ก้าวสู่ความยั่งยืน

ธรรมาภิบาลองค์กร

ก.ล.ต. ในฐานะหน่วยงานภาครัฐที่มีบทบาทหน้าที่กำกับดูแลและพัฒนาตลาดทุน ได้ยึดมั่นในการปฏิบัติหน้าที่ด้วยความรับผิดชอบและเป็นไปตามหลักธรรมาภิบาล เพื่อให้ตลาดทุนมีความยั่งยืน    มุ่งสู่การตอบสนองต่อทิศทางนโยบายเศรษฐกิจของประเทศ
ภายหลังจากที่ ก.ล.ต. มีการปรับปรุงแนวคิดครั้งสำคัญเกี่ยวกับธรรมาภิบาลในปี 2558
ให้หมายถึงกลไกต่าง ๆ ที่ทำให้มั่นใจว่า ก.ล.ต. มีการกำหนดเป้าประสงค์ของการดำเนินงานที่ชัดเจน เกิดผลต่อประโยชน์สุขของประชาชน และสามารถดำเนินการได้สำเร็จ รวมทั้งมีการแปลงหลักธรรมาภิบาลเป็นหลักปฏิบัติที่มองหน่วยงานในลักษณะองค์รวม คือ แปลงค่านิยมเป็นกระบวนการและมาตรฐานการทำงาน และเชื่อมโยงการตอบสนองประโยชน์สุขของประชาชนตามวิสัยทัศน์กับการพัฒนาองค์กรภายใน ซึ่งเป็นแนวทางที่ปรับมาจาก International Framework: Good Governance in the Public Sector จัดทำโดย IFAC (International Federation of Accountants) และ CIPFA (The Chartered Institute of Public Finance & Accountancy)  ก.ล.ต. มุ่งมั่นที่จะพัฒนาธรรมาภิบาลองค์กรอย่างต่อเนื่อง โดยดำเนินการในเรื่องที่สำคัญ ดังนี้

1.  เสริมสร้างบทบาทนำของคณะกรรมการ ก.ล.ต. ในการกำหนดทิศทาง นโยบาย และเป้าหมายขององค์กร ผ่านกลไกของ board engagement ได้แก่

1.1  จัดประชุม (workshop) ระหว่างคณะกรรมการ ก.ล.ต. กับคณะกรรมการกำกับตลาดทุน เพื่อร่วมกันมองภาพแห่งความสำเร็จของ ก.ล.ต. ที่เชื่อมโยงกับวิสัยทัศน์ พันธกิจ และค่านิยมองค์กร  รวมทั้งบทบาทและการมีส่วนร่วมของคณะกรรมการที่จะทำให้ภาพแห่งความสำเร็จนี้เกิดขึ้นจริง  ซึ่งพบว่าคณะกรรมการมีความมุ่งมั่น ภาคภูมิใจ และพร้อมที่จะมีส่วนร่วมในการขับเคลื่อนการดำเนินภารกิจขององค์กรให้บรรลุวัตถุประสงค์  โดย key words ที่คณะกรรมการรับรู้ได้จากวิสัยทัศน์ พันธกิจ และค่านิยมองค์กร คือ ความน่าเชื่อถือ (trust: operate ด้วย trust ทำให้ทุกคน trust ในระบบ และ trust ในกันและกัน) ความเชื่อมั่น (เชื่อมั่นและมั่นใจ) และสังคมยั่งยืน (สังคมได้ประโยชน์จากตลาดทุนและทำให้สังคมยั่งยืน) 

1.2  สนับสนุนองค์ความรู้เกี่ยวกับตลาดทุน โดย ก.ล.ต. ได้จัดให้ผู้ประกอบธุรกิจในตลาดทุน และฝ่ายงานต่าง ๆ ของ ก.ล.ต. เอง นำเสนอเรื่องสำคัญหรือเรื่องที่อยู่ในความสนใจ ต่อกรรมการ ก.ล.ต. และกรรมการกำกับตลาดทุน เพื่อแลกเปลี่ยนความรู้ ประสบการณ์ และข้อสังเกตต่าง ๆ  รวมทั้งเชิญกรรมการเข้าร่วมงานสัมมนาหรือการอบรมที่จะเป็นประโยชน์ต่อการทำหน้าที่ของคณะกรรมการให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น

2.  ประเมินตนเองเกี่ยวกับการพัฒนาธรรมาภิบาลของ ก.ล.ต. ตามแนวทางของ IFAC: Good Governance in the Public Sector  ซึ่งพบว่า ก.ล.ต. สามารถปฏิบัติเป็นไปตามแนวทางของ IFAC แล้วประมาณร้อยละ 70  เพิ่มขึ้นจากปี 2558 (ปีฐาน) ที่ปฏิบัติได้แล้วร้อยละ 50  โดยเรื่องที่ดำเนินการในปี 2559 เช่น พัฒนาการมีส่วนร่วมของผู้มีส่วนได้เสีย (การปฏิบัติตามกระบวนการรับฟังความคิดเห็น (hearing) ที่ปรับปรุงใหม่  การแถลงแผนยุทธศาสตร์ต่อผู้มีส่วนได้เสียโดยตรง  การจัดทำ stakeholders survey (focus group))  พัฒนา board governance (ปรับปรุงกระบวนการสรรหากรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ การสนับสนุนองค์ความรู้ให้แก่กรรมการ)  พัฒนา governance ในกระบวนการทำงาน (จัดทำ risk philosophy ของ ก.ล.ต. และบูรณาการการบริหารความเสี่ยงเข้าไปในกระบวนการทำงาน) เป็นต้น

3.  ดำเนินนโยบายหรือมาตรการในเรื่องที่สำคัญอย่างต่อเนื่อง เช่น จัดให้มีเกณฑ์ประเมินผลงานของเลขาธิการในมิติเชิงคุณภาพ  สนับสนุนให้ทุกส่วนงานปฏิบัติตามกระบวนการทำงานใหม่ที่ปรับมาจาก IFAC: Good Governance in the Public Sector  การเป็นองค์กรปลอดคอร์รัปชันทั้งด้านการรับและการให้  นโยบาย No Gift Policy  การประเมินผลการปฏิบัติงานของคณะกรรมการ ก.ล.ต. และคณะกรรมการกำกับตลาดทุนในแบบทั้งคณะ (as a group)  สนับสนุนให้ผู้ที่เกี่ยวข้องในตลาดทุนมีส่วนร่วมในการขับเคลื่อนภารกิจกำกับดูแลและพัฒนาตลาดทุนให้บรรลุเป้าหมาย (เช่น จัดประชุมร่วมกับสมาคมหรือผู้ที่เกี่ยวข้องเพื่อแลกเปลี่ยนมุมมองและความคิดเห็นต่อการพัฒนาตลาดทุน รับฟังความคิดเห็นจากผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งในวงกว้างและแบบเฉพาะเจาะจง  จัดสัมมนาหรืออบรม เชิญผู้แทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเป็นอนุกรรมการในการพิจารณากำหนดหรือปรับปรุงหลักเกณฑ์กำกับดูแล) เป็นต้น