​กฎกระทรวง ฉบับที่ 4 (พ.ศ. 2​534)
ออกตามความในพระราชบัญญัติกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ พ.ศ. 2530
 

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 4 และมาตรา 14 แห่งพระราชบัญญัติกองทุนสำรองเลี้ยงชีพพ.ศ. 2530 รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ออกกฎกระทรวงไว้ ดังต่อไปนี้


ข้อ 1 ให้ยกเลิกบทนิยามคำว่า "บริษัทจดทะเบียน" ในข้อ 1 แห่งกฎกระทรวง ฉบับที่ 2 (พ.ศ. 2532) ออกตามความในพระราชบัญญัติกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ พ.ศ. 2530


ข้อ 2 ให้ยกเลิกบทนิยามคำว่า "หน่วยลงทุน" ในข้อ 1 แห่งกฎกระทรวง ฉบับที่ 2 (พ.ศ. 2532) ออกตามความในพระราชบัญญัติกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ พ.ศ. 2530 และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน"

"หน่วยลงทุน" หมายความว่า ส่วนของทรัพย์สินของโครงการลงทุนของบริษัทหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการจัดการลงทุนตามกฎหมายว่าด้วยการประกอบธุรกิจเงินทุน ธุรกิจหลักทรัพย์ และธุรกิจเครดิตฟองซิเอร์ ที่แบ่งออกเป็นหน่วย แต่ละหน่วยมีมูลค่าเท่ากัน"


ข้อ 3 ให้เพิ่มบทนิยามคำว่า "รัฐวิสาหกิจที่มีกฎหมายเฉพาะจัดตั้งขึ้น" และคำว่า "ตราสารแสดงสิทธิในหนี้" ในข้อ 1 แห่งกฎกระทรวง ฉบับที่ 2 (พ.ศ. 2532) ออกตามความในพระราชบัญญัติกองทุนสำรองเลี้ยงชีพพ.ศ. 2530"

"รัฐวิสาหกิจที่มีกฎหมายเฉพาะจัดตั้งขึ้น" หมายความว่า รัฐวิสาหกิจที่จัดตั้งโดยพระราชบัญญัติหรือประกาศของคณะปฏิวัติ

"ตราสารแสดงสิทธิในหนี้" หมายความว่า พันธบัตร ตั๋วแลกเงิน ตั๋วสัญญาใช้เงิน หุ้นกู้ รวมทั้งตราสารอื่น ๆ ที่มีลักษณะอย่างเดียวกัน"


ข้อ 4 ให้ยกเลิกความในข้อ 3 แห่งกฎกระทรวง ฉบับที่ 2 (พ.ศ. 2532) ออกตามความ ในพระราชบัญญัติกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ พ.ศ. 2530 และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน

"ข้อ 3 การจัดการเงินของกองทุนให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไข ดังต่อไปนี้

(1) กองทุนจะต้องลงทุนหรือมีไว้ซึ่งสินทรัพย์อย่างใดอย่างหนึ่งหรือหลายอย่าง ดังต่อไปนี้

   (ก) เงินสดหรือเงินฝากธนาคาร

   (ข) พันธบัตรของรัฐบาล ตั๋วเงินคลัง หรือ พันธบัตรธนาคารแห่งประเทศไทย

   (ค) ตราสารแสดงสิทธิในหนี้ของรัฐวิสาหกิจที่มีกฎหมายเฉพาะจัดตั้งขึ้น

   (ง) ตราสารแสดงสิทธิในหนี้ที่กระทรวงการคลังค้ำประกันต้นเงินและดอกเบี้ย

   (จ) ตั๋วแลกเงินหรือตั๋วสัญญาใช้เงินที่ธนาคารเป็นผู้รับรอง รับอาวัล หรือสลักหลัง อย่างมีความรับผิดเต็มจำนวนและไม่มีกองทุนนั้นเองเป็นผู้สลักหลังในลำดับก่อนมาแล้ว

   (ฉ) ตราสารแสดงสิทธิในหนี้ที่ธนาคารเป็นผู้ออก

   (ช) ตราสารแสดงสิทธิในหนี้ที่รัฐวิสาหกิจตามกฎหมายว่าด้วยวิธีการงบประมาณนอกจากกรณีตราสารตาม (ค) บรรษัทเงินทุนอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย บริษัทเงินทุน หรือ บริษัทเครดิตฟองซิเอร์เป็นผู้ออก

   (ซ) ตราสารแสดงสิทธิในหน่วยลงทุน

   (ฌ) หุ้น หุ้นกู้ หุ้นกู้แปลงสภาพเป็นหุ้นสามัญ หรือใบสำคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหุ้น

   (ญ) สินทรัพย์อื่นตามที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังประกาศกำหนดในพระราชกิจจานุเบกษา

(2) การลงทุนหรือมีไว้ซึ่งสินทรัพย์ตาม (1) (ก) (ข) (ค) (ง) (จ) หรือ (ฉ) ไม่ว่าอย่างใดอย่างหนึ่งหรือหลายอย่างของกองทุน เมื่อรวมกันแล้วต้องไม่น้อยกว่าร้อยละหกสิบของเงินของกองทุนในการลงทุนในสินทรัพย์ตาม (1) (ข) หรือ (ค) อย่างใดอย่างหนึ่งหรือหลายอย่างรวมกัน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังอาจกำหนดให้ต้องลงทุนไม่น้อยกว่าอัตราที่ประกาศกำหนดในราชกิจจานุเบกษา ก็ได้

(3) กองทุนอาจลงทุนในสินทรัพย์ตาม (1) (ฌ) ที่ออกโดยบริษัทใดก็ได้ แต่ถ้าจะลงทุนอย่างใดอย่างหนึ่งหรือหลายอย่างรวมกันในบริษัทนั้น จะต้องไม่เกินร้อยละห้าของเงินของกองทุน และเมื่อรวมกันแล้วทุกบริษัทจะต้องไม่เกินร้อยละยี่สิบห้าของเงินของกองทุน

(4) ในการกำหนดสินทรัพย์ตาม (1) (ญ) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังอาจกำหนดให้กองทุนถือปฏิบัติตาม (2) วรรคหนึ่ง หรือ (3) ด้วยก็ได้


ให้ไว้ ณ วันที่ 27 กันยายน พ.ศ. 2534

 

สุธี สิงห์เสน่ห์
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง

 

หมายเหตุ : เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ เนื่องจาก หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการจัดการเงินของกองทุนสำรองเลี้ยงชีพตามที่กำหนดไว้เดิมไม่เหมาะสมกับภาวะการณ์ทางเศรษฐกิจในปัจจุบัน สมควรแก้ไขเพิ่มเติมหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขดังกล่าวโดยกำหนดให้ผู้จัดการกองทุนสำรองเลี้ยงชีพสามารถเลือกที่จะนำเงินของกองทุนสำรองเลี้ยงชีพไปลงทุนในหลักทรัพย์ประเภทต่าง ๆ ได้มากขึ้นและในอัตราที่สูงขึ้น เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ จึงจำเป็นต้องออกกฎกระทรวงนี้

 ​