึ่งต้องส่งผ่านระบบของตลาดหลักทรัพย์และผู้ส่งคำสั่งเป็นสมาชิกของตลาดหลักทรัพย์ โดยหากพบการซื้อขายที่ไม่ปกติและต้องดำเนินการตามกฎหมายหรือต้องตรวจสอบในรายละเอียดมากขึ้น ตลาดหลักทรัพย์จะส่งให้สำนักงาน ก.ล.ต. ดำเนินการต่อ

ทั้งนี้ ในกรณีที่อาจเกิดความเสียหายต่อประโยชน์ของประชาชนหรือเศรษฐกิจ
ของประเทศ คณะกรรมการ ก.ล.ต. สามารถห้ามการซื้อขายหลักทรัพย์เป็นการชั่วคราว หรือสั่งให้คณะกรรมการหรือผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์กระทำการตามที่เห็นสมควร ส่วนในกรณีที่อุปกรณ์ในระบบซื้อขายมีเหตุขัดข้อง ทำให้ไม่อาจซื้อขายหลักทรัพย์ได้ตามปกติ ผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์มีอำนาจสั่งหยุดการซื้อขายเป็นการชั่วคราวได้ และรายงานต่อคณะกรรมการ ก.ล.ต. ทันที
 
(5) การตรวจสอบการดำเนินงานของตลาดหลักทรัพย์

เพื่อให้มั่นใจว่าการดำเนินงานของตลาดหลักทรัพย์มีประสิทธิภาพ น่าเชื่อถือ และสอดคล้องกับมาตรฐานสากล
สำนักงาน ก.ล.ต. มีการตรวจสอบการทำหน้าที่ของตลาดหลักทรัพย์ในด้านการกำกับดูแลบริษัทจดทะเบียนและบริษัทสมาชิก การเปิดเผยข้อมูล และระบบการซื้อขาย โดยได้นำ IOSCO Principles มาใช้กำหนดขอบเขตการตรวจสอบและความคาดหวังที่มีต่อการดำเนินงานของตลาดหลักทรัพย์

ศูนย์ซื้อขายสัญญาซื้อขายล่วงหน้าหรือตลาดอนุพันธ์
(Derivatives Exchange)  

คณะกรรมการ ก.ล.ต. คณะกรรมการกำกับตลาดทุน และสำนักงาน ก.ล.ต. กำกับดูแลบริษัทตลาดอนุพันธ์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ดังนี้
 
  1. การแต่งตั้งกรรมการของตลาดอนุพันธ์
 
กรรมการของตลาดอนุพันธ์ต้องมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามพระราชบัญญัติ
บริษัทมหาชนจำกัด พ.ศ. 2535 และพระราชบัญญัติสัญญาซื้อขายล่วงหน้า พ.ศ. 2546 (มาตรา 61 และประกาศ กย. 51/2547) หากกรรมการปฏิบัติหน้าที่บกพร่องอย่างร้ายแรง หรือกระทำผิดต่อหน้าที่โดยทุจริต คณะกรรมการ ก.ล.ต. สามารถสั่งถอดถอนกรรมการของตลาดอนุพันธ์ได้ (มาตรา 62)
 
2. การให้ความเห็นชอบหลักเกณฑ์ของตลาดอนุพันธ์

การกำหนดหลักเกณฑ์ของตลาดอนุพันธ์ต้องได้รับความเห็นชอบจาก
คณะกรรมการกำกับตลาดทุน (มาตรา 63 มาตรา 64 และประกาศ สด. 46/2552) และในกรณีที่ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการกำหนดหลักเกณฑ์เปลี่ยนแปลงไป คณะกรรมการ ก.ล.ต. สามารถสั่งให้ตลาดอนุพันธ์กำหนดหลักเกณฑ์เพิ่มเติม ยกเลิกหรือแก้ไขหลักเกณฑ์เดิมได้ (มาตรา 65)
 
3. การออกสินค้าในตลาดอนุพันธ์

ตลาดอนุพันธ์จะจัดให้มีการซื้อขายสินค้าเมื่อได้รับความเห็นชอบในสาระสำคัญ
จากสำนักงาน ก.ล.ต. แล้ว (มาตรา 67 และประกาศ สย. 12/2548) และในกรณีที่สินค้าใดไม่สอดคล้องกับสภาพเศรษฐกิจ สำนักงาน ก.ล.ต. สามารถยกเลิกการให้ความเห็นชอบได้ (มาตรา 68)
 
4. การเปิดเผยข้อมูลและการรายงาน
 
ตลาดอนุพันธ์ต้องเปิดเผยงบดุล งบกำไรขาดทุน และรายงานของผู้สอบบัญชี
ณ ที่ทำการ ภายใน 21 วันนับแต่วันที่ได้รับอนุมัติจากที่ประชุมผู้ถือหุ้นใหญ่ แต่ไม่เกิน 4 เดือนนับแต่วันสิ้นสุดรอบปีบัญชี (มาตรา 74 และประกาศ กธ. 50/2548) และต้องจัดส่งงบการเงินสำหรับรอบระยะเวลา 1 ปี ต่อสำนักงาน(มาตรา 89 และประกาศ กธ. 50/2548)
 
5. การกำกับซื้อขายสินค้า
 
ตลาดอนุพันธ์เป็นด่านแรกในการติดตามการซื้อขาย (front line market surveillance) เพื่อให้มีความเป็นระเบียบเรียบร้อย หากพบการซื้อขายที่ไม่ปกติและต้องดำเนินการตามกฎหมายหรือต้องตรวจสอบในรายละเอียดที่มากขึ้น ก็จะส่งให้สำนักงานดำเนินการต่อ
 
ทั้งนี้ ในกรณีที่มีเหตุจำเป็นที่ต้องรักษาความมั่นคงของระบบการเงิน เศรษฐกิจของประเทศ หรือเสถียรภาพของระบบการซื้อขายและการชำระหนี้ คณะกรรมการกำกับตลาดทุนสามารถสั่งให้ตลาดอนุพันธ์งดการซื้อขาย ล้างฐานะ จำกัดช่วงราคาการซื้อขาย แก้ไขหรือพักการบังคับใช้หลักเกณฑ์ของตลาดอนุพันธ์เป็นการชั่วคราวได้ (มาตรา 70)
 
 
6. การตรวจสอบการดำเนินงานของตลาดอนุพันธ์ 

เพื่อให้มั่นใจว่าการดำเนินงานของตลาดอนุพันธ์มีประสิทธิภาพ น่าเชื่อถือ และสอดคล้องกับมาตรฐานสากล
สำนักงานมีการตรวจสอบการทำหน้าที่ของตลาดอนุพันธ์ในด้านระบบการซื้อขาย การกำกับดูแลบริษัทสมาชิก และการตรวจสอบการซื้อขาย

ปรับปรุงล่าสุด 20 กันยายน 2559
สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์
333/3 ถนนวิภาวดีรังสิต แขวงจอมพล เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร 10900
โทรศัพท์ 1207 หรือ 0 2033 9999 โทรสาร 0 2033 9660 e-mail : info@sec.or.th
สงวนลิขสิทธิ์ http://www.sec.or.th 2556 Privacy Policy | Disclaimer | Site Map