|
ในฐานะองค์กรที่มีภารกิจหลักในการกำกับและพัฒนาตลาดทุนของประเทศให้มีประสิทธิภาพ
ยุติธรรม โปร่งใส และน่าเชื่อถือ สำนักงาน ก.ล.ต.
มีเครื่องมือในการบังคับใช้กฎหมาย 3 ช่องทางหลัก ได้แก่ การลงโทษทางปกครอง
การลงโทษทางบริหาร และการดำเนินการทางอาญา ซึ่งในการดำเนินการในแต่ละด้าน
สำนักงานถือปฏิบัติตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
สำหรับการดำเนินการทางปกครองหรือทางบริหารนั้น เนื่องจากสำนักงาน ก.ล.ต.
เป็นหน่วยงานของรัฐที่ได้รับอำนาจทางปกครองหรือได้รับมอบหมายให้ใช้อำนาจทางปกครองในการดำเนินการกิจการต่างๆ
สำนักงาน ก.ล.ต. จึงถือปฏิบัติตามพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ.
2535 และกฎหมายอื่นที่อยู่ในความรับผิดชอบ
รวมตลอดถึงพระราชบัญญัติวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ. 2539
เพื่อให้การใช้อำนาจทางปกครองของสำนักงาน ก.ล.ต.
สามารถบรรลุภารกิจและเป็นไปโดยชอบด้วยกฎหมาย
ซึ่งจะทำให้ตลาดทุนของประเทศไทยได้รับความเชื่อมั่นจากนักลงทุนทั้งในประเทศและต่างประเทศ
ทำให้ตลาดทุนพัฒนาและเติบโตอย่างยั่งยืนอันจะส่งผลในเชิงบวกต่อระบบเศรษฐกิจของประเทศโดยรวมในที่สุด
ในส่วนของการดำเนินการทางอาญา สำนักงาน ก.ล.ต.
เป็นหน่วยงานต้นทางของกระบวนยุติธรรมทางอาญา
มีอำนาจหน้าที่ในการรวมรวบพยานหลักฐานและตรวจสอบการกระทำที่เป็นความผิดตามกฎหมายที่อยู่ในการกำกับดูแลของสำนักงาน
ก.ล.ต. อย่างไรก็ดี สำนักงานไม่มีอำนาจในการฟ้องคดีตามกฎหมายเหล่านั้นได้เอง
ในกรณีที่สำนักงาน ก.ล.ต.
มีพยานหลักฐานที่มีน้ำหนักน่าเชื่อได้ว่ามีการกระทำความผิด
และเป็นความผิดที่ไม่สามารถยุติด้วยการเปรียบเทียบได้ สำนักงาน ก.ล.ต.
จะดำเนินการกล่าวโทษต่อพนักงานสอบสวนผู้รับผิดชอบต่อไป
ทั้งนี้ ไม่ว่าจะเป็นการดำเนินการบังคับใช้กฎหมายผ่านช่องทางใด สำนักงาน ก.ล.ต.
ดำเนินการบนพื้นฐานของกฎหมายและพยานหลักฐานที่ปรากฏ
โดยคำนึงถึงสิทธิของบุคคลที่ถูกกล่าวหาในการที่จะมีโอกาสได้ชี้แจง
แสดงพยานหลักฐานต่อสำนักงาน
ตลอดจนได้วางกลไกการตรวจสอบและถ่วงดุลภายในองค์กรไว้รัดกุมตามสมควร ได้แก่
การมีคณะกรรมการตรวจสอบ และฝ่ายตรวจสอบกิจการภายใน
ซึ่งไม่เพียงแต่จะทำหน้าที่สอบทานรายงานการเงินและข้อมูลทางการเงินของสำนักงานเท่านั้น
แต่ยังมีอำนาจหน้าที่ในการทบทวนและให้ความเห็นต่อคณะกรรมการ ก.ล.ต.
เกี่ยวกับระบบการควบคุมภายใน ทบทวนและสอบทานการปฏิบัติตามกฎระเบียบ
กำกับดูแลหน่วยงานตรวจสอบภายใน
และปฏิบัติหน้าที่อื่นใดตามที่ได้รับมอบหมายจากคณะกรรมการ ก.ล.ต. ด้วย นอกจากนี้
ยังมีคณะกรรมการด้านตรวจสอบและคดี ซึ่งประกอบด้วย
ผู้บริหารระดับสูงและผู้อำนวยการจากหลายส่วนงานร่วมพิจารณาให้ความเห็นก่อนเสนอเรื่องต่อในระดับสำนักงานซึ่งเลขาธิการมิได้อยู่ในคณะกรรมการดังกล่าว
และหากเป็นกรณีที่ต้องพิจารณาปัญหาทางเทคนิคเฉพาะด้าน สำนักงาน ก.ล.ต.
ยังมีการแต่งตั้งคณะผู้เชี่ยวชาญซึ่งเป็นบุคคลภายนอกเข้ามาให้ความเห็นในเชิงเทคนิค
เช่น ด้านวิชาชีพผู้สอบบัญชี การปฏิบัติหน้าที่ของที่ปรึกษาทางการเงิน เป็นต้น
อย่างไรก็ดี
เพื่อให้การบังคับใช้กฎหมายของสำนักงานเป็นไปด้วยความมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
และ
สอดรับกับแนวทางที่หน่วยงานกำกับดูแลตลาดทุนในสากลดำเนินการอยู่ สำนักงาน ก.ล.ต.
ได้เสนอแก้ไขพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535
เพื่อรองรับให้สำนักงานก.ล.ต. มีเครื่องมือในการบังคับใช้กฎหมายเพิ่มเติมขึ้น คือ
มาตรการทางแพ่ง (civil sanction)
ซึ่งได้เสนอร่างกฎหมายไปยังกระทรวงการคลังแล้ว
|