หน้าแรก ธุรกิจนายหน้า ค้าจัดจำหน่าย และธุรกิจหลักทรัพย์อื่น  ผู้ค้าสัญญาซื้อขายล่วงหน้า Licensing/Registration  tool kits
!@#content#@!
   
 
 Licensing/Registration tool kits
พิมพ์ บันทึกหน้า
 
   
 
สรุปหลักเกณฑ์การเป็นตัวแทนสัญญาซื้อขายล่วงหน้าและผู้ค้าสัญญาซื้อขายล่วงหน้า
ความหมาย

มาตรา 3  ของพระราชบัญญัติสัญญาซื้อขายล่วงหน้า พ.ศ. 2546  กำหนดความหมาย ของการประกอบธุรกิจตัวแทนซื้อขายสัญญา ซื้อขายล่วงหน้าและผู้ค้าสัญญาซื้อขายล่วงหน้าไว้ดังนี้

 

"ตัวแทนซื้อขายสัญญาซื้อขายล่วงหน้า" หมายถึง ผู้ให้บริการหรือแสดงตนแก่บุคคลทั่วไปว่า พร้อมที่จะให้บริการเป็นตัวแทนในการซื้อขายสัญญาซื้อขายล่วงหน้าเป็นทางค้าปกติ

 

"ผู้ค้าสัญญาซื้อขายล่วงหน้า" หมายความว่า ผู้ที่แสดงตนต่อบุคคลทั่วไปว่าพร้อมจะเข้าเป็นคู่สัญญาซื้อขายสัญญาซื้อขายล่วงหน้านอกศูนย์ซื้อขายสัญญาซื้อขายล่วงหน้า โดยเสนอเข้าหรือเข้าเป็นคู่สัญญาเป็นทางค้าปกติ

 

ทั้งนี้ มาตรา 16 ยังกำหนดให้ผู้ที่ประสงค์จะประกอบธุรกิจเป็นตัวแทนหรือผู้ค้าสัญญาซื้อขายล่วงหน้าข้างต้น จะสามารถยื่นขออนุญาตได้ภายใต้ 2 ระบบ ได้แก่ ระบบใบอนุญาต และระบบการรับจดทะเบียน โดยภายใต้ระบบใบอนุญาตนั้น ผู้ประกอบธุรกิจที่ต้องการจะทำธุรกิจกับผู้ลงทุนทั่วไปหรือผู้ลงทุนรายย่อย จะต้องได้รับใบอนุญาตจากคณะกรรมการ ก.ล.ต. ในขณะที่ผู้ที่ต้องการทำธุรกิจเฉพาะกับผู้ลงทุนสถาบัน (รวมถึงประเภทที่คณะกรรมการ ก.ล.ต.ประกาศกำหนด) จะต้องยื่นขอรับการจดทะเบียนกับสำนักงาน  ก.ล.ต. ได้โดยไม่จำเป็นต้องยื่นขอใบอนุญาตต่อคณะกรรมการ
ก.ล.ต.

 
  การประกอบธุรกิจหลักทรัพย์โดยไม่ได้รับอนุญาตจะต้องได้รับโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี ค่าปรับไม่เกิน 300,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ รวมทั้งค่าปรับอีกส่วนหนึ่งเป็นรายวัน

  หากมีข้อสงสัยหรือต้องการสอบถามเกี่ยวกับการขออนุญาต โปรดติดต่อทางโทรศัพท์ได้ที่หมายเลข 02-695-9554, 0-2263-6047 และ 0-2263-6057 หรือทาง seccom@sec.or.th

 

การขอรับใบอนุญาต/การขอรับการจดทะเบียน

- การขอรับใบอนุญาต

- การรับจดทะเบียน 


ในปัจจุบันผู้ที่สนใจสามารถยื่นขอรับการจดทะเบียนเพื่อประกอบธุรกิจได้ 2 ประเภท ได้แก่ การเป็นตัวแทนซื้อขายสัญญาซื้อขายล่วงหน้า และผู้ค้าสัญญาซื้อขายล่วงหน้า โดยจะต้องได้รับการจดทะเบียนกับสำนักงาน ทั้งนี้ ผู้ได้รับการจดทะเบียนจะสามารถประกอบธุรกิจดังกล่าวได้เฉพาะกับนักลงทุนสถาบันที่ประกาศกำหนดไว้ใน พ.ร.บ.สัญญาซื้อขายล่วงหน้าหรือที่คณะกรรมการ ก.ล.ต. ประกาศกำหนดภายหลัง ซึ่งเป็นการซื้อขายนอกศูนย์ซื้อขายสัญญาฯ เท่านั้น โดยหากต้องการขยายการประกอบธุรกิจการเป็นตัวแทนฯ ไปยังกลุ่มลูกค้ารายย่อยหรือประชาชนทั่วไปภายในศูนย์ซื้อขายสัญญาฯ จะต้องยื่นขอใบอนุญาตเป็นตัวแทนซื้อขายสัญญาฯ ภายใต้ พ.ร.บ.สัญญาซื้อขายล่วงหน้าอีกประเภทหนึ่งด้วย

ผู้ที่สามารถยื่นขอรับจดทะเบียนเป็นผู้ประกอบธุรกิจสัญญาซื้อขายล่วงหน้า มีดังนี้ (ประกาศ กธ. 7/2547)

(1) ธนาคารพาณิชย์
(2) บริษัทเงินทุน
(3) บริษัทหลักทรัพย์ที่ได้รับใบอนุญาตเป็นนายหน้าซื้อขายหลักทรัพย์หรือค้าหลักทรัพย์ที่มิได้จำกัดเฉพาะหลักทรัพย์อันเป็นตราสารแห่งหนี้ ภายใต้ พ.ร.บ.หลักทรัพย์ฯ (ต้องได้รับความเห็นชอบให้ประกอบธุรกิจอื่นภายใต้มาตรา 98(8) แห่ง พ.ร.บ.หลักทรัพย์ฯ ก่อน)
(4) บริษัทหลักทรัพย์ที่ได้รับใบอนุญาตประเภทการให้สินเชื่อเพื่อธุรกิจหลักทรัพย์ (ต้องได้รับความเห็นชอบให้ประกอบธุรกิจอื่นภายใต้มาตรา 98(8) แห่ง พ.ร.บ.หลักทรัพย์ฯ ก่อน)
(5) นิติบุคคลต่างประเทศที่เป็นผู้ค้าสัญญาซื้อขายล่วงหน้าในประเทศนั้นๆ (เฉพาะกรณีการยื่นขอรับการจดทะเบียนเป็นผู้ค้าสัญญาซื้อขายล่วงหน้ากับสำนักงาน)


ทั้งนี้ ธนาคารพาณิชย์ บริษัทเงินทุน หรือบริษัทหลักทรัพย์ที่ยื่นคำขอจะต้องแสดงได้ว่า 1) จะมีระบบป้องกันความขัดแย้งทางผลประโยชน์ (conflict of interest) และการล่วงรู้ข้อมูลภายใน (insider trading) ที่มีประสิทธิภาพ รวมทั้งมีระบบกำกับดูแลการปฏิบัติงานให้เป็นไปตามระบบดังกล่าว และ 2) สามารถดำรงเงินกองทุนและกันเงินทุนสำรอง (กรณีธนาคารพาณิชย์และบริษัทเงินทุน) หรือดำรงเงินกองทุนสภาพคล่องสุทธิ (กรณีบริษัทหลักทรัพย์) ได้ตามหลักเกณฑ์ของกฎหมายที่ควบคุมการประกอบธุรกิจของนิติบุคคลนั้น นอกจากนี้ หากผู้ยื่นคำขอเป็นธนาคารพาณิชย์และบริษัทเงินทุน จะต้องได้รับอนุญาตให้ประกอบธุรกิจสัญญาซื้อขายล่วงหน้าจากหน่วยงานหลักที่กำกับดูแล ( เช่น ธนาคารแห่งประเทศไทย หรือกระทรวงการคลัง) ก่อน และในกรณีบริษัทหลักทรัพย์ จะต้องมีนโยบายและมาตรการในการควบคุมภายในและการบริหารความเสี่ยง รวมทั้งมีระบบกำกับดูแลการปฏิบัติงานให้เป็นไปตามนโยบายหรือมาตรการดังกล่าว

สำหรับผู้ค้าสัญญาซื้อขายล่วงหน้าที่เป็นนิติบุคคลต่างประเทศ สำนักงาน ก.ล.ต. จะรับจดทะเบียนเมื่อหลักเกณฑ์การกำกับดูแลนิติบุคคลของประเทศนั้นเป็นมาตรฐานเดียวกันหรือมีมาตรฐานสูงกว่ามาตรฐานของประเทศไทย และนิติบุคคลดังกล่าวต้องไม่อยู่ระหว่างถูกจำกัดหรือถูกสั่งพักการประกอบธุรกิจเป็นผู้ค้าสัญญาซื้อขายล่วงหน้าในประเทศที่นิติบุคคลนั้นจัดตั้งขึ้น

การยื่นคำขอการจดทะเบียน
 ผู้ยื่นคำขอจะต้องยื่น แบบ 16-4 ต่อสำนักงานพร้อมด้วยเอกสารหลักฐานให้ครบถ้วนตามที่กำหนด (ปัจจุบันยังไม่มีการเรียกเก็บค่าธรรมเนียม)
 สำนักงานมีระยะเวลาในการพิจารณาและแจ้งผลภายใน 60 วันนับแต่วันที่ได้รับคำขอและเอกสารหลักฐานครบถ้วน

 

บุคคลที่เกี่ยวข้อง


กฎหมายยังกำหนดบุคคลดังต่อไปนี้ที่เกี่ยวข้องกับผู้ได้รับใบอนุญาตหรือผู้ได้รับการจดทะเบียนเป็นตัวแทนซื้อขายสัญญาซื้อขายล่วงหน้าต้องได้รับความเห็นชอบจากสำนักงาน รวมทั้งจะต้องไม่มีคุณสมบัติต้องห้ามหรือต้องมีคุณสมบัติขั้นต่ำตามที่กำหนดด้วย

 

  ผู้ถือหุ้นรายใหญ่เกินกว่า 10% ขึ้นไป (ประกาศสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ว่าด้วยแนวปฏิบัติในการขอความเห็นชอบและการให้ความเห็นชอบบุคคลที่เป็นหรือจะเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของผู้ประกอบธุรกิจสัญญาซื้อขายล่วงหน้า พ.ศ. 2550)

  กรรมการ ผู้จัดการ หรือผู้ดำรงตำแหน่งตามที่คณะกรรมการ ก.ล.ต. ประกาศกำหนด (มาตรา 24 ประกาศ ทธ/น/ข. 85/2552  ประกาศ ทธ/น/ข. 87/2552 และ ประกาศ อธ/น/ข. 11/2548) ทั้งนี้ ต้องมีกรรมการอิสระอย่างน้อย 1 ใน 4 ของจำนวนกรรมการของบริษัท (มีผลใช้บังคับวันที่ 1 มกราคม 2550) (ประกาศ ทธ. 80/2552)

  ผู้ติดต่อกับผู้ลงทุน (ประกาศ สข. 25/2548)

 
เกณฑ์ในการกำกับดูแลที่สำคัญ
 

ระบบใบอนุญาต

1. ความรับผิดชอบทางการเงิน (Financial Responsibility Rules)

1.1 เกณฑ์การดำรงเงินกองทุนสภาพคล่อง (Net Liquid Capital Rule)(ประกาศ กธ. 66/2547 และ ประกาศ สธ. 24/2549)

  ทุกสิ้นวันบริษัท์จะต้องคำนวณสัดส่วนเงินกองทุนสภาพคล่องสุทธิ (NC) ตามวิธีการ และจะต้องดำรง NC ขั้นต่ำ ณ สิ้นวัน ไม่น้อยกว่า 15 ล้านบาท และไม่น้อยกว่า 7% ของหนี้สินทั่วไปและทรัพย์สินที่ต้องวางเป็นประกัน โดยมีวิธีการคำนวณ ดังนี้

NCR = (สินทรัพย์สภาพคล่อง - ค่าความเสี่ยง) - หนี้สินรวม
             หนี้สินทั่วไป + ทรัพย์สินที่ต้องวางเป็นหลักประกัน

  ในกรณีที่พบว่า NC ลดต่ำลง ให้บริษัทหลักทรัพย์ดำเนินการดังนี้

 

NC  =< 1.5 เท่าของเกณฑ์ขั้นต่ำ (early warning) ซึ่งหมายถึง NC  =< 10.5% หรือ
=< 22.5 ล้านบาท

จัดส่งรายงานต่อสำนักงานเป็นรายวัน จนกว่าจะสามารถทำให้  NC เพิ่มขึ้น > 1.5  เท่า ของเกณฑ์ขั้นต่ำ เป็นเวลาติดต่อกันอย่างน้อย 2 วันทำการ

กรณีบริษัทประกอบธุรกิจเป็นตัวแทนซื้อขายสัญญาซื้อขายล่วงหน้าอย่างเดียว
NC < 7% หรือ < 15 ล้านบาท หรือ
กรณีบริษัทประกอบธุรกิจหลักทรัพย์ด้วย
NC < 7% หรือ < 25 ล้านบาท

ห้ามขยายการประกอบธุรกิจ และจะต้องจัดทำแผนการดำเนินการสำหรับช่วง 120 วันจัดส่งให้สำนักงานภายใน 30 วัน  โดยหาก  (ก) ไม่ได้จัดส่งแผนตามกำหนด  (ข)  แก้ไขไม่ได้ตามแผน  (ค) NC ติดลบติดต่อกัน 5 วัน (ง)  มีการผิดนัดการชำระราคาหรือส่งมอบ บริษัทหลักทรัพย์จะต้องหยุดประกอบธุรกิจทั้งหมด  ลดความเสี่ยงเกี่ยวกับเงินลงทุน  และโอนฐานะของลูกค้าไปยังบริษัทหลักทรัพย์อื่น

 

1.2 เกณฑ์การดูแลทรัพย์สินของลูกค้า (Customer Protection Rule / Segregation Rule)(ประกาศ ทธ. 84/2552)

  ต้องจัดเก็บทรัพย์สินของลูกค้าไว้โดยแยกต่างหากจากทรัพย์สินของตัวแทนซื้อขายสัญญา

  ต้องบันทึกรายการในบัญชีลูกค้าให้ถูกต้องและเป็นปัจจุบัน รวมทั้งต้องรายงานการดูแลรักษาทรัพย์สินของลูกค้าให้ลูกค้าทราบตามหลักเกณฑ์ที่สำนักงานกำหนด

  ห้ามนำทรัพย์สินของลูกค้าไปใช้โดยไม่ได้รับความเห็นชอบเป็นลายลักษณ์อักษรจากลูกค้า

 

1.3 เกณฑ์การเรียกและวางหลักประกันของลูกค้า (Customer Margin Requirement)(ประกาศ กธ. 67/2547)

  ผู้ได้รับใบอนุญาตเป็นตัวแทนซื้อขายสัญญาซื้อขายล่วงหน้าจะต้องกำหนดฐานะสัญญาซื้อขายล่วงหน้าสูงสุด (position limit) รวมทั้งอัตราหรือมูลค่าหลักประกันที่จะเรียกจากลูกค้า(margin level) แต่ละราย โดยอัตราทรัพย์สินที่นำมาวางเป็นหลักประกันเบื้องต้น (initial margin) จะต้องไม่ต่ำกว่าอัตราที่สำนักงานกำหนด

  ต้องจัดการให้ลูกค้านำทรัพย์สินมาวางเป็นหลักประกันเริ่มต้น (initial margin) ก่อนเริ่มทำการซื้อขายในอัตราหรือมูลค่าที่ไม่ต่ำกว่า ที่สำนักงาน
ก.ล.ต.  กำหนด ยกเว้นกรณีผู้ลงทุนสถาบัน สามารถวางหลักประกันภายในวันทำการถัดจากวันที่ทำการซื้อขาย (T+1)

  ต้องคำนวณฐานะสัญญาซื้อขายล่วงหน้าของลูกค้าเพื่อปรับมูลค่าหลักประกันอย่างน้อยทุกสิ้นวันทำการ ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่ศูนย์ซื้อขายสัญญาฯ กำหนด

  ต้องเรียกให้ลูกค้าวางหลักประกันเพิ่มภายในวันทำการถัดจากวันที่ทำการซื้อขาย (T+1) เมื่ออัตราหรือมูลค่าหลักประกันต่ำกว่าอัตราหรือมูลค่าหลักประกันรักษาสภาพ (maintainance margin)

  กรณีลูกค้าไม่สามารถวางหลักประกันภายในเวลาที่กำหนด ตัวแทนสัญญาซื้อขายฯ ต้องงดการซื้อขายของลูกค้าที่จะเป็นผลให้มีการสร้างฐานะสัญญาซื้อขายล่วงหน้าเพิ่มเติม และจะต้องล้างฐานะสัญญาซื้อขายล่วงหน้าของลูกค้าดังกล่าวเพื่อให้มีอัตราหรือมูลค่าหลักประกันไม่ต่ำกว่าที่กำหนดภายในวันทำการถัดไป (T+2)

  ตัวแทนสัญญาซื้อขายฯ ต้องให้ลูกค้าแต่ละรายวางหลักประกันสำหรับการมีฐานะสัญญาซื้อขายล่วงหน้ากับสำนักหักบัญชีสัญญาฯ ตามอัตราหรือวิธีการที่สำนักหักบัญชีสัญญาฯ กำหนด โดยไม่ให้นำฐานะสัญญาซื้อขายสัญญาล่วงหน้าของลูกค้าต่างรายกันมาหักกลบลบกัน

  ห้ามมิให้ตัวแทนสัญญาซื้อขายฯ ให้ลูกค้ากู้ยืมเงินเพื่อนำมาวางเป็นประกันในการซื้อขายสัญญาซื้อขายล่วงหน้า

 

1.4 เกณฑ์เกี่ยวกับการจัดเก็บเอกสารหลักฐาน (Books & Records Requirements)(ประกาศ ทธ. 80/2552)

  จะต้องจัดเก็บหลักฐานเกี่ยวกับการเปิดบัญชีและการทำความรู้จักลูกค้า ไว้ให้ครบถ้วน ในลักษณะที่สามารถเรียกดูได้โดยสะดวก โดยจัดเก็บไว้อย่างน้อยเป็นระยะเวลา 5 ปีนับแต่วันที่มีการปิดบัญชีหรือเลิกสัญญากับลูกค้า

  จะต้องจัดเก็บหลักฐานที่เกี่ยวข้องกับการซื้อขายสัญญาซื้อขายล่วงหน้าของลูกค้า รายงานหรือบทความการวิเคราะห์คุณค่าหรือความเหมาะสมในการซื้อขายสัญญาซื้อขายล่วงหน้า ไว้ให้ครบถ้วน เป็นปัจจุบันอย่างน้อยเป็นระยะเวลา 5 ปี โดยในระยะเวลา 2 ปีแรกต้องเก็บในลักษณะที่สามารถเรียกดูได้โดยสะดวก (ประกาศ สธ. 2/2549)

  ตัวแทนซื้อขายสัญญาต้องบันทึกและจัดเก็บหลักฐานเกี่ยวการให้คำแนะนำ และการรับคำสั่งซื้อขาย รวมถึงการบันทึกเทปด้วยในกรณีที่เป็นการรับ
คำสั่งทางโทรศัพท์หรือทางอิเล็กทรอนิคส์ โดยให้จัดเก็บไว้เป็นระยะเวลาอย่างน้อย 1 เดือน ยกเว้น กรณีที่มีข้อร้องเรียน ให้เก็บไว้นานจนกว่าการดำเนินการจะแล้วเสร็จ (ประกาศ สธ. 2/2549)

  จะต้องมีการจัดเก็บหลักฐานที่เกี่ยวข้องกับการรับเรื่องร้องเรียนจากลูกค้า ไว้อย่างครบถ้วน ถูกต้องทันต่อเหตุการณ์ ไว้อย่างน้อยเป็นระยะเวลา 5 ปี โดยในระยะเวลา 2 ปีแรกต้องเก็บในลักษณะที่สามารถเรียกดูได้โดยสะดวก (ประกาศ สธ. 32/2548)

 

1.5 เกณฑ์เกี่ยวกับการประเมินและควบคุมความเสี่ยง (Risk Assessment Requirements)(ประกาศ ทธ. 80/2552)

  ต้องมีระบบการบริหารความเสี่ยงเพื่อป้องกันไม่ให้มีความเสียหายต่อการประกอบธุรกิจ โดยจะต้องครอบคลุมความเสี่ยงทุกประเภทที่อาจเกิดขึ้น

 

1.6 เกณฑ์เกี่ยวกับการรายงาน (Reporting Requirements)

ผู้ได้รับใบอนุญาตเป็นตัวแทนซื้อขายสัญญาซื้อขายล่วงหน้าต้องจัดทำและยื่นรายงานดังต่อไปนี้ต่อสำนักงาน

 

รายเดือน

แบบรายงานฐานะการเงินและผลการดำเนินงาน
(บ.ล. 2 และ บ.ล. 2/1) (ประกาศ สธ. 9/2549)

ภายในวันที่ 14 ของเดือนถัดไป

รายงานแสดงทรัพย์สินลูกค้า (บ.ล. 8)
(ประกาศ สธ. 9/2549)

ภายในวันที่ 7 ของเดือนถัดไป

รายงานเงินกองทุนสภาพคล่องสุทธิ (บ.ล. 4/1)
(ประกาศ สธ. 24/2549)
  คำอธิบายการดำรงเงินกองทุนสภาพคล่องสุทธิ (Net Capital Rule : NCR)

ภายในวันที่ 7 ของเดือนถัดไป และภายใน 2 วันทำการนับจากวันที่ NCR  =< 1.5 เท่าของเกณฑ์ขั้นต่ำ
 

รายไตรมาส

สรุปจำนวนข้อร้องเรียน (ประกาศ กธ.32/2548)

ภายในวันที่ 15 นับแต่วันสิ้นไตรมาส

ราย 6 เดือน 

งบการเงินรอบ 6 เดือน (บ.ล. 1 และ บ.ล. 1.1) (ประกาศ กธ. 8/2549)

ภายใน 3 เดือนนับแต่วันสิ้นงวดบัญชี

 รายงานรายปี 

งบการเงินงวดประจำปีบัญชี (บ.ล.1 และ บ.ล. 1.1) (ประกาศ กธ. 8/2549)

ภายใน 21 วันนับแต่วันที่ที่ได้รับอนุมัติจากที่ประชุมผู้ถือหุ้น แต่ต้องไม่เกิน 4 เดือนนับแต่วันสิ้นปีบัญชี แล้วแต่เวลาใดจะถึงก่อน

 

2. การกำกับดูแลการประกอบธุรกิจ (Conduct Regulations)(ประกาศ ทธ. 80/2552)

2.1 การกระทำในลักษณะที่เป็นการเอาเปรียบ เบียดบัง หรือแสวงหาประโยชน์โดยไม่ชอบจากลูกค้า (Anti-fraud Provisions)

  ต้องจัดทำเอกสารเปิดเผยข้อมูลความเสี่ยง  เกี่ยวกับการซื้อขายสัญญาซื้อขายล่วงหน้าให้ลูกค้าทราบ โดยอย่างน้อยต้องมีข้อมูลตามที่สำนักงานกำหนด และจะต้องให้ลูกค้าลงนามรับทราบ ถึงความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้น จากการซื้อขายสัญญาซื้อขายล่วงหน้า

  ต้องไม่ให้คำแนะนำหรือข้อมูลที่อาจก่อให้เกิดความเข้าใจผิด หรือปกปิดข้อมูลอันเป็นสาระสำคัญแก่ลูกค้า

  ต้องมีมาตรการในการป้องกันความขัดแย้งทางผลประโยชน์และการรักษาความลับของลูกค้า

  ต้องให้คำแนะนำที่เหมาะสมและเป็นไปเพื่อประโยชน์สูงสุดแก่ลูกค้า และต้องไม่มีข้อความรับรองว่าจะมีการจำกัดผลขาดทุนหรือรับประกันกำไรจากการซื้อขายสัญญาซื้อขายล่วงหน้า

 

2.2 เกณฑ์เกี่ยวกับการเปิดบัญชีซื้อขายหลักทรัพย์(ประกาศ ทธ. 80/2552)

  ต้องมีกระบวนการที่ทำให้มั่นใจได้ว่า ลูกค้าเป็นบุคคลเดียวกับเอกสารที่ใช้ประกอบการขอเปิดบัญชี

  ต้องมีการตรวจสอบตัวตนที่แท้จริงของลูกค้า ผู้รับประโยชน์ที่แท้จริง จากการซื้อขายสัญญาซื้อขายล่วงหน้าของลูกค้า และ  ผู้มีอำนาจควบคุมการซื้อขายสัญญาซื้อขายล่วงหน้าของลูกค้า (ทั้งลูกค้ารายย่อยและสถาบัน) (customer due diligence)

  ต้องจัดให้มีข้อมูลหรือเอกสารหลักฐานเกี่ยวกับฐานะการเงินและความสามารถในการชำระหนี้ของลูกค้า (ทั้งลูกค้ารายย่อยและสถาบัน)

  ต้องจัดให้มีข้อมูลเกี่ยวกับฐานะการเงิน ความสามารถในการชำระหนี้ วัตถุประสงค์การลงทุน และระดับความรู้ความเข้าใจและประสบการณ์เกี่ยวกับการลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้าของลูกค้า (เฉพาะลูกค้ารายย่อย) (know your client)

  ต้องทำความรู้จักลูกค้าอย่างต่อเนื่อง โดยปรับปรุงข้อมูลของลูกค้าให้เป็นปัจจุบัน รวมทั้งทบทวนความสามารถในการชำระหนี้และวงเงินซื้อขายของลูกค้าแต่ละราย (total exposure) เป็นประจำ

  หากลูกค้ามีการมอบอำนาจให้บุคคลอื่นดำเนินการแทนลูกค้า บริษัทหลักทรัพย์ต้องจัดให้มีการมอบอำนาจเป็นลายลักษณ์อักษร

 

2.3 เกณฑ์เกี่ยวกับการซื้อขายหลักทรัพย์ (Trading Practices)

  ต้องปฏิบัติต่อลูกค้าทุกรายอย่างเท่าเทียมกัน ตามลำดับก่อนหลัง

  ลูกค้าต้องได้รับการปฏิบัติอย่างเป็นธรรม โดยในกรณีที่ตัวแทนซื้อขายสัญญาฯ จะเข้าทำการซื้อขายสัญญาซื้อขายล่วงหน้ากับลูกค้าในฐานะ
คู่สัญญา ต้องแจ้งถึงฐานะดังกล่าวให้ลูกค้าทราบและลูกค้าได้แสดงความยินยอมเป็นลายลักษณ์อักษร

 

2.4 เกณฑ์อื่น

  ต้องจัดให้มีระบบการจัดการข้อร้องเรียนของลูกค้า ตามหลักเกณฑ์ที่สำนักงาน ก.ล.ต. กำหนด (ประกาศ สธ. 32/2548)

  ต้องจัดให้มีระบบการกำกับดูแลการปฏิบัติงานและการควบคุมภายในที่มีมาตรฐาน

 

ระบบการรับจดทะเบียน

1) ความรับผิดชอบทางการเงิน(Financial Responsibility Rules) (ประกาศ ทธ. 22/2553)

1.1 เกณฑ์การดำรงเงินกองทุนและกันเงินสำรอง (Capital & Reserve)

  ผู้ได้รับการจดทะเบียนต้องดำรงเงินกองทุนและกันเงินสำรองตามหลักเกณฑ์ที่หน่วยงานกำกับดูแลหลักกำหนด และหากไม่สามารถดำรงเงินกองทุนหรือกันเงินสำรองตามหลักเกณฑ์ดังกล่าวได้จะต้องแจ้งให้สำนักงานทราบโดยทันที

 

1.2 เกณฑ์เกี่ยวกับการจัดเก็บเอกสารหลักฐาน (Books & Records Requirements)

  ต้องมีระบบการจัดเก็บข้อมูลการซื้อขายสัญญาซื้อขายล่วงหน้า ทั้งที่เป็นข้อมูลเอกสารและข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ให้มีความถูกต้อง ครบถ้วน และเป็นปัจจุบัน โดยจะต้องมีการจัดเก็บข้อมูลอย่างน้อย 5 ปี รวมทั้งต้องมีระบบการรักษาความปลอดภัยในการเข้าถึงข้อมูลของลูกค้า

 

2) การกำกับดูแลการประกอบธุรกิจ(Conduct Regulations)(ประกาศ ทธ. 22/2553)

2.1 การกระทำในลักษณะที่เป็นการเอาเปรียบ เบียดบัง หรือแสวงหาประโยชน์โดยไม่ชอบจากลูกค้า (Anti-fraud Provisions)

  ต้องไม่ให้คำแนะนำหรือข้อมูลที่อาจก่อให้เกิดความเข้าใจผิด หรือปกปิดข้อมูลอันเป็นสาระสำคัญแก่ลูกค้า

  ต้องมีมาตรการในการป้องกันความขัดแย้งทางผลประโยชน์และการรักษาความลับของลูกค้า

 

2.2 เกณฑ์อื่น

  ต้องจัดให้มีระบบการกำกับดูแลการปฏิบัติงานและการควบคุมภายในที่มีมาตรฐาน

     อย่างไรก็ดี นิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายต่างประเทศที่ประสงค์จะขอจดทะเบียนเป็นผู้ค้าสัญญาซื้อขายล่วงหน้าเฉพาะธุรกรรมนอกศูนย์ซื้อขายสัญญาซื้อขายล่วงหน้าจะต้องมีคุณสมบัติและปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดข้างต้น รวมทั้งต้องแจ้งสำนักงานโดยทันทีด้วยเมื่อเกิดเหตุการณ์ตามที่กำหนดในประกาศ ทธ. 22/2553 ทั้งนี้ สำนักงานอาจสั่งพักการประกอบธุรกิจของนิติบุคคลดังกล่าวหรือดำเนินการอื่นใดก็ได้ตามความเหมาะสม

 

Download  แบบฟอร์ม/แบบรายงานทั้งหมด

 

หลักเกณฑ์ข้างต้นเป็นเพียงการสรุปเนื้อหาที่สำคัญของกฎหมาย
และกฎเกณฑ์ที่เกี่ยวข้องไม่ได้มีวัตถุประสงค์ที่จะไว้ใช้ประโยชน์ในการอ้างอิง
ดังนั้น ผู้ที่เกี่ยวข้องจึงควรอ้างอิงหรือถือปฏิบัติตามกฎหมาย ประกาศ กฎเกณฑ์
หรือหนังสือเวียนฉบับเต็มต่อไป


 

 

 
   
 

ฝ่ายกำกับและพัฒนาธุรกิจหลักทรัพย์
กรวรา 0-2695-9554
รังรอง 0-2263-6050
Email : insec@sec.or.th

ปรับปรุงล่าสุด  16 ม.ค. 2556
สอบทานล่าสุด  16 ม.ค. 2556
 
!@#content#@!
Best viewed with IE 6.0 or higher at 1024 x768 screen resolution.
Copyright © www.sec.or.th 2007 Privacy Policy | Disclaimer
สงวนลิขสิทธิ์โดยสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์