Skip Ribbon Commands
Skip to main content
สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์

ข่าว ก.ล.ต.
ข่าว ก.ล.ต.
คุณอยู่ที่ : หน้าแรก > ข่าว ก.ล.ต.

ฉบับ ที่ 067 / 2548

วันพฤหัสบดีที่ 30 มิถุนายน 2548


ในวันนี้ (30 มิถุนายน 2548) ก.ล.ต. ได้กล่าวโทษนายธีรัชชานนท์ ลาภวิสุทธิสิน อดีตกรรมการผู้จัดการ และนางสาวสุภาพร ลาภวิสุทธิสิน รองกรรมการผู้จัดการ ซึ่งรับผิดชอบการดำเนินงานของบริษัทปิคนิค คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) (“PICNI”) ต่อพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ กรณีจัดทำเอกสารและบัญชีไม่ถูกต้อง รวมทั้งการกระทำหน้าที่โดยทุจริต พร้อมกันนี้ ได้กล่าวโทษผู้ที่เกี่ยวข้องอีกจำนวน 8 ราย กรณีให้ความช่วยเหลือผู้บริหารดังกล่าว จากการตรวจสอบงบการเงินของ PICNI และเอกสารหลักฐานต่าง ๆ ก.ล.ต. พบว่า ผู้บริหารของ PICNI ได้กระทำความผิด ฝ่าฝืนพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535 (พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ) ดังนี้ กรณีการทำสัญญาและการรับรู้รายได้จากการให้เช่าถังแก๊ส ทำให้รายได้และกำไรสูงกว่าความเป็นจริง

  • (1) นายธีรัชชานนท์ ลาภวิสุทธิสิน อดีตกรรมการผู้จัดการ และ (2) นางสาวสุภาพร ลาภวิสุทธิสิน รองกรรมการผู้จัดการ ได้ร่วมกันลงนามในสัญญาให้เช่าถังแก๊สแก่โรงบรรจุแก๊ส 10 แห่ง ที่มีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับผู้บริหารของ PICNI และอยู่ภายใต้การควบคุมทางการเงินของนายธีรัชชานนท์ ซึ่งการทำสัญญาให้เช่าดังกล่าว ผิดไปจากการดำเนินการกับลูกค้ารายอื่นที่อยู่ในรูปเงินมัดจำค่าถังแก๊ส และเป็นเหตุอ้างให้ PICNI รับรู้รายได้และกำไรในงบการเงินประจำปี 2547 เพิ่มขึ้น 178.4 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 2.43 ของรายได้รวม และร้อยละ 24.26 ของกำไรสุทธิ ทำให้งบการเงินของ PICNI แสดงฐานะทางการเงินและผลการดำเนินงานดีกว่าความเป็นจริง การกระทำของบุคคลดังกล่าว จึงเข้าข่ายเป็นการปฏิบัติฝ่าฝืนมาตรา 312 แห่ง พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ
  • นอกจากนี้ การกระทำของผู้บริหาร PICNI ข้างต้นได้รับการสนับสนุนจาก (3) นายอนุกูล ตั้งเรืองเกียรติ (4) นายพิริยะ ถาวร (5) นายเฉลิมชัย ชุบผา (6) นางสาวนุชนาฎ ปริกสุวรรณ (7) นายปรเมษ ลอองสุวรรณ (8) นายทวีทรัพย์ เกริกเกียรติศักดิ์ และ (9) นายกฤษณ์ โปรยเจริญ ซึ่งอ้างว่าเป็นเจ้าของโรงบรรจุแก๊ส 10 แห่ง และ/หรือ เป็นกรรมการที่ลงนามในสัญญาเช่าถังแก๊สของโรงบรรจุแก๊สดังกล่าว บุคคลทั้ง 7 รายจึงเข้าข่ายเป็นผู้ช่วยเหลือ และ/หรือให้ความสะดวกในการกระทำข้างต้น อันเป็นการฝ่าฝืนมาตรา 315 แห่ง พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ
กรณีการทำหน้าที่โดยทุจริต และจัดทำเอกสารและบัญชีไม่ถูกต้อง เกี่ยวกับการทำสัญญาให้กู้ยืมเงินแก่นิติบุคคลอื่น
  • นายธีรัชชานนท์ และนางสาวสุภาพร ได้ร่วมกันลงนามในสัญญาให้กู้ยืมเงินจำนวน 85 ล้านบาท แก่นิติบุคคลอื่น 2 ราย แต่กลับปรากฏว่า เงินที่ให้กู้ยืมนั้นถูกนำไปเข้าบัญชีส่วนตัวของนายธีรัชชานนท์ นายธีรัชชานนท์จึงเข้าข่ายกระทำผิดหน้าที่ โดยได้เบียดบังทรัพย์สินของ PICNI เพื่อแสวงหาประโยชน์อันมิควรได้โดยชอบด้วยกฎหมายแก่ตนเองหรือผู้อื่น อันเป็นการฝ่าฝืนมาตรา 307 308 และ 311 แห่ง พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ
  • นอกจากนี้ การกระทำของผู้บริหารทั้ง 2 ราย ที่ได้ร่วมกันลงนามในสัญญาให้กู้ยืมเงินนั้น ยังเป็นเหตุให้ PICNI มีการจัดทำเอกสารหลักฐานและบัญชีไม่ถูกต้อง ไม่ตรงต่อความเป็นจริง จึงเข้าข่ายฝ่าฝืนมาตรา 312 แห่ง พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ
  • การกระทำข้างต้นมี (10) นายพินิจ พุทธศาสตร์ (กรรมการของนิติบุคคลอื่น) เป็นผู้ช่วยเหลือ และ/หรือให้ความสะดวก จึงเข้าข่ายเป็นการฝ่าฝืนมาตรา 315 แห่ง พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ
เนื่องจากคดีข้างต้นมีความซับซ้อน ทั้งในด้านธุรกรรมและมาตรฐานการบัญชีที่เกี่ยวข้อง ในการกล่าวโทษคดีดังกล่าวต่อพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ ก.ล.ต. จึงได้ขอให้กรมสอบสวนคดีพิเศษพิจารณาดำเนินการตามมาตรา 33 แห่งพระราชบัญญัติการสอบสวนคดีพิเศษ พ.ศ. 2547 เพื่อให้มีการแต่งตั้งเจ้าหน้าที่ของ ก.ล.ต. รวมทั้งหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้อง เพื่อเข้าร่วมสอบสวนคดีนี้ให้เป็นไปโดยรอบคอบ ครบถ้วนยิ่งขึ้นด้วย ทั้งนี้ การดำเนินคดีข้างต้นเป็นผลจากการตรวจสอบส่วนหนึ่งที่เสร็จแล้ว โดยยังมีประเด็นที่ ก.ล.ต. อยู่ระหว่างตรวจสอบเพิ่มเติม

ข่าวฉบับนี้แสดงข้อมูล ณ วันที่ออกข่าวตามที่ระบุไว้ข้างต้น หากประสงค์จะดูข้อมูลสถานะปัจจุบันของเรื่อง โปรดดู ข้อมูลการกล่าวโทษต่อพนักงานสอบสวน

สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์
333/3 ถนนวิภาวดีรังสิต แขวงจอมพล เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร 10900
โทรศัพท์ 1207 หรือ 0 2033 9999 โทรสาร 0 2033 9660 e-mail : info@sec.or.th
สงวนลิขสิทธิ์ http://www.sec.or.th 2556 Privacy Policy | Disclaimer | Site Map