กฎกระทรวง ฉบับที่ 6 (พ.ศ. 2539)
ออกตามความในพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์
พ.ศ. 2535 ​


 
 
 

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 7 และมาตรา 90 วรรคสี่ แห่งพระราชบัญญัติหลักทรัพย์ และตลาดหลักทรัพย์พ.ศ. 2535 รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังออกกฎกระทรวงไว้ดังต่อไปนี้

 
 
ข้อ 1 ผู้ที่จะขอรับใบอนุญาตประกอบธุรกิจหลักทรัพย์ประเภทการจัดการกองทุนส่วนบุคคลตามกฎกระทรวงนี้ได้ต้องเป็นนิติบุคคลดังต่อไปนี้
(1) ธนาคารพาณิชย์ตามกฎหมายว่าด้วยการธนาคารพาณิชย์
(2) บริษัทเงินทุนตามกฎหมายว่าด้วยการประกอบธุรกิจเงินทุน ธุรกิจหลักทรัพย์ และธุรกิจเครดิตฟองซิเอร์หรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ตามมาตรา 321 แห่งพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และ ตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535
(3) บริษัทหลักทรัพย์ตามกฎหมายว่าด้วยหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์
(4) บริษัทจำกัดหรือบริษัทมหาชนจำกัดที่ได้รับความเห็นชอบจากรัฐมนตรีให้จัดตั้งขึ้นเพื่อประกอบธุรกิจหลักทรัพย์ตามมาตรา 90 วรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535 หรือ
(5) สถาบันการเงินที่มีกฎหมายจัดตั้งขึ้นโดยเฉพาะตามที่คณะกรรมการ ก.ล.ต. จะได้กำหนดโดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา

 

 
 
ข้อ 2 ผู้ที่จะได้รับใบอนุญาตประกอบธุรกิจหลักทรัพย์ประเภทการจัดการกองทุนส่วนบุคคลต้องมีคุณสมบัติดังต่อไปนี้
(1) ประกอบธุรกิจมาเป็นเวลาไม่น้อยกว่าสามปี เว้นแต่เป็นบริษัทดังต่อไปนี้
   1.1 บริษัทที่เกิดจากการควบบริษัทเข้ากันของนิติบุคคลตามข้อ 1(1) (2) หรือ (3)
   1.2 บริษัทหลักทรัพย์ที่เกิดจากการแยกการประกอบธุรกิจเงินทุนและการประกอบธุรกิจ หลักทรัพย์ออกจากกัน
   1.3 บริษัทหลักทรัพย์ที่ได้รับใบอนุญาตประกอบธุรกิจหลักทรัพย์ประเภทการจัดการ กองทุนรวม
   1.4 บริษัทจำกัดหรือบริษัทมหาชนจำกัดตามข้อ 1(4)
(2) ฐานะทางการเงินและผลการดำเนินงานดีตามสภาพและประเภทธุรกิจ
(3) มีหน่วยงานเฉพาะหรือแสดงได้ว่าจะจัดตั้งหน่วยงานเฉพาะเพื่อทำหน้าที่วิเคราะห์หลักทรัพย์หรือวิจัยทางเศรษฐกิจที่มีความพร้อมในการปฏิบัติการหรือให้บริการ โดยพิจารณาจากจำนวนและคุณสมบัติของนักวิเคราะห์ ระบบฐานข้อมูล อุปกรณ์และเครื่องอำนวยความสะดวกเพื่อสนับสนุนการวิเคราะห์และรวบรวมข้อมูลเป็นสำคัญ และในกรณีที่มีหน่วยงานดังกล่าวอยู่แล้วจะพิจารณาจากอายุของหน่วยงานและผลงาน การวิเคราะห์หลักทรัพย์หรือการวิจัยทางเศรษฐกิจด้วย
(4) แสดงได้ว่าจะมีมาตรการป้องกันความขัดแย้งทางผลประโยชน์ระหว่างกองทุนส่วนบุคคลที่รับจัดการกับผู้ขอรับใบอนุญาตนั้น และมีความพร้อมด้านบุคลากรของหน่วยงานที่จะจัดตั้งขึ้นเพื่อรับผิดชอบงานด้านการจัดการกองทุนส่วนบุคคล โดยพิจารณาจากแผนงานในการจัดตั้งหน่วยงานเพื่อรับผิดชอบงานด้านการจัดการกองทุนส่วนบุคคล ที่เป็นเอกเทศแยกจากหน่วยงานอื่นของผู้ขอรับใบอนุญาตนั้น การจัดองค์กรบริหารงาน ด้านการจัดการกองทุนส่วนบุคคลเพื่อให้เกิดประสิทธิภาพ การดำเนินงานภายในหน่วยงานเพื่อให้บุคลากรที่รับผิดชอบการจัดการกองทุนส่วนบุคคล มีความเป็นอิสระในการปฏิบัติงานการจัดเก็บเอกสารของหน่วยงานซึ่งต้องแยกเป็นสัดส่วนโดยมีผู้รับผิดชอบโดยตรง และมีหลักเกณฑ์การปฏิบัติที่ชัดเจนและรัดกุมในการควบคุมเอกสาร และในการติดต่อประสานงานระหว่างหน่วยงานที่รับผิดชอบด้านการจัดการกองทุนส่วนบุคคลกับหน่วยงานอื่นของผู้รับใบอนุญาตนั้น

 

 

 

ข้อ ในการพิจารณาฐานะทางการเงินและผลการดำเนินงานตาม ข้อ 2(2) ให้พิจารณา จากหลักเกณฑ์ดังต่อไปนี้
(1) ส่วนของผู้ถือหุ้นและสินทรัพย์ในขณะที่ยื่นคำขอรับใบอนุญาตต้องมีจำนวนขั้นต่ำดังนี้
   1.1 กรณีเป็นธนาคารพาณิชย์ ต้องมีส่วนของผู้ถือหุ้นไม่ต่ำกว่าหนึ่งพันล้านบาท และมีสินทรัพย์รวมไม่ต่ำกว่าหนึ่งหมื่นล้านบาท
   1.2 กรณีเป็นบริษัทเงินทุนหรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ ต้องมีส่วนของผู้ถือหุ้นไม่ต่ำกว่าห้าร้อยล้านบาท และมีสินทรัพย์รวมไม่ต่ำกว่าห้าพันล้านบาท
   1.3 กรณีเป็นบริษัทหลักทรัพย์ ต้องมีส่วนของผู้ถือหุ้นไม่ต่ำกว่าหนึ่งร้อยล้านบาท และมีสินทรัพย์รวมไม่ต่ำกว่าห้าร้อยล้านบาท
   1.4 กรณีเป็นบริษัทหลักทรัพย์ที่ได้รับใบอนุญาตให้ประกอบธุรกิจหลักทรัพย์ประเภทการจัดการกองทุนรวม ต้องมีส่วนของผู้ถือหุ้นไม่ต่ำกว่าหนึ่งร้อยล้านบาท และมีมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนรวมที่อยู่ภายใต้การจัดการไม่ต่ำกว่าหนึ่งพันล้านบาท
   1.5 กรณีเป็นนิติบุคคลตามข้อ 1(5) ต้องมีส่วนของผู้ถือหุ้นและสินทรัพย์ตามจำนวนที่คณะกรรมการ ก.ล.ต. จะได้กำหนดโดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา
(2) คุณภาพในการบริหารงานและความสามารถในการหารายได้ซึ่งต้องพิจารณาเกี่ยวกับกำไรสุทธิต่อสินทรัพย์รวมและกำไรสุทธิต่อส่วนของผู้ถือหุ้น ทั้งนี้ โดยให้พิจารณาจากงบการเงินและรายงานฐานะการเงินและผลการดำเนินงานในระยะเวลาสามปีก่อนปีที่ยื่นคำขอรับใบอนุญาตประกอบธุรกิจหลักทรัพย์ และงบการเงินและรายงานฐานะการเงินและผลการดำเนินงานประจำงวดการบัญชีในรอบระยะเวลาหกเดือนล่าสุด ที่มีผู้สอบบัญชีรับอนุญาตตรวจสอบและแสดงความเห็นแล้ว ของนิติบุคคลนั้นเป็นสำคัญ
(3) การปฏิบัติตามกฎหมายและประวัติการกระทำความผิดตามกฎหมายที่ควบคุมการประกอบธุรกิจของนิติบุคคลนั้น ในระยะเวลาสามปีก่อนปีที่ยื่นคำขอจนถึงวันที่ยื่นคำขอ

 

 
 

ข้อ 4 ถ้าผู้ขอรับใบอนุญาตเป็นนิติบุคคลตามข้อ 1(1) (2) หรือ (3) ที่เกิดจากการควบบริษัทเข้ากันของนิติบุคคลตามข้อ 1(1) (2) หรือ (3) และได้ประกอบธุรกิจมาเป็นเวลาน้อยกว่าสามปี การพิจารณาคุณสมบัติเกี่ยวกับฐานะทางการเงินและผลการดำเนินงานตามข้อ 3 ในส่วนที่เกี่ยวกับข้อ 3(1) ให้พิจารณาคุณสมบัติของผู้ขอรับใบอนุญาตในขณะที่ยื่นคำขอ และในส่วนที่เกี่ยวกับข้อ 3(2) และ (3) ให้พิจารณาคุณสมบัติของผู้ขอรับใบอนุญาต นับตั้งแต่วันที่เริ่มประกอบธุรกิจจนถึงวันที่ยื่นคำขอ ประกอบกับพิจารณา ฐานะทางการเงินและผลการดำเนินงานตามข้อ 3(2) ของนิติบุคคลที่ควบบริษัทเข้ากันจนครบระยะเวลาสามปี ก่อนปีที่ยื่นคำขอ ทั้งนี้ให้นำความในข้อ 3(2) มาใช้บังคับโดยอนุโลม

 

 

ข้อ 5 ถ้าผู้ขอรับใบอนุญาตเป็นนิติบุคคลตามข้อ 1(3) ที่เกิดจากการแยกการประกอบธุรกิจเงินทุนและการประกอบธุรกิจหลักทรัพย์ออกจากกัน และได้ประกอบธุรกิจหลักทรัพย์มาเป็นเวลาน้อยกว่าสามปีการพิจารณาคุณสมบัติเกี่ยวกับฐานะทางการเงินและผลการดำเนินงานตามข้อ 3 ในส่วนที่เกี่ยวกับข้อ 3(1) ให้พิจารณาคุณสมบัติของผู้ขอรับใบอนุญาตในขณะที่ยื่นคำขอ และในส่วนที่เกี่ยวกับข้อ 3(2) และ (3) ให้ พิจารณาคุณสมบัติของผู้ขอรับใบอนุญาตนับตั้งแต่วันที่เริ่มประกอบธุรกิจหลักทรัพย์จนถึงวันที่ยื่นคำขอ ประกอบกับพิจารณาฐานะทางการเงิน และผลการดำเนินงานตามข้อ 3(2) ของบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์เดิมจนครบระยะ เวลาสามปีก่อนปีที่ยื่นคำขอ ทั้งนี้ ให้นำความในข้อ 3(2) มาใช้บังคับโดยอนุโลม
 

 

ข้อ 6 ถ้าผู้ขอรับใบอนุญาตเป็นนิติบุคคลตามข้อ 1(3) ที่ได้รับใบอนุญาตประกอบธุรกิจหลักทรัพย์ประเภทการจัดการกองทุนรวม และได้ประกอบธุรกิจหลักทรัพย์มาเป็นเวลาน้อยกว่าสามปี ให้ได้รับยกเว้นการพิจารณาคุณสมบัติเกี่ยวกับฐานะทางการเงิน และผลการดำเนินงานตามข้อ 3(1) และ (2) และให้พิจารณา เฉพาะการปฏิบัติตามกฎหมายและประวัติการกระทำความผิดตามข้อ 3(3) ของบริษัทหลักทรัพย์นั้นนับตั้งแต่วันที่เริ่มประกอบธุรกิจหลักทรัพย์จนถึงวันที่ยื่นคำขอ

 
 
 

ข้อ 7 ถ้าผู้ขอรับใบอนุญาตเป็นนิติบุคคลตามข้อ 1(4) ซึ่งมีผู้ถือหุ้นของนิติบุคคลดังกล่าวเป็นนิติบุคคลตามข้อ 1(1) (2) หรือ (3) ในขณะที่ยื่นคำขอ ให้พิจารณาคุณสมบัติเกี่ยวกับฐานะทางการเงิน และผลการดำเนินงานของผู้ถือหุ้นที่เป็นนิติบุคคลดังกล่าวทุกราย โดยในส่วนที่เกี่ยวกับข้อ 3(1) ให้พิจารณา คุณสมบัติในขณะที่ยื่นคำขอและในส่วนที่เกี่ยวกับข้อ 3(2) และ (3) ให้พิจารณาคุณสมบัติในระยะเวลาสามปี ก่อนปีที่ยื่นคำขอจนถึงวันที่ยื่นคำขอทั้งนี้ ให้นำความในข้อ 3 มาใช้บังคับโดยอนุโลม

 
 

ข้อ 8 ให้ผู้ที่ประสงค์จะขออนุญาตประกอบธุรกิจหลักทรัพย์ประเภทการจัดการกองทุนส่วนบุคคล ยื่นคำขอต่อสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ตามแบบและภายในระยะเวลาที่คณะกรรมการ ก.ล.ต. จะได้กำหนดโดยประกาศในราชกิจจานุเบกษาการยื่นคำขอรับใบอนุญาตตามวรรคหนึ่ง ให้ยื่นพร้อมด้วยสำเนาคำขอสองชุดหลักฐานประกอบคำขอที่แสดงว่าผู้ยื่นคำขอมีคุณสมบัติตามที่กำหนดในกฎกระทรวงนี้ และหลักฐานอื่นตามที่คณะกรรมการ ก.ล.ต. จะได้กำหนดโดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา

 
 

ข้อ ให้คณะกรรมการ ก.ล.ต. พิจารณาคำขอตามข้อ 8 ให้แล้วเสร็จภายในหนึ่งร้อยแปดสิบวันนับแต่วันที่สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ได้รับคำขอและหลักฐาน ครบถ้วนในกรณีที่คณะกรรมการ ก.ล.ต. พิจารณาเห็นว่าผู้ยื่นคำขอเป็นผู้มีคุณสมบัติถูกต้องตามที่กำหนด ในกฎกระทรวงนี้และเสนอแนะต่อรัฐมนตรีว่าสมควรออกใบอนุญาต ให้รัฐมนตรีพิจารณาให้แล้วเสร็จภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ได้รับข้อเสนอแนะของคณะกรรมการ ก.ล.ต.ใบอนุญาตประกอบธุรกิจหลักทรัพย์ประเภทการจัดการกองทุนส่วนบุคคลให้เป็นไปตามแบบท้ายกฎกระทรวงนี้

 

 

 

ข้อ 10 ใบอนุญาตประกอบธุรกิจหลักทรัพย์ประเภทการจัดการกองทุนส่วนบุคคลจะออกให้แก่นิติบุคคลตามข้อ 1(4) ได้เฉพาะเมื่อนิติบุคคลนั้นได้รับใบอนุญาตประกอบธุรกิจหลักทรัพย์ประเภทอื่นแล้ว

 

 

 

ข้อ 11 ผู้ได้รับใบอนุญาตประกอบธุรกิจหลักทรัพย์ประเภทการจัดการกองทุนส่วนบุคคลจะเริ่ม ประกอบธุรกิจหลักทรัพย์ดังกล่าวได้ต่อเมื่อได้ดำเนินการจัดตั้งหน่วยงานเฉพาะเพื่อทำหน้าที่วิเคราะห์หลักทรัพย์หรือวิจัยทางเศรษฐกิจตามข้อ 2(3) และจัดให้มีมาตรการป้องกันความขัดแย้งทางผลประโยชน์ระหว่างกองทุนส่วนบุคคลที่รับจัดการกับผู้ได้รับใบอนุญาตตามข้อ 2(4) แล้ว

 

 

ข้อ 12 ให้กำหนดค่าธรรมเนียมตามอัตรา ดังนี้
(1) คำขอรับใบอนุญาตประกอบธุรกิจหลักทรัพย์ประเภท
การจัดการกองทุนส่วนบุคคล คำขอละ 10,000 บาท
(2) ใบอนุญาตประกอบธุรกิจหลักทรัพย์ประเภท
การจัดการกองทุนส่วนบุคคล ปีละ 1,000,000 บาท
 

ผู้ได้รับใบอนุญาตต้องชำระค่าธรรมเนียมใบอนุญาตล่วงหน้าเป็นรายปีตามปีปฏิทิน โดยชำระก่อนวันเริ่มปีปฏิทินนั้น เว้นแต่ในปีแรกให้ชำระค่าธรรมเนียมในวันที่ได้มีการออกใบอนุญาต โดยให้คิด ค่าธรรมเนียมเฉลี่ยตามระยะเวลาที่เหลืออยู่ในปีปฏิทินที่ได้มีการออกใบอนุญาตนั้น

 

ถ้าผู้ได้รับใบอนุญาตไม่ชำระค่าธรรมเนียมภายในเวลาที่กำหนดหรือชำระค่าธรรมเนียมไม่ครบถ้วนต้องเสียค่าธรรมเนียมเพิ่มอีกร้อยละสองต่อเดือนของค่าธรรมเนียมที่ค้างชำระ เศษของเดือนให้นับเป็นหนึ่งเดือนทั้งนี้จนกว่าจะได้ชำระค่าธรรมเนียมครบถ้วนแล้ว

 


 
 

ให้ไว้ ณ วันที่ 8 มิถุนายน พ.ศ. 2539

 
(นายบดี จุณณานนท์)
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง
 

 

 
 
 

หมายเหตุ : เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้คือเพื่อเป็นการส่งเสริมและพัฒนาตลาดทุนของประเทศโดยเปิดโอกาสให้ผู้ลงทุนที่ประสงค์จะลงทุนในหลักทรัพย์สามารถ มอบหมายให้นิติบุคคลบางประเภทเป็นผู้จัดการลงทุนเพื่อแสวงหาประโยชน์จากหลักทรัพย์แทนตนได้ สมควรกำหนดหลักเกณฑ์วิธีการ เงื่อนไขและ ค่าธรรมเนียมในการขอรับใบอนุญาตและการออก ใบอนุญาตประกอบธุรกิจหลักทรัพย์ประเภทการจัดการกองทุนส่วนบุคคลจึงจำเป็นต้องออก กฎกระทรวงนี้