กฎกระทรวง ฉบับ​ที่ 5 (พ.ศ. 2538)
ออกตามความในพระราชบัญญัติกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ พ.ศ. 2530
 

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 4 มาตรา 13 และมาตรา 14 แห่งพระราชบัญญัติกองทุนสำรองเลี้ยงชีพพ.ศ. 2530 รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังออกกฎกระทรวงไว้ ดังต่อไปนี้


ข้อ 1 ให้ยกเลิกบทนิยามคำว่า "หน่วยลงทุน" ในข้อ 1 แห่งกฎกระทรวง ฉบับที่ 2 (พ.ศ. 2532) ออกตามความในพระราชบัญญัติกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ พ.ศ. 2530 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยกฎกระทรวง ฉบับที่ 4(พ.ศ. 2534) ออกตามความในพระราชบัญญัติกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ พ.ศ. 2530 และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน"

"หน่วยลงทุน" หมายความว่า ส่วนของทรัพย์สินของโครงการลงทุนของบริษัทหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบธุรกิจการจัดการกองทุนรวมตามกฎหมายว่าด้วยหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ที่แบ่งออกเป็นหน่วยแต่ละหน่วยมีมูลค่าเท่ากัน"


ข้อ 2 ให้เพิ่มบทนิยามคำว่า "บริษัทประกันชีวิต" ในข้อ 1 แห่งกฎกระทรวง ฉบับที่ 2 (พ.ศ. 2532)ออกตามความในพระราชบัญญัติกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ พ.ศ. 2530 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยกฎกระทรวง ฉบับที่ 4(พ.ศ. 2534) ออกตามความในพระราชบัญญัติกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ พ.ศ. 2530"

"บริษัทประกันชีวิต" หมายความว่า บริษัทประกันชีวิตตามกฎหมายว่าด้วยประกันชีวิต"


ข้อ 3 ให้ยกเลิกความในข้อ 2 แห่งกฎกระทรวง ฉบับที่ 2 (พ.ศ. 2532) ออกตามความในพระราชบัญญัติกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ พ.ศ. 2530 และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน

"ข้อ 2 ผู้จัดการกองทุนสำรองเลี้ยงชีพต้องเป็นบริษัทเงินทุน บริษัทหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบธุรกิจการจัดการกองทุนรวม ธนาคาร หรือบริษัทประกันชีวิต"


ข้อ 4 ให้ยกเลิกความในข้อ 3 แห่งกฎกระทรวง ฉบับที่ 2 (พ.ศ. 2532) ออกตามความในพระราชบัญญัติกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ พ.ศ. 2530 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยกฎกระทรวง ฉบับที่ 4 (พ.ศ. 2534)ออกตามความในพระราชบัญญัติกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ พ.ศ. 2530 และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน

"ข้อ 3 การจัดการเงินของกองทุนให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์วิธีการ และเงื่อนไขดังต่อไปนี้

(1) ผู้จัดการกองทุนสำรองเลี้ยงชีพจะนำเงินของกองทุนสำรองเลี้ยงชีพไปซื้อหุ้น หุ้นกู้ หุ้นกู้แปลงสภาพเป็นหุ้นสามัญ หรือใบสำคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหุ้นของผู้จัดการกองทุนนั้นมิได้

(2) กองทุนต้องลงทุนหรือมีไว้ซึ่งสินทรัพย์อย่างใดอย่างหนึ่งหรือหลายอย่างดังต่อไปนี้

   (ก) เงินสด เงินฝากธนาคาร หรือบัตรเงินฝากที่ธนาคารเป็นผู้ออก
   (ข) พันธบัตรของรัฐบาล ตั๋วเงินคลัง หรือพันธบัตรธนาคารแห่งประเทศไทย
   (ค) ตราสารแสดงสิทธิในหนี้ที่รัฐวิสาหกิจที่มีกฎหมายเฉพาะจัดตั้งขึ้นเป็นผู้ออก
   (ง) ตราสารแสดงสิทธิในหนี้ที่กระทรวงการคลังค้ำประกันต้นเงินและดอกเบี้ย
   (จ) ตั๋วแลกเงินหรือตั๋วสัญญาใช้เงินที่ธนาคารเป็นผู้รับรองรับอาวัล หรือสลักหลังโดยไม่มีกองทุนนั้นเองเป็นผู้สลักหลังในลำดับก่อนมาแล้ว
   (ฉ) ตราสารแสดงสิทธิในหนี้ที่ธนาคารเป็นผู้ออก
   (ช) ตราสารแสดงสิทธิในหนี้ที่รัฐวิสาหกิจตามกฎหมายว่าด้วยวิธีการงบประมาณนอกจากตราสารตาม (ค) บรรษัทเงินทุนอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย บริษัทเงินทุน หรือบริษัทเครดิตฟองซิเอร์เป็นผู้ออก
   (ซ) ตราสารแสดงสิทธิในหน่วยลงทุน หรือใบสำคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหน่วยลงทุน
   (ฌ) หุ้น หุ้นกู้ หุ้นกู้แปลงสภาพเป็นหุ้นสามัญ หรือใบสำคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหุ้น
   (ญ) ตราสารแสดงสิทธิในหนี้ของบริษัทที่ได้รับการจัดอันดับโดยสถาบันจัดอันดับความน่าเชื่อถือซึ่งได้รับความเห็นชอบจากสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ในระดับตามที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังประกาศกำหนดในราชกิจจานุเบกษา
   (ฎ) บัตรเงินฝากที่บริษัทเงินทุนเป็นผู้ออก
   (ฏ) ตั๋วแลกเงินหรือตั๋วสัญญาใช้เงินที่บริษัทเงินทุน หรือบริษัทเครดิตฟองซิเอร์เป็นผู้รับรองรับอาวัล หรือสลักหลังโดยไม่มีกองทุนนั้นเองเป็นผู้สลักหลังในลำดับก่อนมาแล้ว
   (ฐ) ตราสารแสดงสิทธิในหนี้ที่บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อมหรือบรรษัทเงินทุนอุตสาหกรรมขนาดย่อมเป็นผู้ออก
   (ฑ) สินทรัพย์อื่นตามที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังประกาศกำหนดในราชกิจจานุเบกษา

(3) การลงทุนหรือมีไว้ซึ่งสินทรัพย์ตาม (2) (ก) (ข) (ค) (ง) (จ) (ฉ) หรือ (ญ) ไม่ว่าอย่างใดอย่างหนึ่งหรือหลายอย่างของกองทุน เมื่อรวมกันแล้วต้องไม่น้อยกว่าร้อยละหกสิบของเงินของกองทุน แต่การลงทุนในสินทรัพย์ตาม (ญ) ต้องไม่เกินร้อยละสิบของเงินของกองทุน

การลงทุนในสินทรัพย์ตาม (2) (ข) หรือ (ค) อย่างใดอย่างหนึ่งหรือหลายอย่างรวมกันรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังอาจกำหนดให้ต้องลงทุนไม่น้อยกว่าอัตราที่ประกาศกำหนดในราชกิจจานุเบกษาก็ได้

(4) กองทุนอาจลงทุนในสินทรัพย์ตาม (2) (ฌ) ที่ออกโดยบริษัทใดก็ได้แต่ถ้าจะลงทุนอย่างใดอย่างหนึ่งหรือหลายอย่างรวมกันในบริษัทนั้น ต้องไม่เกินร้อยละห้าของเงินของกองทุนและเมื่อรวมกันแล้วทุกบริษัทต้องไม่เกินร้อยละยี่สิบห้าของเงินของกองทุน

(5) การกำหนดสินทรัพย์ตาม (2) (ฑ) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังอาจกำหนดให้กองทุนถือปฏิบัติตาม(3) วรรคหนึ่ง หรือ (4) ด้วยก็ได้

(6) กองทุนอาจให้ลูกจ้างที่เป็นสมาชิกกองทุนกู้ยืมเงินในส่วนที่เป็นเงินสะสมและผลประโยชน์ไปใช้ในการจัดหาที่อยู่อาศัยของตนเองหรือใช้ในการศึกษาอบรมของตนเองและครอบครัว ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์เงื่อนไขและวิธีการที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังกำหนด"


ข้อ 5 ให้ยกเลิกความในข้อ 4 แห่งกฎกระทรวง ฉบับที่ 2 (พ.ศ. 2532) ออกตามความในพระราชบัญญัติกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ พ.ศ. 2530 และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน

"ข้อ 4 การตีราคาหลักทรัพย์เพื่อประโยชน์ในการปฏิบัติตามข้อ 3 ให้ถือราคาทุนรวมทั้งค่านายหน้าที่จ่ายไปเพื่อให้ได้หลักทรัพย์นั้นมา"


ข้อ 6 ให้ยกเลิกความในข้อ 5 แห่งกฎกระทรวง ฉบับที่ 2 (พ.ศ. 2532) ออกตามความในพระราชบัญญัติ
กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ พ.ศ. 2530 และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน

"ข้อ 5 การซื้อขายหลักทรัพย์จดทะเบียน นอกจากหลักทรัพย์จดทะเบียนตามข้อ 3 (2) (ข) และ (ค)ให้กระทำในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย"


ให้ไว้ ณ วันที่ 3 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2538

 

ธารินทร์ นิมมานเหมินท์
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง

 

หมายเหตุ :เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ โดยที่เป็นการสมควรให้ธนาคารและบริษัทประกันชีวิตเป็นผู้จัดการกองทุนสำรองเลี้ยงชีพได้ด้วยและเพิ่มประเภทของสินทรัพย์ที่จะให้กองทุนเลือกลงทุนได้มากขึ้น เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ รวมทั้งให้ลูกจ้างกู้ยืมเงินในส่วนที่เป็นเงินสะสมและผลประโยชน์ไปใช้ในการจัดหาที่อยู่อาศัยของตนเองหรือใช้ในการพัฒนาการศึกษาอบรมของตนเองและครอบครัวได้ จึงจำเป็นต้องออกกฎกระทรวงนี้

 ​