Skip Ribbon Commands
Skip to main content
สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์

ออกทุน / หนี้
ออกทุน / หนี้
ออกทุน / หนี้
What's New
หลักการ/วัตถุประสงค์ของการกำกับดูแล
กฎหมาย / กฎเกณฑ์
ข้อมูลการเสนอขายตราสารทุน / หนี้
รายชื่อผู้ประกอบวิชาชีพ
ยื่นแบบ Online / Download แบบฟอร์ม
ค้นหารายชื่อกรรมการ /ผู้บริหารบริษัท
บังคับใช้กฎหมาย
คู่มือ / แนวปฏิบัติ
Crowdfunding
ออกกองทุนรวม / อื่น ๆ
ควบรวมกิจการ
ออกทุน

 

การเสนอขายหุ้นที่ออกใหม่ของบริษัทมหาชนจำกัดต่อประชาชนในครั้งแรก
(Initial Public Offering IPO)
การเสนอขายหุ้นที่ออกใหม่ต่อประชาชนในครั้งต่อ ๆ ไป (Public Offering PO)
 
การเสนอขายหุ้นที่ออกใหม่
แก่บุคคลในวงจำกัด
(Private Placement PP)
 
บริษัทนอกตลาด
บริษัทจดทะเบียน

2. เกณฑ์อนุญาต
2.1 เกณฑ์อนุญาต IPO 2.2 เกณฑ์อนุญาตPO


 

 (ประกาศคณะกรรมการกำกับตลาดทุน ที่ ทจ. 39/2559 เรื่อง การขออนุญาตและการอนุญาตให้เสนอขายหุ้นที่ออกใหม่ (ฉบับประมวล))

 

 

1. ขั้นตอนการเสนอขายหุ้นต่อประชาชน (IPO และ PO) 




2. เกณฑ์อนุญาตการเสนอขายหุ้นต่อประชาชน  (IPO และ PO)  


       2.1 คุณสมบัติพื้นฐานกรณี IPO ของบริษัทที่อยู่นอกตลาดหลักทรัพย์

บริษัทที่จะเสนอขายหลักทรัพย์ต่อประชาชนได้ ต้องเป็นบริษัทมหาชนจำกัด (มาตรา 33 พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ) และมีคุณสมบัติเป็นไปตามหลักเกณฑ์ในเรื่องการกำกับดูแลกิจการที่ดี และหลักเกณฑ์คุณสมบัติอื่น ๆ ดังนี้

 

               การรักษาสิทธิของผู้ถือหุ้นและปฏิบัติต่อผู้ถือหุ้นอย่างเป็นธรรม

 

                    o มีโครงสร้างการถือหุ้น ชัดเจน เป็นธรรม 

 

                          •  สะท้อนอำนาจในการควบคุม และส่วนได้เสียของผู้ถือหุ้นได้อย่างชัดเจน

                          •  ไม่มีบุคคลที่อาจมีความขัดแย้ง ถือหุ้นในบริษัทย่อย/บริษัทร่วม เกิน 10% เว้นแต่ แสดงได้ว่าการจัดโครงสร้างการถือหุ้นของบริษัทย่อย/บริษัทร่วมดังกล่าวเป็นไปเพื่อประโยชน์ที่ดีที่สุดของบริษัทแล้ว 

                          •  ไม่มีการถือหุ้นไขว้ระหว่าง ผู้ขออนุญาต ผู้ถือหุ้นรายใหญ่ บริษัทย่อย และบริษัทร่วม เว้นแต่ได้รับการผ่อนผันจาก ก.ล.ต.

 

                    o กรรมการ ผู้บริหารและผู้ถือหุ้นรายใหญ่ ไม่มีความขัดแย้งทางผลประโยชน์ เว้นแต่ มีกลไกที่ทำให้เชื่อมั่นได้ว่า การบริหารจัดการจะเป็นไปเพื่อประโยชน์ที่ดีที่สุดของกิจการและผู้ถือหุ้นโดยรวม

 

                    o ไม่มีเหตุที่ทำให้สงสัยว่ากลไกการบริหารจัดการจะไม่สามารถรักษาสิทธิของผู้ถือหุ้น หรือไม่สามารถปฏิบัติต่อผู้ถือหุ้นอย่างเป็นธรรม

 

              ● บทบาท หน้าที่ และความรับผิดชอบของกรรมการ ผู้บริหาร และผู้มีอำนาจควบคุม

 

                    o คณะกรรมการเข้าใจบทบาท หน้าที่ และความรับผิดชอบที่มีต่อผู้ถือหุ้น และแสดงได้ว่าจะสามารถปฏิบัติหน้าที่ได้

 

                    o โครงสร้างคณะกรรมการและการจัดการ ต้องมีการตรวจสอบและถ่วงดุลกันอย่างเพียงพอ โดย

                           มีกรรมการอิสระอย่างน้อยหนึ่ง 1 ใน 3 ของกรรมการทั้งหมดของบริษัทแต่ต้องไม่น้อยกว่า 3 คน

                           มีคณะกรรมการตรวจสอบ (Audit Committee) ซึ่งประกอบด้วย กรรมการตรวจสอบอย่างน้อย 3 คน ที่มีความเป็นอิสระโดยมีคุณสมบัติและหน้าที่ในลักษณะเดียวกับที่กำหนดในข้อบังคับ ตลท. และมีความรู้และประสบการณ์ที่จะสอบทานความน่าเชื่อถือของงบการเงินรวมทั้งทำหน้าที่อื่นในฐานะกรรมการตรวจสอบได้

                           กรณีคณะกรรมการมีการมอบอำนาจให้ฝ่ายจัดการ

                                 จัดทำเป็นลายลักษณ์อักษร หรือบันทึกเป็นมติคณะกรรมการในรายงานการประชุมอย่างชัดเจน

                                 o ระบุขอบเขตอำนาจหน้าที่ของผู้รับมอบอำนาจอย่างชัดเจน

 

                   o กรรมการและผู้บริหารต้องไม่มีลักษณะขาดความน่าไว้วางใจ และเป็นบุคคลที่มีชื่ออยู่ในระบบข้อมูลรายชื่อกรรมการและผู้บริหารของบริษัทที่ออกหลักทรัพย์ตามประกาศว่าด้วยหลักเกณฑ์การแสดงชื่อบุคคลในระบบข้อมูลรายชือกรรมการและผู้บริหารของบริษัทที่ออกหลักทรัพย์

 

              ● การเปิดเผยข้อมูล 

 

                     o ข้อมูลต้องครบถ้วน เพียงพอต่อการตัดสินใจลงทุน และไม่มีข้อความที่อาจทำให้ผู้ลงทุนสำคัญผิด

 

                     o งบการเงินของบริษัทและงบการเงินรวมประจำงวดปีบัญชีล่าสุดและไตรมาสล่าสุดต้องถูกต้อง น่าเชื่อถือ โดย

                           จัดทำให้เป็นไปตามมาตรฐานการบัญชีที่ใช้บังคับกับบริษัทมหาชนจำกัด (รวมถึงงบการเงินบริษัทย่อยที่เป็นบริษัทจำกัด) และเกณฑ์ที่กำหนดตามมาตรา 56

                           ตรวจสอบหรือสอบทาน โดยผู้สอบบัญชีที่ได้รับความเห็นชอบ (รายชื่อผู้สอบบัญชี)

                           รายงานผู้สอบบัญชี ต้องไม่มีลักษณะ

                               o ไม่แสดงความเห็นต่อการจัดทำงบการเงิน หรือแสดงความเห็นว่างบการเงินไม่ถูกต้อง

                               o แสดงความเห็นอย่างมีเงื่อนไขในรายการบัญชีที่เป็นสาระสำคัญว่า ไม่เป็นไปตามมาตรฐานการบัญชี

                               แสดงความเห็นว่าถูกจำกัดขอบเขตการตรวจสอบโดยบริษัทหรือผู้บริหาร

 

                     o ไม่มีเหตุสงสัยว่า บริษัทไม่มีระบบเพียงพอที่จะทำให้สามารถจัดทำและเปิดเผยข้อมูลตามเกณฑ์ที่กำหนดได้อย่างต่อเนื่องและน่าเชื่อถือ

 

              ● คุณสมบัติอื่นๆ

 

                     o ไม่มีส่วนที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจที่ผิดกฎหมาย

 

                     o ภายใน 5 ปีก่อนยื่นคำขอต้องไม่มีประวัติการฝ่าฝืนหลักเกณฑ์หรือเงื่อนไขการอนุญาตให้เสนอขายหลักทรัพย์ในเรื่องที่มีนัยสำคัญ ไม่มีประวัติถูกปฏิเสธคำขออนุญาต ไม่มีประวัติถอนคำขออนุญาตโดยไม่ชี้แจงเหตุสงสัย

 

                     o มีมติชัดแจ้งให้เพิ่มทุน โดยมตินั้นได้มาไม่เกิน 1 ปี จนถึงวันยื่นคำขออนุญาต

 

       2.2 คุณสมบัติพื้นฐาน กรณี PO ของบริษัทจดทะเบียน 

 

               เป็นบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ (SET หรือ MAI)


              ● ไม่อยู่ระหว่างการไม่ปฎิบัติตามเกณฑ์เกี่ยวกับการเปิดเผยข้อมูลตามมาตรา 56 มาตรา 57 มาตรา 58 หรือมาตรา 199 (เช่น งบการเงิน แบบ 56-1 แบบ 56-2) เว้นแต่ได้รับผ่อนผัน    


              
 มีคุณสมบัติเช่นเดียวกับกรณี IPO 

 

 

เงื่อนไขและระยะเวลาอนุญาต

          บริษัทต้องเสนอขายหุ้นให้แล้วเสร็จภายใน 6 เดือนนับแต่วันที่ ก.ล.ต. แจ้งการอนุญาต โดยอาจขอขยายระยะเวลาออกไปได้อีก แต่รวมแล้วต้องไม่เกิน 12 เดือน

 

(ดูประกาศเกี่ยวกับการอนุญาตเสนอขายหุ้น)

 

3. การเปิดเผยข้อมูลก่อนการขาย (การยื่นแบบแสดงรายการข้อมูล การเสนอขายหลักทรัพย์ (แบบ 69-1หรือ แบบ filing”) และร่างหนังสือชี้ชวน)  

 

เพื่อให้ผู้ลงทุนมีข้อมูลของบริษัทที่ออกหลักทรัพย์ใช้ประกอบการตัดสินใจลงทุนอย่างครบถ้วน ถูกต้องและเพียงพอ ก.ล.ต. จึงกำหนดให้บริษัทที่ออกหลักทรัพย์นำส่งแบบแสดงรายการข้อมูลการเสนอขายหลักทรัพย์ (แบบ 69-1หรือ แบบ filing”) และร่างหนังสือชี้ชวนต่อ ก.ล.ต. ซึ่งเปิดเผยข้อมูลบริษัทที่ออกหลักทรัพย์ ลักษณะของหลักทรัพย์ที่เสนอขาย การจองและการจัดจำหน่ายหลักทรัพย์ตามแบบที่กำหนด 

 
ข้อมูลตามแบบแสดงรายการข้อมูลนี้ ยังใช้เป็นระบบรายงานการเปิดเผยข้อมูลประจำปี (แบบ 56-1) และรายงานประจำปี (แบบ 56-2) ของบริษัทที่ออกหลักทรัพย์ โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อให้ผู้ลงทุนสามารถติดตามผลการดำเนินงานและฐานะการเงินของบริษัทที่ออกหลักทรัพย์ได้อย่างต่อเนื่อง ภายหลังการเสนอขายหลักทรัพย์อีกด้วย ข้อมูลที่กำหนดให้เปิดเผยแบ่งเป็น 4 ส่วน ได้แก่ 

 

ส่วนที่ 1 การประกอบธุรกิจ

ส่วนที่ 2 การจัดการและการกำกับดูแลกิจการ

ส่วนที่ 3 ฐานะการเงินและผลการดำเนินงาน

การรับรองความถูกต้องของข้อมูล

 

การมีผลใช้บังคับของแบบแสดงรายการข้อมูล

 

บริษัทที่ออกหลักทรัพย์จะต้องได้รับอนุญาตให้เสนอขายหลักทรัพย์และแบบ filing มีผลใช้บังคับ จึงจะเสนอขายหลักทรัพย์ต่อประชาชนได้  และเพื่อให้ผู้ลงทุนมีระยะเวลาเพียงพอในการศึกษาข้อมูลของบริษัทที่ออกหลักทรัพย์ก่อนตัดสินใจลงทุน จึงกำหนดระยะเวลาการยื่นแบบ filing ก่อนการมีผลใช้บังคับของแบบ filing ดังนี้

       ● ไม่น้อยกว่า 14 วันนับแต่วันที่มีการแก้ไขแบบครั้งสุดท้าย (กรณีเสนอขายหุ้นต่อประชาชนทั่วไป)

       ● 3 วันทำการ ในกรณีเป็นการยื่นแบบ filing  ภายในเวลา 3 เดือน นับแต่วันที่แบบ filing และร่างหนังสือชี้ชวนของการเสนอขายหลักทรัพย์ประเภทเดียวกันที่ออกโดยผู้ออกหลักทรัพย์รายเดียวกันโดยมีผลใช้บังคับในครั้งก่อน

 

 

(ดูประกาศเกี่ยวกับการยื่นแบบ filing รายละเอียดแบบ Filing และ คู่มือการจัดทำข้อมูลตามแบบ filing) 

 

       4.1 การรายงานผลการขายหลักทรัพย์ของบริษัทที่เสนอขายหลักทรัพย์ เพื่อให้ผู้ลงทุนได้รับทราบข้อมูลผลการขายหลักทรัพย์ของบริษัท  ก.ล.ต. จึงกำหนดให้บริษัทที่เสนอขายหลักทรัพย์มีหน้าที่ต้องรายงานผลการขายหลักทรัพย์ต่อ ก.ล.ต. ภายหลังจากปิดการเสนอขายแล้ว โดยแบ่งประเภทการรายงานตามประเภทการเสนอขายดังต่อไปนี้

              ● การเสนอขายต่อประชาชนครั้งแรก (Initial Public Offering - IPO) รายงานตามแบบ 81-1-IPO และแบบ 81-1-IPO 200 ต่อ ก.ล.ต. ภายใน 45 วันนับแต่วันปิดขาย

               การเสนอขายต่อประชาชนทั่วไป (Public Offering - PO) รายงานตามแบบ 81-1 ต่อ ก.ล.ต. ภายใน 45 วันนับแต่วันปิดขาย

              ● การเสนอขายต่อกรรมการและ/หรือพนักงาน (Employee Stock Option Plan - ESOP) รายงานตามแบบ 81-1 ต่อ ก.ล.ต. ภายใน 15 วันนับแต่วัน
ปิดขาย

ทั้งนี้ ในรายงานผลการขายตามข้อ  1 - 3 จะมีข้อมูลเกี่ยวกับผลการขาย เช่น จำนวนและมูลค่าหลักทรัพย์ที่เสนอขายประเภทผู้ลงทุน เป็นต้น

              ● การเสนอขายต่อบุคคลในวงจำกัด (Private Placement - PP) รายงานต่อ ก.ล.ต. ภายใน 15 วันนับแต่วันปิดขายโดย   ให้รายงานผลการขายมีข้อมูลตามประกาศกำหนด เช่น วันที่เสนอขายหลักทรัพย์ จำนวนหลักทรัพย์ที่เสนอขายทั้งหมดและที่เสนอขายได้ เป็นต้น

(ดูประกาศ ก.ล.ต. เกี่ยวกับการรายงานผลการขายหลักทรัพย์)
 
       4.2 การรายงานการถือหลักทรัพย์ของกรรมการ ผู้บริหาร และผู้สอบบัญชี เพื่อความโปร่งใสและให้ผู้ลงทุนสามารถติดตามการเปลี่ยนแปลงการถือครองหลักทรัพย์ของกรรมการ ผู้บริหาร และผู้สอบบัญชีของบริษัทได้ ก.ล.ต. จึงกำหนดให้กรรมการ ผู้บริหาร และผู้สอบบัญชี ของบริษัทมีหน้าที่รายงานการถือครองหลักทรัพย์ของบริษัทที่ตนดำรงตำแหน่งอยู่ โดยมีสาระสำคัญและรายละเอียดดังต่อไปนี้

              ● ผู้มีหน้าที่จัดทำและส่งรายงาน
                 กรรมการ ผู้บริหาร และผู้สอบบัญชี โดยมีหน้าที่จัดทำและส่งรายงานการถือหลักทรัพย์ของตน ของคู่สมรส และของบุตรที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ

              ● ประเภทหลักทรัพย์ที่รายงาน
                 หุ้นสามัญ หุ้นบุริมสิทธิ ใบสำคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหุ้น หุ้นกู้แปลงสภาพ และใบแสดงสิทธิในการซื้อหุ้นเพิ่มทุนที่โอนสิทธิได้

              ● แบบรายงาน และวันครบกำหนดส่ง
                 การรายงานการถือครองหลักทรัพย์ต่อ ก.ล.ต. ครั้งแรก รายงานตามแบบ 59-1 ต่อ ก.ล.ต. ภายใน 30 วันนับแต่วันปิดการเสนอขายหุ้นต่อประชาชนเป็นครั้งแรก (IPO) หรือวันที่ได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งเป็นกรรมการ ผู้บริหาร หรือผู้สอบบัญชี ในกรณีที่เป็นการแต่งตั้งภายหลังจากวันปิดการเสนอขาย IPO
 
การรายงานการเปลี่ยนแปลงการถือครองหลักทรัพย์ที่มีการซื้อ ขาย โอน หรือรับโอนหลักทรัพย์ รายงานตามแบบ 59-2 ต่อ ก.ล.ต. ภายใน 3 วันทำการนับแต่วันที่เกิดรายการข้างต้น

              ● กรณีที่ได้รับยกเว้นไม่ต้องรายงาน

                      o การได้หลักทรัพย์ตามสัดส่วนจำนวนหุ้นที่ผู้ถือหุ้นแต่ละคนถืออยู่ (Right Offering - RO)

                      o การใช้สิทธิตามหลักทรัพย์แปลงสภาพ

                      o การ​ได้หลักทรัพย์ตามประกาศการเสนอขายหลักทรัพย์ที่ออกใหม่ต่อกรรมการ พนักงาน

                      o การโอน หรือรับโอนหลักทรัพย์ จากการวางเป็นประกันการซื้อขายสัญญาซื้อขายล่วงหน้าตามกฎหมายว่าด้วยสัญญาซื้อขายล่วงหน้า

                      o การได้หุ้นจากการเข้าร่วมโครงการร่วมลงทุนระหว่างนายจ้างและลูกจ้าง (Employee Joint Investment Program -EJIP) โดยโครงการดังกล่าวได้รับความเห็นชอบจาก ก.ล.ต. ตามประกาศ

                      o การได้มาโดยทางมรดก

              ● การสิ้นสุดหน้าที่ในการทำและจัดส่งรายงาน

                       o  เมื่อบริษัทสิ้นสุดหน้าที่จัดทำและส่งงบการเงินและรายงานเกี่ยวกับฐานะการเงินและผลการดำเนินงาน  ตามนัยแห่งประกาศคณะกรรมการกำกับตลาดทุน ที่ ทจ. 44/2556 เรื่อง หลักเกณฑ์ เงื่อนไข และวิธีการรายงาน

การเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับฐานะการเงินและผลการดำเนินงานของบริษัทที่ออกหลักทรัพย์ หรือ

                      o  การสิ้นสุดหน้าที่การจัดทำและส่งรายงานการถือหลักทรัพย์ตามข้อ 4(2) เมื่อหลักทรัพย์ทุกประเภทของบริษัทดังกล่าวมีการเพิกถอนจากการเป็นหลักทรัพย์จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์

โปรดศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมตามประกาศสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์
ที่ สจ. 12/2552 เรื่อง การจัดทำและเปิดเผยรายงานการถือหลักทรัพย์ของกรรมการ ผู้บริหารและผู้สอบบัญชี

 

4.3 สรุปการเปิดเผยข้อมูลภายหลังการเสนอขายหลักทรัพย์ต่อประชาชน 

 
 
ประเภทของรายงาน
มาตรา
วันกำหนดส่ง
หมายเหตุ
รายงานผลการขายหลักทรัพย์
81
ภายใน 45 วันนับแต่วันปิดการเสนอขาย
ใช้แบบ 81-1-IPO และแบบ 81-1-IPO 200 ที่แนบท้ายประกาศสำนักงานคณะกรรมการ ก... ที่ สจ. 21/2541 เรื่อง รายงานผลการขายหลักทรัพย์ต่อประชาชน
รายงานการใช้สิทธิตาม
หลักทรัพย์แปลงสภาพ
81
ภายใน 45 วันนับแต่วันสิ้นสุดการใช้สิทธิในแต่ละครั้ง เว้นแต่เป็นกรณีให้ใช้สิทธิในลักษณะต่อเนื่อง ให้รายงานการใช้สิทธิภายใน 15 วันนับแต่วันสุดท้ายของ
 ทุกเดือนที่มีการใช้สิทธิ
ใช้แบบ 81-2 ที่แนบท้ายประกาศสำนักงานคณะกรรมการ ก... ที่ สจ. 21/2541 เรื่อง รายงานผลการขายหลักทรัพย์ต่อประชาชน
รายงานการถือหลักทรัพย์ของ
กรรมการ ผู้บริหารและผู้สอบบัญชี (เฉพาะบริษัทที่ออกหุ้น)
59
แบบ 59-1
1. ภายใน 30 วันนับแต่วันปิดการเสนอขายหลักทรัพย์ ในกรณีที่เป็นการรายงานต่อสำนักงานเป็นครั้งแรก หรือ
2. ภายใน 30 วันนับแต่วันที่ได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งเป็นกรรมการ ผู้บริหารหรือผู้สอบบัญชี ในกรณีที่เป็นการแต่งตั้งภายหลังจากวันปิดการเสนอขายหลักทรัพย์
 
ใช้แบบ 59-1 ที่แนบท้ายประกาศสำนักงานคณะกรรมการ ก... ที่ สจ. 12/2552 เรื่อง การจัดทำและเปิดเผยรายงานการถือหลักทรัพย์ของกรรมการ ผู้บริหาร และผู้สอบบัญชี
 
 
 
แบบ 59-2
ภายใน 3 วันทำการนับแต่วันที่มีการซื้อ ขาย โอน หรือโอนหลักทรัพย์นั้น ในกรณีที่เป็นการรายงานการเปลี่ยนแปลงการถือหลักทรัพย์อันเนื่องมาจากการซื้อ ขาย โอน หรือรับโอนหลักทรัพย์
 
ใช้แบบ 59-2 ที่แนบท้ายประกาศสำนักงานคณะกรรมการ ก... ที่ สจ. 12/2552 เรื่อง การจัดทำและเปิดเผยรายงานการถือหลักทรัพย์ของกรรมการ ผู้บริหาร และผู้สอบบัญชี
 
รายงานที่แสดงฐานะการเงินและ ผลการดำเนินงาน ​56 รายละเอียดตามข้อ 4.4 ประกาศคณะกรรมการกำกับตลาดทุน ที่ ทจ. 44 /2556  เรื่อง  หลักเกณฑ์ เงื่อนไข และวิธีการรายงานการเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับฐานะการเงินและผลการดำเนินงานของบริษัทที่ออกหลักทรัพย์
หนังสือรับรองงบการเงิน
(แบบ 56-3)
​56 ส่งพร้อมงบการเงินรายไตรมาส และงบการเงินประจำงวดการบัญชีที่จัดส่งให้ ก.ล.ต. ใช้แบบ 56-3 ที่แนบท้ายประกาศคณะกรรมการกำกับตลาดทุนที่ ทจ. 44/2556 เรื่อง หลักเกณฑ์ เงื่อนไข และวิธีการรายงานการเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับฐานะการเงินและผลการดำเนินงานของบริษัทที่ออกหลักทรัพย์
รายงานเมื่อเกิดเหตุการณ์ที่มีหรือจะมีผลกระทบต่อสิทธิประโยชน์ของผู้ถือหลักทรัพย์หรือต่อการตัดสินใจในการลงทุน หรือต่อการเปลี่ยนแปลงในราคาของหลักทรัพย์ของบริษัท ตามมาตรา 57
57
รายงานต่อ ก.ล.ต. โดยไม่ชักช้า
 

 

 

 4.4 การจัดทำและส่งรายงานที่แสดงฐานะการเงินและผลการดำเนินงาน

กำหนดประเภทการจัดทำและนำส่งรายงานที่แสดงฐานะการเงินและผลการดำเนินงาน ดังนี้ 

1.  บริษัทไทยที่มีหุ้นเป็นหลักทรัพย์จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (บริษัท listed)  ไม่ว่าเสนอขายหลักทรัพย์ประเภทใด

1.1  กรณีปกติ

1.2  กรณีบริษัทถูกตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยขึ้นเครื่องหมาย SP เนื่องจากมีปัญหาฐานะการเงินหรือบริษัทอยู่ในกลุ่ม NPG ตามข้อ 26 ของประกาศคณะกรรมการกำกับตลาดทุน ที่ ทจ.44 /2556 เรื่อง  หลักเกณฑ์ เงื่อนไข และวิธีการรายงานการเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับฐานะการเงินและผลการดำเนินงานของบริษัทที่ออกหลักทรัพย์

2.  บริษัทไทยที่ได้รับอนุญาตให้เสนอขายหุ้นต่อประชาชนเป็นการทั่วไป (Public Offering) ซึ่งอยู่ระหว่างดำเนินการนำหุ้นเข้าเป็นหลักทรัพย์จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย

3.  บริษัทไทยที่ไม่มีหุ้นเป็นหลักทรัพย์จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (บริษัท non-listed)

4. สาขาธนาคารต่างประเทศที่ประกอบธุรกิจธนาคารพาณิชย์ในประเทศไทย

5.  บริษัทต่างประเทศ           

บริษัทไทยที่มีหุ้นเป็นหลักทรัพย์จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (บริษัท listed)  ไม่ว่าเสนอขายหลักทรัพย์ประเภทใด

กรณีปกติ

ประเภทรายงาน
ระยะเวลาและเงื่อนไขการส่งรายงาน
1. งบการเงิน
กรณีทั่วไป
- งบการเงินไตรมาส 1 ไตรมาส 2** และไตรมาส 3 ฉบับสอบทาน
ภายใน 45 วันนับแต่วันสุดท้ายของแต่ละไตรมาสดังกล่าว
- งบการเงินประจำรอบปีบัญชี ฉบับตรวจสอบ
ภายใน 2 เดือนนับแต่วันสิ้นสุดรอบระยะเวลาบัญชี
 
กรณีส่งงบการเงินไตรมาส 4 ฉบับสอบทาน ก่อนส่งงบการเงิน
ประจำรอบปีบัญชี ฉบับตรวจสอบ
- งบการเงินไตรมาส 1 ไตรมาส 2** ไตรมาส 3 และไตรมาส 4 ฉบับสอบทานภายใน 45 วันนับแต่วันสุดท้ายของแต่ละไตรมาสดังกล่าว
- งบการเงินประจำรอบปีบัญชี ฉบับตรวจสอบ
ภายใน 3 เดือนนับแต่วันสิ้นสุดรอบระยะเวลาบัญชี
 
หมายเหตุ: **เลือกส่งงบการเงินไตรมาส 2 หรืองบการเงิน
ประจำงวด 6 เดือน ที่ผ่านการตรวจสอบโดยผู้สอบบัญชีก็ได้
หากเลือกส่งงบการเงินประจำงวด 6 เดือน ให้ส่งงบการเงินดังกล่าว ภายใน 2 เดือนนับแต่วันสุดท้ายของรอบระยะเวลา 6 เดือนแรกของปีบัญชี
3. แบบแสดงรายการข้อมูลประจำปี (ข้อมูลตามแบบ 56-1  ทั้งนี้ หากมีการออกหลักทรัพย์อื่น ต้องมีข้อมูลตามแบบสำหรับหลักทรัพย์นั้นด้วย)
ภายใน 3 เดือนนับแต่วันสิ้นสุดรอบระยะเวลาบัญชี
 
4. รายงานประจำปี
ไม่ช้ากว่าวันที่ส่งให้ผู้ถือหุ้นแต่ไม่เกิน 4 เดือนนับแต่วันสิ้นสุด
รอบระยะเวลาบัญชี
 
 
 
โปรดศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมตาม

- ประกาศคณะกรรมการกำกับตลาดทุน ที่ ทจ. 73/2558 รายการในหนังสือนัดประชุมผู้ถือหุ้นของบริษัทจดทะเบียนเพื่อขออนุมัติการออกและเสนอขายหลักทรัพย์ 

 

 
คุณสมบัติเพิ่มเติมสำหรับการขายหุ้นต่ำกว่าราคาตลาด (เฉพาะบริษัทจดทะเบียน)

1. หนังสือนัดประชุม
       ● ส่งหนังสือนัดประชุมล่วงหน้าอย่างน้อย 14 วัน
       ● มีข้อมูลที่เพียงพอต่อการตัดสินใจ อย่างน้อยในเรื่อง
               วัตถุประสงค์ของการเสนอขายหุ้นราคาต่ำ
               o จำนวนหุ้นที่เสนอขาย/ราคาเสนอขาย/ราคาใช้สิทธิแปลงสภาพ ซึ่งระบุราคาหรือส่วนลดที่แน่นอน
               o ราคาตลาดที่ใช้เปรียบเทียบ และวิธีการคำนวณ
               o ชื่อกลุ่มบุคคลที่คาดว่าจะได้รับการเสนอขาย
               o price dilution และ control dilution
               o สิทธิคัดค้านของผู้ถือหุ้น
               o ความเห็นคณะกรรมการบริษัทในเรื่องความจำเป็นที่ต้องขายราคาต่ำ ความเหมาะสมและเหตุผลของราคาตลาดที่ใช้ และการกำหนดราคาเสนอขาย
               หนังสือมอบฉันทะ ระบุข้อมูลกรรมการอิสระอย่างน้อย 1 คน ที่สามารถเป็นผู้รับมอบฉันทะและส่วนได้เสียพิเศษของกรรมการอิสระ (ถ้ามี)

 

 
 

 


2. มติที่ประชุม

 

       ● ได้มติไม่น้อยกว่า 3 ใน 4 ของผู้ที่มาประชุมและมีสิทธิออกเสียง
       ● ไม่มีผู้ถือหุ้นตั้งแต่ 10% คัดค้าน 

 

 


ราคาตลาด ให้ใช้ราคาใดราคาหนึ่ง ดังนี้

 


1. ราคาปิดถัวเฉลี่ยของหุ้นในตลท. ย้อนหลังไม่น้อยกว่า 7 วันแต่ไม่เกิน 15 วันทำการติดต่อกัน ก่อนวันกำหนดราคาเสนอขาย โดยราคาที่นำถัวเฉลี่ยดังกล่าวอาจใช้ราคาปิดหรือราคาเฉลี่ยของการซื้อขายหุ้นนั้นในแต่ละวันก็ได้ ทั้งนี้ วันกำหนดราคาเสนอขายให้เป็นไปตามมติคณะกรรมการบริษัท ซึ่งเป็นวันใดวันหนึ่งดังนี้
       ● วันที่คณะกรรมการมีมติให้เสนอวาระต่อที่ประชุมผู้ถือหุ้นเพื่อขออนุมัติให้บริษทเสนอขายหุ้นที่ออกใหม่ในราคาต่ำ
       ● วันที่ที่ประชุมผู้ถือหุ้นมีมติอนุมัติให้บรษัทเสนอขายหุ้นที่ออกใหม่ในราคาต่ำ
       ● วันแรกที่เสนอขายต่อผู้ลงทุน
       ● วันที่ผู้ลงทุนมีสิทธิแปลงสภาพตามหุ้นกู้แปลงสภาพ หรือมีสิทธิซื้อหุ้นตามใบสำคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหุ้น
2. ราคาที่กำหนดได้จากการใช้กระบวนการทางการตลาด เช่น การสำรวจความต้องการซื้อหลักทรัพย์ (
book building) เป็นต้น
3. ราคายุติธรรมที่ประเมินโดยที่ปรึกษาทางการเงินที่อยู่ในบัญชีที่ ก.ล.ต. ให้ความเห็นชอบ
 


ข้อยกเว้น กรณีบริษัทจดทะเบียนขายหุ้นต่ำกว่าราคาตลาด แต่ไม่ต้องขอมติที่ประชุมผู้ถือหุ้น

1. เสนอขายหุ้นตามแผนฟื้นฟูกิจการตาม พระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. 2483 ที่ได้รับความเห็นชอบจากศาลแล้ว
2. แสดงต่อ ก.ล.ต. ได้ว่า มีเหตุจำเป็นและได้รับผ่อนผันจาก ก.ล.ต. แล้ว
 

ปรับปรุงล่าสุด 14 มิถุนายน 2559
สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์
333/3 ถนนวิภาวดีรังสิต แขวงจอมพล เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร 10900
โทรศัพท์ 1207 หรือ 0 2033 9999 โทรสาร 0 2033 9660 e-mail : info@sec.or.th
สงวนลิขสิทธิ์ http://www.sec.or.th 2556 Privacy Policy | Disclaimer | Site Map