พระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ฉบับที่ 5 พ.ศ. 2559

ในช่วงหลายปีที่ผ่านมาการซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์นับวันจะทวีความสำคัญต่อตลาดทุน และเป็นประโยชน์ต่อผู้ลงทุนยิ่งขึ้น ในขณะที่การกระทำความผิดเกี่ยวกับการกระทำอันไม่เป็นธรรมในการซื้อขายหลักทรัพย์มีความเปลี่ยนแปลงและสลับซับซ้อนมากขึ้น กฎหมายที่มีอยู่ยังไม่ครอบคลุมการกระทำความผิดในรูปแบบใหม่ ๆ และที่เปลี่ยนไป รวมทั้งบทบัญญัติในกฎหมายบางกรณียังมีความไม่ชัดเจน ทำให้เกิดภาระการพิสูจน์และปัญหาการตีความ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การกระทำความผิดดังกล่าวมีบทลงโทษไว้เฉพาะโทษทางอาญา ซึ่งมีมาตรฐานการพิสูจน์ที่สูงตามหลัก “ปราศจากเหตุสงสัย” (beyond reasonable doubt) จึงไม่เหมาะกับลักษณะความผิดในคดีหลักทรัพย์ที่หลักฐานการกระทำความผิดโดยส่วนใหญ่อยู่ในความรับรู้และครอบครองของผู้กระทำความผิด ซึ่งมักไม่ทิ้งร่องรอยการกระทำความผิดเหมือนคดีอาญาทั่วไป ทำให้ยากที่นำตัวผู้กระทำความผิดมาลงโทษได้  ประกอบกับกระบวนการฟ้องคดีอาญามีหลายขั้นตอนและหลายหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จึงต้องใช้ระยะเวลานานในการดำเนินคดีและได้รับผลสำเร็จน้อย  

ก.ล.ต. จึงเสนอปรับปรุงแก้ไขกฎหมายครั้งนี้ (พระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ฉบับที่ 5 พ.ศ. 2559) เพื่อตอบโจทย์ข้างต้น โดยปรับลักษณะการกระทำความผิด และเพิ่มมาตรการในการบังคับใช้กฎหมาย เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพ ทันสถานการณ์ เป็นสากล และเพื่อรองรับการเชื่อมโยงตลาดทุน และผลิตภัณฑ์ทางการเงินใหม่ ๆ รวมทั้ง เพื่อให้ผู้ลงทุนได้รับข้อมูลที่ถูกต้อง เพียงพอและเท่าเทียมโดยปรับปรุงใน 3 ประเด็นหลัก ๆ คือ

1) การแก้ไขเพิ่มเติมความผิดในส่วนของการกระทำอันไม่เป็นธรรมเกี่ยวกับการซื้อขายหลักทรัพย์ (market misconduct) อันได้แก่ การเปิดเผยข้อมูลที่อาจทำให้ผู้ลงทุนและตลาดทุนเสียหาย การเอาเปรียบผู้ลงทุนโดยการใช้ประโยชน์จากข้อมูลที่ล่วงรู้มา การสร้างราคาหลักทรัพย์ และกรณีอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง

2) การเพิ่มมาตรการลงโทษทางแพ่ง (civil sanction) ซึ่งเป็นกลไกสำคัญเพิ่มเติมที่จะทำให้การบังคับใช้กฎหมายกับผู้ที่ทำผิดกฎหมายหลักทรัพย์มีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยรูปแบบการลงโทษตามมาตรการทางแพ่งนี้มี 5 มาตรการด้วยกัน คือ (1) การชำระค่าปรับทางแพ่ง (monetary penalty) (2) การชดใช้เงินเท่ากับผลประโยชน์ที่ได้รับจากการกระทำความผิด (disgorgement) (3) การห้ามซื้อขายหลักทรัพย์ในตลาดหลักทรัพย์ไม่เกิน 5 ปี (4) การห้ามเป็นกรรมการหรือผู้บริหารในบริษัทที่ออกหลักทรัพย์หรือบริษัทหลักทรัพย์ไม่เกิน 10 ปี และ (5) การชดใช้ค่าใช้จ่ายในการตรวจสอบ

3) การแก้ไขเพิ่มเติมเพื่อรองรับการเชื่อมโยงตลาดทุนและ financial product ใหม่ ๆ รวมทั้งบทบัญญัติอื่น ๆ การกำหนดหลักเกณฑ์เกี่ยวกับการทำทะเบียนและการโอนให้เหมาะสมกับหลักทรัพย์ประเภทใหม่ ๆ การกำหนดให้บริษัทต่างประเทศมีมาตรฐานคุ้มครองผู้ลงทุนในทำนองเดียวกันกับที่ ก.ล.ต. กำหนด เป็นต้น

พระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ฉบับที่ 5) พ.ศ. 2559 มีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่      12 ธันวาคม 2559 และเพื่อให้ความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องและแนวทางการบังคับใช้กฎหมาย ก.ล.ต. จึงได้มีการจัดประชุมเพื่อสื่อสารทำความเข้าใจกับผู้ที่เกี่ยวข้องทุกฝ่าย อาทิ บริษัทจดทะเบียน สื่อมวลชน บริษัทหลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน สมาคมและชมรมที่เกี่ยวข้อง รวมถึงเตรียมการจัดทำสื่อเผยแพร่ในรูปแบบที่เข้าใจง่ายเผยแพร่แก่ผู้ที่เกี่ยวข้อง เช่น วีดิทัศน์ และ E-learning เป็นต้น