-
การขอรับใบอนุญาต
- การรับจดทะเบียน
ในปัจจุบันผู้ที่สนใจสามารถยื่นขอรับการจดทะเบียนเพื่อประกอบธุรกิจได้ 2 ประเภท
ได้แก่ การเป็นตัวแทนซื้อขายสัญญาซื้อขายล่วงหน้า และผู้ค้าสัญญาซื้อขายล่วงหน้า
โดยจะต้องได้รับการจดทะเบียนกับสำนักงาน ทั้งนี้
ผู้ได้รับการจดทะเบียนจะสามารถประกอบธุรกิจดังกล่าวได้เฉพาะกับนักลงทุนสถาบันที่ประกาศกำหนดไว้ใน
พ.ร.บ.สัญญาซื้อขายล่วงหน้าหรือที่คณะกรรมการ ก.ล.ต. ประกาศกำหนดภายหลัง
ซึ่งเป็นการซื้อขายนอกศูนย์ซื้อขายสัญญาฯ เท่านั้น
โดยหากต้องการขยายการประกอบธุรกิจการเป็นตัวแทนฯ
ไปยังกลุ่มลูกค้ารายย่อยหรือประชาชนทั่วไปภายในศูนย์ซื้อขายสัญญาฯ
จะต้องยื่นขอใบอนุญาตเป็นตัวแทนซื้อขายสัญญาฯ ภายใต้
พ.ร.บ.สัญญาซื้อขายล่วงหน้าอีกประเภทหนึ่งด้วย
ผู้ที่สามารถยื่นขอรับจดทะเบียนเป็นผู้ประกอบธุรกิจสัญญาซื้อขายล่วงหน้า
มีดังนี้ (ประกาศ
กธ. 7/2547)
(1) ธนาคารพาณิชย์
(2) บริษัทเงินทุน
(3)
บริษัทหลักทรัพย์ที่ได้รับใบอนุญาตเป็นนายหน้าซื้อขายหลักทรัพย์หรือค้าหลักทรัพย์ที่มิได้จำกัดเฉพาะหลักทรัพย์อันเป็นตราสารแห่งหนี้
ภายใต้ พ.ร.บ.หลักทรัพย์ฯ (ต้องได้รับความเห็นชอบให้ประกอบธุรกิจอื่นภายใต้มาตรา
98(8) แห่ง พ.ร.บ.หลักทรัพย์ฯ ก่อน)
(4)
บริษัทหลักทรัพย์ที่ได้รับใบอนุญาตประเภทการให้สินเชื่อเพื่อธุรกิจหลักทรัพย์
(ต้องได้รับความเห็นชอบให้ประกอบธุรกิจอื่นภายใต้มาตรา 98(8) แห่ง
พ.ร.บ.หลักทรัพย์ฯ ก่อน)
(5) นิติบุคคลต่างประเทศที่เป็นผู้ค้าสัญญาซื้อขายล่วงหน้าในประเทศนั้นๆ
(เฉพาะกรณีการยื่นขอรับการจดทะเบียนเป็นผู้ค้าสัญญาซื้อขายล่วงหน้ากับสำนักงาน)
ทั้งนี้ ธนาคารพาณิชย์ บริษัทเงินทุน
หรือบริษัทหลักทรัพย์ที่ยื่นคำขอจะต้องแสดงได้ว่า 1)
จะมีระบบป้องกันความขัดแย้งทางผลประโยชน์ (conflict of interest)
และการล่วงรู้ข้อมูลภายใน (insider trading) ที่มีประสิทธิภาพ
รวมทั้งมีระบบกำกับดูแลการปฏิบัติงานให้เป็นไปตามระบบดังกล่าว และ 2)
สามารถดำรงเงินกองทุนและกันเงินทุนสำรอง (กรณีธนาคารพาณิชย์และบริษัทเงินทุน)
หรือดำรงเงินกองทุนสภาพคล่องสุทธิ (กรณีบริษัทหลักทรัพย์)
ได้ตามหลักเกณฑ์ของกฎหมายที่ควบคุมการประกอบธุรกิจของนิติบุคคลนั้น นอกจากนี้
หากผู้ยื่นคำขอเป็นธนาคารพาณิชย์และบริษัทเงินทุน
จะต้องได้รับอนุญาตให้ประกอบธุรกิจสัญญาซื้อขายล่วงหน้าจากหน่วยงานหลักที่กำกับดูแล
( เช่น ธนาคารแห่งประเทศไทย หรือกระทรวงการคลัง) ก่อน และในกรณีบริษัทหลักทรัพย์
จะต้องมีนโยบายและมาตรการในการควบคุมภายในและการบริหารความเสี่ยง
รวมทั้งมีระบบกำกับดูแลการปฏิบัติงานให้เป็นไปตามนโยบายหรือมาตรการดังกล่าว
สำหรับผู้ค้าสัญญาซื้อขายล่วงหน้าที่เป็นนิติบุคคลต่างประเทศ สำนักงาน ก.ล.ต.
จะรับจดทะเบียนเมื่อหลักเกณฑ์การกำกับดูแลนิติบุคคลของประเทศนั้นเป็นมาตรฐานเดียวกันหรือมีมาตรฐานสูงกว่ามาตรฐานของประเทศไทย
และนิติบุคคลดังกล่าวต้องไม่อยู่ระหว่างถูกจำกัดหรือถูกสั่งพักการประกอบธุรกิจเป็นผู้ค้าสัญญาซื้อขายล่วงหน้าในประเทศที่นิติบุคคลนั้นจัดตั้งขึ้น
การยื่นคำขอการจดทะเบียน
ผู้ยื่นคำขอจะต้องยื่น แบบ 16-4
ต่อสำนักงานพร้อมด้วยเอกสารหลักฐานให้ครบถ้วนตามที่กำหนด
(ปัจจุบันยังไม่มีการเรียกเก็บค่าธรรมเนียม)
สำนักงานมีระยะเวลาในการพิจารณาและแจ้งผลภายใน
60 วันนับแต่วันที่ได้รับคำขอและเอกสารหลักฐานครบถ้วน
| |
|
1.2 เกณฑ์การดูแลทรัพย์สินของลูกค้า
(Customer Protection Rule / Segregation Rule)(ประกาศ ทธ.
84/2552)
|
|
ต้องจัดเก็บทรัพย์สินของลูกค้าไว้โดยแยกต่างหากจากทรัพย์สินของตัวแทนซื้อขายสัญญา
|
|
ต้องบันทึกรายการในบัญชีลูกค้าให้ถูกต้องและเป็นปัจจุบัน
รวมทั้งต้องรายงานการดูแลรักษาทรัพย์สินของลูกค้าให้ลูกค้าทราบตามหลักเกณฑ์ที่สำนักงานกำหนด
|
|
ห้ามนำทรัพย์สินของลูกค้าไปใช้โดยไม่ได้รับความเห็นชอบเป็นลายลักษณ์อักษรจากลูกค้า
|
| |
|
1.3 เกณฑ์การเรียกและวางหลักประกันของลูกค้า
(Customer Margin Requirement)(ประกาศ กธ.
67/2547)
|
|
ผู้ได้รับใบอนุญาตเป็นตัวแทนซื้อขายสัญญาซื้อขายล่วงหน้าจะต้องกำหนดฐานะสัญญาซื้อขายล่วงหน้าสูงสุด
(position limit) รวมทั้งอัตราหรือมูลค่าหลักประกันที่จะเรียกจากลูกค้า(margin
level) แต่ละราย โดยอัตราทรัพย์สินที่นำมาวางเป็นหลักประกันเบื้องต้น (initial
margin) จะต้องไม่ต่ำกว่าอัตราที่สำนักงานกำหนด
|
|
ต้องจัดการให้ลูกค้านำทรัพย์สินมาวางเป็นหลักประกันเริ่มต้น
(initial margin) ก่อนเริ่มทำการซื้อขายในอัตราหรือมูลค่าที่ไม่ต่ำกว่า
ที่สำนักงาน
ก.ล.ต. กำหนด ยกเว้นกรณีผู้ลงทุนสถาบัน
สามารถวางหลักประกันภายในวันทำการถัดจากวันที่ทำการซื้อขาย (T+1)
|
|
ต้องคำนวณฐานะสัญญาซื้อขายล่วงหน้าของลูกค้าเพื่อปรับมูลค่าหลักประกันอย่างน้อยทุกสิ้นวันทำการ
ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่ศูนย์ซื้อขายสัญญาฯ กำหนด
|
|
ต้องเรียกให้ลูกค้าวางหลักประกันเพิ่มภายในวันทำการถัดจากวันที่ทำการซื้อขาย
(T+1) เมื่ออัตราหรือมูลค่าหลักประกันต่ำกว่าอัตราหรือมูลค่าหลักประกันรักษาสภาพ
(maintainance margin)
|
|
กรณีลูกค้าไม่สามารถวางหลักประกันภายในเวลาที่กำหนด
ตัวแทนสัญญาซื้อขายฯ
ต้องงดการซื้อขายของลูกค้าที่จะเป็นผลให้มีการสร้างฐานะสัญญาซื้อขายล่วงหน้าเพิ่มเติม
และจะต้องล้างฐานะสัญญาซื้อขายล่วงหน้าของลูกค้าดังกล่าวเพื่อให้มีอัตราหรือมูลค่าหลักประกันไม่ต่ำกว่าที่กำหนดภายในวันทำการถัดไป
(T+2)
|
|
ตัวแทนสัญญาซื้อขายฯ
ต้องให้ลูกค้าแต่ละรายวางหลักประกันสำหรับการมีฐานะสัญญาซื้อขายล่วงหน้ากับสำนักหักบัญชีสัญญาฯ
ตามอัตราหรือวิธีการที่สำนักหักบัญชีสัญญาฯ กำหนด
โดยไม่ให้นำฐานะสัญญาซื้อขายสัญญาล่วงหน้าของลูกค้าต่างรายกันมาหักกลบลบกัน
|
|
ห้ามมิให้ตัวแทนสัญญาซื้อขายฯ
ให้ลูกค้ากู้ยืมเงินเพื่อนำมาวางเป็นประกันในการซื้อขายสัญญาซื้อขายล่วงหน้า
|
| |
|
1.4 เกณฑ์เกี่ยวกับการจัดเก็บเอกสารหลักฐาน
(Books & Records Requirements)(ประกาศ ทธ.
80/2552)
|
|
จะต้องจัดเก็บหลักฐานเกี่ยวกับการเปิดบัญชีและการทำความรู้จักลูกค้า
ไว้ให้ครบถ้วน ในลักษณะที่สามารถเรียกดูได้โดยสะดวก
โดยจัดเก็บไว้อย่างน้อยเป็นระยะเวลา 5
ปีนับแต่วันที่มีการปิดบัญชีหรือเลิกสัญญากับลูกค้า
|
|
จะต้องจัดเก็บหลักฐานที่เกี่ยวข้องกับการซื้อขายสัญญาซื้อขายล่วงหน้าของลูกค้า
รายงานหรือบทความการวิเคราะห์คุณค่าหรือความเหมาะสมในการซื้อขายสัญญาซื้อขายล่วงหน้า
ไว้ให้ครบถ้วน เป็นปัจจุบันอย่างน้อยเป็นระยะเวลา 5 ปี โดยในระยะเวลา 2
ปีแรกต้องเก็บในลักษณะที่สามารถเรียกดูได้โดยสะดวก (ประกาศ สธ.
2/2549)
|
|
ตัวแทนซื้อขายสัญญาต้องบันทึกและจัดเก็บหลักฐานเกี่ยวการให้คำแนะนำ
และการรับคำสั่งซื้อขาย รวมถึงการบันทึกเทปด้วยในกรณีที่เป็นการรับ
คำสั่งทางโทรศัพท์หรือทางอิเล็กทรอนิคส์ โดยให้จัดเก็บไว้เป็นระยะเวลาอย่างน้อย 1
เดือน ยกเว้น กรณีที่มีข้อร้องเรียน ให้เก็บไว้นานจนกว่าการดำเนินการจะแล้วเสร็จ
(ประกาศ สธ.
2/2549)
|
|
จะต้องมีการจัดเก็บหลักฐานที่เกี่ยวข้องกับการรับเรื่องร้องเรียนจากลูกค้า
ไว้อย่างครบถ้วน ถูกต้องทันต่อเหตุการณ์ ไว้อย่างน้อยเป็นระยะเวลา 5 ปี
โดยในระยะเวลา 2 ปีแรกต้องเก็บในลักษณะที่สามารถเรียกดูได้โดยสะดวก (ประกาศ สธ.
32/2548)
|
| |
|
1.5
เกณฑ์เกี่ยวกับการประเมินและควบคุมความเสี่ยง (Risk Assessment Requirements)(ประกาศ ทธ.
80/2552)
|
|
ต้องมีระบบการบริหารความเสี่ยงเพื่อป้องกันไม่ให้มีความเสียหายต่อการประกอบธุรกิจ
โดยจะต้องครอบคลุมความเสี่ยงทุกประเภทที่อาจเกิดขึ้น
|
| |
|
1.6 เกณฑ์เกี่ยวกับการรายงาน (Reporting
Requirements)
|
|
ผู้ได้รับใบอนุญาตเป็นตัวแทนซื้อขายสัญญาซื้อขายล่วงหน้าต้องจัดทำและยื่นรายงานดังต่อไปนี้ต่อสำนักงาน
|
|
|
|
2. การกำกับดูแลการประกอบธุรกิจ (Conduct
Regulations)(ประกาศ ทธ.
80/2552)
|
|
2.1 การกระทำในลักษณะที่เป็นการเอาเปรียบ
เบียดบัง หรือแสวงหาประโยชน์โดยไม่ชอบจากลูกค้า (Anti-fraud Provisions)
|
|
ต้องจัดทำเอกสารเปิดเผยข้อมูลความเสี่ยง
เกี่ยวกับการซื้อขายสัญญาซื้อขายล่วงหน้าให้ลูกค้าทราบ
โดยอย่างน้อยต้องมีข้อมูลตามที่สำนักงานกำหนด และจะต้องให้ลูกค้าลงนามรับทราบ
ถึงความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้น จากการซื้อขายสัญญาซื้อขายล่วงหน้า
|
|
ต้องไม่ให้คำแนะนำหรือข้อมูลที่อาจก่อให้เกิดความเข้าใจผิด
หรือปกปิดข้อมูลอันเป็นสาระสำคัญแก่ลูกค้า
|
|
ต้องมีมาตรการในการป้องกันความขัดแย้งทางผลประโยชน์และการรักษาความลับของลูกค้า
|
|
ต้องให้คำแนะนำที่เหมาะสมและเป็นไปเพื่อประโยชน์สูงสุดแก่ลูกค้า
และต้องไม่มีข้อความรับรองว่าจะมีการจำกัดผลขาดทุนหรือรับประกันกำไรจากการซื้อขายสัญญาซื้อขายล่วงหน้า
|
| |
|
2.2
เกณฑ์เกี่ยวกับการเปิดบัญชีซื้อขายหลักทรัพย์(ประกาศ ทธ.
80/2552)
|
|
ต้องมีกระบวนการที่ทำให้มั่นใจได้ว่า
ลูกค้าเป็นบุคคลเดียวกับเอกสารที่ใช้ประกอบการขอเปิดบัญชี
|
|
ต้องมีการตรวจสอบตัวตนที่แท้จริงของลูกค้า
ผู้รับประโยชน์ที่แท้จริง จากการซื้อขายสัญญาซื้อขายล่วงหน้าของลูกค้า และ
ผู้มีอำนาจควบคุมการซื้อขายสัญญาซื้อขายล่วงหน้าของลูกค้า
(ทั้งลูกค้ารายย่อยและสถาบัน) (customer due diligence)
|
|
ต้องจัดให้มีข้อมูลหรือเอกสารหลักฐานเกี่ยวกับฐานะการเงินและความสามารถในการชำระหนี้ของลูกค้า
(ทั้งลูกค้ารายย่อยและสถาบัน)
|
|
ต้องจัดให้มีข้อมูลเกี่ยวกับฐานะการเงิน
ความสามารถในการชำระหนี้ วัตถุประสงค์การลงทุน
และระดับความรู้ความเข้าใจและประสบการณ์เกี่ยวกับการลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้าของลูกค้า
(เฉพาะลูกค้ารายย่อย) (know your client)
|
|
ต้องทำความรู้จักลูกค้าอย่างต่อเนื่อง
โดยปรับปรุงข้อมูลของลูกค้าให้เป็นปัจจุบัน
รวมทั้งทบทวนความสามารถในการชำระหนี้และวงเงินซื้อขายของลูกค้าแต่ละราย (total
exposure) เป็นประจำ
|
|
หากลูกค้ามีการมอบอำนาจให้บุคคลอื่นดำเนินการแทนลูกค้า
บริษัทหลักทรัพย์ต้องจัดให้มีการมอบอำนาจเป็นลายลักษณ์อักษร
|
| |
|
2.3 เกณฑ์เกี่ยวกับการซื้อขายหลักทรัพย์
(Trading Practices)
|
|
ต้องปฏิบัติต่อลูกค้าทุกรายอย่างเท่าเทียมกัน
ตามลำดับก่อนหลัง
|
|
ลูกค้าต้องได้รับการปฏิบัติอย่างเป็นธรรม
โดยในกรณีที่ตัวแทนซื้อขายสัญญาฯ
จะเข้าทำการซื้อขายสัญญาซื้อขายล่วงหน้ากับลูกค้าในฐานะ
คู่สัญญา
ต้องแจ้งถึงฐานะดังกล่าวให้ลูกค้าทราบและลูกค้าได้แสดงความยินยอมเป็นลายลักษณ์อักษร
|
| |
|
2.4 เกณฑ์อื่น
|
|
ต้องจัดให้มีระบบการจัดการข้อร้องเรียนของลูกค้า
ตามหลักเกณฑ์ที่สำนักงาน ก.ล.ต. กำหนด (ประกาศ สธ.
32/2548)
|
|
ต้องจัดให้มีระบบการกำกับดูแลการปฏิบัติงานและการควบคุมภายในที่มีมาตรฐาน
|
| |
|
ระบบการรับจดทะเบียน
|
|
1)
ความรับผิดชอบทางการเงิน(Financial Responsibility Rules) (ประกาศ ทธ.
22/2553)
|
|
1.1 เกณฑ์การดำรงเงินกองทุนและกันเงินสำรอง
(Capital & Reserve)
|
|
ผู้ได้รับการจดทะเบียนต้องดำรงเงินกองทุนและกันเงินสำรองตามหลักเกณฑ์ที่หน่วยงานกำกับดูแลหลักกำหนด
และหากไม่สามารถดำรงเงินกองทุนหรือกันเงินสำรองตามหลักเกณฑ์ดังกล่าวได้จะต้องแจ้งให้สำนักงานทราบโดยทันที
|
| |
|
1.2 เกณฑ์เกี่ยวกับการจัดเก็บเอกสารหลักฐาน
(Books & Records Requirements)
|
|
ต้องมีระบบการจัดเก็บข้อมูลการซื้อขายสัญญาซื้อขายล่วงหน้า
ทั้งที่เป็นข้อมูลเอกสารและข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ให้มีความถูกต้อง ครบถ้วน
และเป็นปัจจุบัน โดยจะต้องมีการจัดเก็บข้อมูลอย่างน้อย 5 ปี
รวมทั้งต้องมีระบบการรักษาความปลอดภัยในการเข้าถึงข้อมูลของลูกค้า
|
| |
|
2)
การกำกับดูแลการประกอบธุรกิจ(Conduct Regulations)(ประกาศ ทธ.
22/2553)
|
|
2.1 การกระทำในลักษณะที่เป็นการเอาเปรียบ
เบียดบัง หรือแสวงหาประโยชน์โดยไม่ชอบจากลูกค้า (Anti-fraud Provisions)
|
|
ต้องไม่ให้คำแนะนำหรือข้อมูลที่อาจก่อให้เกิดความเข้าใจผิด
หรือปกปิดข้อมูลอันเป็นสาระสำคัญแก่ลูกค้า
|
|
ต้องมีมาตรการในการป้องกันความขัดแย้งทางผลประโยชน์และการรักษาความลับของลูกค้า
|
| |
|
2.2 เกณฑ์อื่น
|
|
ต้องจัดให้มีระบบการกำกับดูแลการปฏิบัติงานและการควบคุมภายในที่มีมาตรฐาน
|
|
อย่างไรก็ดี
นิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายต่างประเทศที่ประสงค์จะขอจดทะเบียนเป็นผู้ค้าสัญญาซื้อขายล่วงหน้าเฉพาะธุรกรรมนอกศูนย์ซื้อขายสัญญาซื้อขายล่วงหน้าจะต้องมีคุณสมบัติและปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดข้างต้น
รวมทั้งต้องแจ้งสำนักงานโดยทันทีด้วยเมื่อเกิดเหตุการณ์ตามที่กำหนดในประกาศ ทธ.
22/2553 ทั้งนี้
สำนักงานอาจสั่งพักการประกอบธุรกิจของนิติบุคคลดังกล่าวหรือดำเนินการอื่นใดก็ได้ตามความเหมาะสม
|
| |