กฎกระทรวง ฉบับที่ 4 (พ.ศ. 2538)
ออกตามความในพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์
พ.ศ. 2535 ​



 
อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 7 และมาตรา 90 วรรคสี่ แห่งพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ.2535 รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังออกกฎกระทรวงไว้ ดังต่อไปนี้
 
ข้อ 1 เมื่อรัฐมนตรีตามข้อเสนอแนะของคณะกรรมการ ก.ล.ต. ประกาศกำหนดประเภทของนิติบุคคล ที่มีสิทธิยื่นขอรับความเห็นชอบ ในการจัดตั้งบริษัทจำกัดหรือบริษัทมหาชนจำกัดเพื่อประกอบธุรกิจหลักทรัพย์ ประเภทการจัดการกองทุนรวมตามข้อ 2และระยะเวลาที่ให้สิทธินิติบุคคลประเภทดังกล่าวยื่นคำขอแล้วให้นิติบุคคลประเภทดังกล่าวที่ประสงค์จะขอรับความเห็นชอบในการจัดตั้งบริษัทขึ้นใหม่เพื่อประกอบธุรกิจหลักทรัพย์ประเภทการจัดการกองทุนรวมดำเนินการตามหลักเกณฑ์ เงื่อนไขและวิธีการที่กำหนดในกฎกระทรวงนี้

 

 

ข้อ ประเภทของนิติบุคคลที่รัฐมนตรีประกาศกำหนดตามข้อ 1 ต้องมีคุณสมบัติ ดังนี้
 
(1) เป็นสถาบันการเงินตามกฎหมายว่าด้วยดอกเบี้ยเงินให้กู้ยืมของสถาบันการเงิน หรือบริษัทประกันวินาศภัยตามกฎหมายว่าด้วยการประกันวินาศภัย
 
(2) มีฐานะทางการเงินและผลการดำเนินงานดีตามสภาพและประเภทธุรกิจโดย พิจารณาจาก
   (ก) ความเพียงพอของเงินทุนหรือขนาดของสินทรัพย์ตามจำนวนที่คณะกรรมการ ก.ล.ต. ประกาศกำหนด ซึ่งอย่างน้อยต้องไม่ต่ำกว่าจำนวน ดังนี้
      1. ธนาคารพาณิชย์ต้องมีเงินกองทุนสุทธิไม่ต่ำกว่าหนึ่งพันล้านบาทและสินทรัพย์รวมสุทธิ ไม่ต่ำกว่าหนึ่งหมื่นล้านบาท
      2. บริษัทเงินทุน หรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ต้องมีเงินกองทุนสุทธิไม่ต่ำกว่าห้าร้อยล้านบาทและสินทรัพย์รวมสุทธิไม่ต่ำกว่าห้าพันล้านบาท
      3. บริษัทหลักทรัพย์ต้องมีเงินกองทุนไม่ต่ำกว่าหนึ่งร้อยล้านบาทและสินทรัพย์รวม ไม่ต่ำกว่าห้าร้อยล้านบาท
      4. บริษัทประกันชีวิต บริษัทประกันวินาศภัย หรือบริษัทที่ประกอบทั้งธุรกิจประกันชีวิตและธุรกิจประกันวินาศภัยต้องมีเงินกองทุนไม่ต่ำกว่าหนึ่งร้อยห้าสิบล้านบาทหนึ่งร้อยล้านบาท หรือสองร้อยห้าสิบล้านบาท ตามลำดับ
      5. นิติบุคคลอื่นซึ่งรัฐมนตรีประกาศตามข้อ 1 นอกจาก 1. ถึง 4. ต้องมีส่วนของผู้ถือหุ้น ไม่ต่ำกว่าหนึ่งร้อยล้านบาท
   (ข) มีกำไรสุทธิติดต่อกันไม่น้อยกว่าห้าปีย้อนหลังก่อนปีที่ยื่นคำขอความเห็นชอบในการ จัดตั้งบริษัทจำกัดหรือบริษัทมหาชนจำกัดตามข้อ 1
 
(3) มีสถานะ ผู้ถือหุ้น และกรรมการ ดังนี้
   (ก) นิติบุคคลตาม (2)(ก) 1.ถึง 4. ต้องจัดตั้งและจดทะเบียนในประเทศไทย และมีจำนวนหุ้นที่บุคคลผู้มีสัญชาติไทยถืออยู่ไม่ต่ำกว่าสามในสี่ของจำนวนหุ้นที่จำหน่ายได้แล้วทั้งหมดและต้องมีกรรมการเป็นบุคคลผู้มีสัญชาติไทยไม่ต่ำกว่าสามในสี่ของจำนวนกรรมการทั้งหมด
   (ข) นิติบุคคลตาม (2)(ก) 5. ต้องจัดตั้งและจดทะเบียนในประเทศไทยและมีจำนวนหุ้นที่บุคคลผู้มีสัญชาติไทยถืออยู่มากกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนหุ้นที่จำหน่ายได้แล้วทั้งหมดและต้องมีกรรมการเป็นบุคคลผู้มีสัญชาติไทยไม่ต่ำกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนกรรมการทั้งหมด
 
(4) มีการบริหารงานอย่างมีประสิทธิภาพ โดยมีการจัดการที่รอบคอบและเชื่อถือได้มีระบบบัญชีตามมาตรฐานที่ยอมรับกันโดยทั่วไป และมีระบบการควบคุมภายในที่ดี
 
(5) มีผู้บริหารที่มีความสามารถและมีความซื่อสัตย์สุจริต โดยพิจารณาจากประวัติการทำงาน
 
(6) ไม่เคยกระทำความผิดอย่างร้ายแรงตามกฎหมายที่ควบคุมการประกอบธุรกิจของนิติบุคคลที่ขอรับความเห็นชอบในระยะเวลาสามปีย้อนหลังก่อนปีที่ยื่นคำขอ

 

 

ข้อ บริษัทจำกัดหรือบริษัทมหาชนจำกัดที่จัดตั้งขึ้นใหม่เพื่อประกอบธุรกิจหลักทรัพย์ ประเภทการจัดการกองทุนรวมต้องมีคุณสมบัติ ดังนี้
 
(1) มีทุนจดทะเบียนซึ่งชำระแล้วไม่น้อยกว่าจำนวนที่กำหนดตามกฎหมายว่าด้วยหลักทรัพย์ และตลาดหลักทรัพย์
 
(2) มีผู้ถือหุ้น ดังนี้
   (ก) นิติบุคคลผู้ยื่นคำขอ ซึ่งต้องถือหุ้นมีจำนวนเท่ากับร้อยละยี่สิบห้าของจำนวนหุ้นทั้งหมดของบริษัทจำกัดหรือบริษัทมหาชนจำกัดที่จัดตั้งขึ้นใหม่
   (ข) สถาบันการเงินตามกฎหมายว่าด้วยดอกเบี้ยเงินให้กู้ยืมของสถาบันการเงิน บริษัทประกันวินาศภัยตามกฎหมายว่าด้วยการประกันวินาศภัย หรือนิติบุคคลในต่างประเทศที่มีความชำนาญในธุรกิจการจัดการกองทุนรวม หรือธุรกิจในทำนองเดียวกับธุรกิจการจัดการกองทุนรวมซึ่งต้องมีคุณสมบัติเช่นเดียวกับที่กำหนด ตามข้อ 2(2) ถึง (6)และต้องถือหุ้นในบริษัทจำกัดหรือบริษัทมหาชนจำกัดที่จัดตั้งขึ้นใหม่มีจำนวนไม่เกินกว่าอัตราที่ คณะกรรมการ ก.ล.ต.ประกาศกำหนดทั้งนี้ คณะกรรมการ ก.ล.ต. จะกำหนดอัตราการถือหุ้นตามประเภทของกิจการหลักของนิติบุคคลผู้ถือหุ้นหรือกำหนดสำหรับนิติบุคคลผู้ถือหุ้นแต่ละรายก็ได้
 

ในกรณีนิติบุคคลในต่างประเทศที่มีความชำนาญในธุรกิจการจัดการกองทุนรวมหรือ ธุรกิจในทำนองเดียวกับธุรกิจการจัดการกองทุนรวม ต้องมีส่วนของผู้ถือหุ้นไม่ต่ำกว่าหนึ่งร้อยล้านบาท โดยอาจพิจารณาความชำนาญในธุรกิจหรือส่วนของผู้ถือหุ้นของบริษัทในเครือของนิติบุคคลในต่างประเทศ ประกอบด้วยก็ได้ และในกรณีนี้บริษัทในเครือ หมายความว่านิติบุคคลที่ถือหุ้นโดยตรงในนิติบุคคลใน ต่างประเทศหรือนิติบุคคลที่นิติบุคคลในต่างประเทศถือหุ้นโดยตรง เป็นจำนวนไม่น้อยกว่าร้อยละเจ็ดสิบห้า ของจำนวนหุ้นที่จำหน่ายได้แล้วทั้งหมดในกรณีจำเป็นเพื่อประโยชน์ในการจัดตั้งบริษัทจำกัดหรือบริษัทมหาชนจำกัด หรือเพื่อประโยชน์ในการดำรงสถานะความเป็นบริษัทจำกัดหรือบริษัทมหาชนจำกัด แล้วแต่กรณี บริษัทจำกัดหรือบริษัทมหาชนจำกัดที่จัดตั้งขึ้นใหม่อาจมีผู้ถือหุ้นเป็นบุคคลธรรมดาซึ่งถือหุ้นมีจำนวนเท่าที่จำเป็นตามที่ คณะกรรมการ ก.ล.ต. กำหนดเพื่อประโยชน์ดังกล่าวก็ได้

(3) มีวัตถุประสงค์จำกัดเฉพาะการประกอบธุรกิจหลักทรัพย์ประเภทการจัดการกองทุน รวมและกิจการอื่นที่ได้รับอนุญาตจากคณะกรรมการ ก.ล.ต.
 
(4) ในกรณีมีผู้ถือหุ้นเป็นนิติบุคคลในต่างประเทศที่มีความชำนาญในธุรกิจการจัดการกองทุนรวม หรือ ธุรกิจในทำนองเดียวกับธุรกิจการจัดการกองทุนรวม หากผู้ถือหุ้นดังกล่าวตกลงจะเป็น ผู้ถ่ายทอดความรู้และประสบการณ์ในการประกอบธุรกิจ หรือจะเป็นผู้ให้บริการหรือสนับสนุนในการประกอบธุรกิจให้แก่บริษัทที่จัดตั้งขึ้นใหม่ ห้ามมิให้ผู้ถือหุ้นดังกล่าวเรียกเก็บค่าตอบแทนไม่ว่าโดยทางตรง หรือทางอ้อมจากบริษัทที่จัดตั้งขึ้นใหม่ นอกเหนือจากที่กำหนดไว้โดยชัดแจ้งในสัญญา และค่าตอบแทน ดังกล่าวต้องเหมาะสมกับบริการหรือประโยชน์ที่จะได้รับ และมิใช่เป็นการเรียกเก็บจากกองทุนรวมหรือเป็นการเรียกเก็บโดยผันแปรตามมูลค่าทรัพย์สินของกองทุนรวมหรือรายได้จากการประกอบธุรกิจ ของบริษัทที่จัดตั้งขึ้นใหม่และสัญญาหรือความตกลงดังกล่าวจะต้องแสดงขอบเขตความผูกพันที่ชัดเจน ระหว่างคู่สัญญา อายุสัญญา ความตกลง บริการหรือประโยชน์ที่จะได้รับตลอดจนเงื่อนไขใด ๆ (ถ้ามี) ในการถ่ายทอดความรู้และประสบการณ์ หรือการให้บริการหรือสนับสนุนในการประกอบธุรกิจด้วย

 


ข้อ 4 ในการขอรับความเห็นชอบเพื่อจัดตั้งบริษัทจำกัดหรือบริษัทมหาชนจำกัดเพื่อ ประกอบธุรกิจหลักทรัพย์ประเภทการจัดการกองทุนรวม ให้นิติบุคคลตามข้อ 1 ยื่นคำขอตามแบบพร้อม เอกสารหลักฐานในระยะเวลาที่คณะกรรมการก.ล.ต. ประกาศกำหนดโดยยื่นผ่านสำนักงานคณะกรรมการ กำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์คำขอรับความเห็นชอบตามวรรคหนึ่ง อย่างน้อยต้องมีรายการดังต่อไปนี้
(1) วัน เดือน ปีที่ยื่นคำขอ
(2) ขื่อและคุณสมบัติของผู้ยื่นคำขอ
(3) ชื่อและคุณสมบัติของบุคคลที่จะเป็นผู้ถือหุ้นของบริษัทที่จะจัดตั้งขึ้นใหม่
(4) โครงสร้างการถือหุ้นในบริษัทที่จะจัดตั้งขึ้นใหม่
(5) โครงการและแผน งานเกี่ยวกับการจัดตั้งกองทุนรวม การบริหารโครงการ และการดำเนินงานของบริษัทที่จะจัดตั้งขึ้นใหม่
(6) ชื่อ ประวัติการศึกษา และประสบการณ์การทำงานของผู้ที่จะเป็นกรรมการ และผู้จัดการของบริษัทที่จะจัดตั้งขึ้นใหม่

 


ข้อ 5 เมื่อคณะกรรมการ ก.ล.ต. ได้รับคำขอรับความเห็นชอบพร้อมเอกสาร หลักฐานถูกต้องครบถ้วนตามที่ประกาศกำหนดและพิจารณาเห็นว่าผู้ยื่นคำขอและนิติบุคคลที่จะเป็น ผู้ร่วมถือหุ้นในบริษัทที่จะจัดตั้งขึ้นใหม่มีคุณสมบัติครบถ้วนตามที่กำหนด ให้คณะกรรมการ ก.ล.ต. เสนอแนะรัฐมนตรีเพื่อให้ความเห็นชอบการจัดตั้งบริษัทดังกล่าวภายในหนึ่งร้อยยี่สิบวันนับแต่วันที่ สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ได้รับคำขอ และเอกสารหลักฐานครบถ้วน และให้รัฐมนตรีพิจารณาให้ความเห็นชอบการจัดตั้งบริษัทดังกล่าวภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ได้รับ ข้อเสนอแนะของคณะกรรมการ ก.ล.ต.
 
ในกรณีที่ปรากฏต่อคณะกรรมการ ก.ล.ต. ว่า คำขอรับความเห็นชอบในการจัดตั้ง บริษัทขึ้นใหม่ตามคำขอใดมีผู้ยื่นคำขอหรือผู้ที่จะเป็นผู้ถือหุ้นมีความสัมพันธ์ในลักษณะเป็นกลุ่มเดียวกันกับ ผู้ยื่นคำขอหรือผู้ที่จะเป็นผู้ถือหุ้นในบริษัทที่จะจัดตั้งขึ้นใหม่ตามคำขออื่น หรือมีความสัมพันธ์ในลักษณะ เป็นกลุ่มเดียวกันกับผู้ถือหุ้นตั้งแต่ร้อยละสิบของจำนวนหุ้นที่จำหน่ายได้แล้วทั้งหมดของบริษัท หลักทรัพย์กองทุนรวม จำกัด (มหาชน) หรือกับผู้ถือหุ้นรายหนึ่งรายใดของบริษัทหลักทรัพย์อื่นที่ได้รับ ใบอนุญาตให้ประกอบธุรกิจหลักทรัพย์ประเภทการจัดการกองทุนรวมอยู่ก่อน แล้วแต่กรณี ทั้งนี้ ไม่ว่าการมีความสัมพันธ์ในลักษณะเป็นกลุ่มเดียวกันดังกล่าวจะมีอยู่ในวันที่ยื่นคำขอรับความเห็นชอบ หรือ มีอยู่ในระยะเวลาใด ๆภายในหนึ่งปีก่อนวันที่ยื่นคำขอรับความเห็นชอบ ให้คณะกรรมการ ก.ล.ต. มีอำนาจไม่พิจารณาคำขอรับความเห็นชอบนั้นได้การมีความสัมพันธ์ในลักษณะเป็นกลุ่มเดียวกันตามวรรคสอง ให้พิจารณาโดยคำนึงถึง เรื่องของการมีอิทธิพลต่อการดำเนินงาน หรือการขาดความเป็นอิสระในการดำเนินงานเป็นสำคัญ ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์ที่คณกรรมการ ก.ล.ต.ประกาศกำหนด

 


ข้อ เมื่อรัฐมนตรีให้ความเห็นชอบตามข้อ 5 แล้ว ให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการจัดตั้ง บริษัทจำกัดหรือบริษัทมหาชนจำกัดขึ้นใหม่ โดยมีลักษณะตามที่ได้รับความเห็นชอบ และให้บริษัทที่จัดตั้งขึ้นใหม่ยื่นคำขอรับใบอนุญาตประกอบธุรกิจหลักทรัพย์ ประเภทการจัดการกองทุนรวมตามแบบ พร้อมเอกสารหลักฐานในระยะเวลาที่คณะกรรมการ ก.ล.ต.ประกาศกำหนด โดยยื่นผ่านสำนักงาน คณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์
 
คำขอรับใบอนุญาตตามวรรคหนึ่ง อย่างน้อยต้องมีรายการเกี่ยวกับบริษัทที่จัดตั้งขึ้นใหม่ ดังต่อไปนี้
(1) วัน เดือน ปีที่ยื่นคำขอ
(2) ชื่อบริษัท
(3) ทุนจดทะเบียนและทุนชำระแล้ว
(4) วัตถุประสงค์
(5) ที่ตั้งสำนักงานใหญ่
(6) รายชื่อผู้ถือหุ้น
(7) ชื่อ ลายมือชื่อ ประวัติการศึกษา และประสบการณ์การทำงานของผู้ที่เป็น กรรมการ และผู้จัดการ
 
กรณีบริษัทที่จัดตั้งขึ้นใหม่มีผู้ถือหุ้นเป็นนิติบุคคลในต่างประเทศที่ตกลงจะเป็นผู้ถ่ายทอดความรู้และประสบการณ์หรือให้บริการหรือสนับสนุนในการประกอบธุรกิจให้แก่บริษัทที่จัดตั้งขึ้นใหม่ โดยมีการคิดค่าตอบแทน ให้แสดงสัญญาหรือความตกลงระหว่างผู้ถือหุ้นรายดังกล่าวกับบริษัทที่จัดตั้ง ขึ้นใหม่ด้วย

 

 

 

ข้อ 7 เมื่อคณะกรรมการ ก.ล.ต. ได้รับคำขอรับใบอนุญาตพร้อมเอกสารหลักฐาน ถูกต้องครบถ้วนตามที่ประกาศกำหนด และพิจารณาเห็นว่าบริษัทที่จัดตั้งขึ้นใหม่มีคุณสมบัติครบถ้วน ตามที่กำหนด ให้คณะกรรมการ ก.ล.ต.เสนอแนะรัฐมนตรีเพื่อออกใบอนุญาตประกอบธุรกิจหลักทรัพย์ ภายในหกสิบวันนับแต่วันที่ได้รับคำขอและเอกสารหลักฐานครบถ้วน และให้รัฐมนตรีพิจารณาออกใบ อนุญาตประกอบธุรกิจหลักทรัพย์ภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ได้รับข้อเสนอแนะของคณะกรรมการ ก.ล.ต.


 

ข้อ 8 ให้นิติบุคคลที่ได้รับใบอนุญาตประกอบธุรกิจหลักทรัพย์ประเภทการจัดการกองทุนรวม ดำรงโครงสร้างผู้ถือหุ้นและสัดส่วนการถือหุ้นในนิติบุคคลดังกล่าวตามที่ได้รับความเห็นชอบ จากรัฐมนตรี และมีผู้ถือหุ้นที่ดำรงคุณสมบัติเช่นเดียวกับที่กำหนดตามข้อ 2(3) เป็นเวลาไม่น้อยกว่า ห้าปีนับแต่วันที่ได้รับใบอนุญาตให้ประกอบธุรกิจหลักทรัพย์ในกรณีที่มีเหตุจำเป็นและสมควร รัฐมนตรีตามข้อเสนอแนะของคณะกรรมการ ก.ล.ต. อาจพิจารณาผ่อนผันให้บริษัทหลักทรัพย์ปฏิบัติเป็นประการอื่นได้


 
ข้อ 9 ให้กำหนดค่าธรรมเนียมตามอัตรา ดังนี้
(1) การขอรับใบอนุญาตประกอบธุรกิจหลักทรัพย์ประเภทการจัดการกองทุนรวม คำขอละ 10,000 บาท
(2) ใบอนุญาตประกอบธุรกิจหลักทรัพย์ประเภทการจัดการกองทุนรวม ปีละ1,000,000 บาท

 

 

ให้ผู้ได้รับใบอนุญาตประกอบธุรกิจหลักทรัพย์ตามกฎกระทรวงนี้ชำระค่าธรรมเนียมใบอนุญาตประกอบธุรกิจหลักทรัพย์ตามวรรคหนึ่งล่วงหน้าเป็นรายปีปฏิทินโดยชำระก่อนวันเริ่มปีปฏิทินนั้นเว้นแต่ในปีแรกให้ชำระค่าธรรมเนียมในวันที่ได้รับใบอนุญาตประกอบธุรกิจหลักทรัพย์ โดยให้คิดค่าธรรมเนียมนับตั้งแต่วันที่ได้มีการออกใบอนุญาตประกอบธุรกิจหลักทรัพย์จนสิ้นปีปฏิทินที่ได้มีการออกใบอนุญาตประกอบธุรกิจหลักทรัพย์นั้นในกรณีที่ผู้ได้รับอนุญาตประกอบธุรกิจหลักทรัพย์ตามกฎกระทรวงนี้ไม่ชำระค่าธรรมเนียมหรือชำระค่าธรรมเนียมไม่ครบถ้วน ต้องเสียค่าธรรมเนียมเพิ่มอีกร้อยละสองต่อเดือนของค่าธรรมเนียมที่ค้างชำระเศษของเดือนให้นับเป็นหนึ่งเดือน


 

ให้ไว้ ณ วันที่ 22 พฤศจิกายน พ.ศ. 2538

 

(นายสุรเกียรติ์ เสถียรไทย)
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง

 


 

หมายเหตุ เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ เพื่อเปิดโอกาสให้มีการจัดตั้งบริษัทประกอบธุรกิจหลักทรัพย์ประเภทการจัดการกองทุนรวมได้เพิ่มขึ้นเพื่อให้เหมาะสมกับ สภาพเศรษฐกิจและโดยที่มาตรา 90 วรรคสี่แห่งพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535 กำหนดให้การขอรับใบอนุญาตการขอความเห็นชอบการออกใบอนุญาตและการให้ความเห็นชอบ ในการจัดตั้งบริษัทจำกัดหรือบริษัทมหาชนจำกัดเพื่อประกอบธุรกิจหลักทรัพย์ต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์