Skip Ribbon Commands
Skip to main content
สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์

ข่าว ก.ล.ต.
ข่าว ก.ล.ต.
คุณอยู่ที่ : หน้าแรก > ข่าว ก.ล.ต.

ฉบับ ที่ 18 / 2544

วันพฤหัสบดีที่ 26 กรกฎาคม 2544


รัฐบาลไทยดำเนินนโยบายเฉียบขาดกับองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ โดยในวันนี้ (26 กรกฎาคม 2544) ก.ล.ต. ร่วมกับ ป.ป.ง. บช.ก. โดย กองปราบฯ และ ส.ศ.ก. รวมทั้งหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้องเข้าตรวจค้นชั้น 24 อาคารบางกอกซิตี้ทาวเวอร์ ถนนสาทรใต้ และ ชั้น 19 อาคารเศรษฐีวรรณทาวเวอร์ ถนนปั้น ซึ่งเป็นสถานที่ทำการของกลุ่ม Brinton Group และกลุ่ม Benson Dupont Capital Management พบหลักฐานการประกอบธุรกิจหลักทรัพย์โดยไม่ได้รับใบอนุญาตและฉ้อโกงผู้ลงทุนในต่างประเทศ จึงได้ดำเนินการตามกฎหมายกับผู้กระทำผิด ทั้งนี้ การดำเนินการดังกล่าวสอดคล้องกับคำสั่งของ ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี พ.ต.ท. ทักษิณ ชินวัตร ซึ่งได้รับข้อร้องเรียนจากนักลงทุนชาวต่างประเทศ และได้สั่งการให้ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ สืบสวนในทางลับ โดยประสานกับ ก.ล.ต. และดำเนินการอย่างจริงจัง สำนักงานได้รับแจ้งจากกระทรวงการต่างประเทศ และองค์กรกำกับดูแลตลาดทุนในต่างประเทศ กล่าวคือAustralian Securities and Investments Commission (ASIC), Securities and Futures Commission - Hong Kong (SFC) และ Securities Commission - New Zealand รวมทั้ง ได้รับข้อร้องเรียนโดยตรงจากผู้ลงทุนในต่างประเทศ เกี่ยวกับพฤติกรรมการชักชวนให้ผู้ลงทุนดังกล่าวลงทุนในหลักทรัพย์ของอีกประเทศหนึ่งผ่านกลุ่มบุคคลหรือนิติบุคคลที่มีสถานที่ทำการในประเทศไทย ภายใต้ชื่อที่ติดต่อกับลูกค้าว่า Brinton Group และ Benson Dupont Capital Management หรือมีชื่ออื่นว่า Osiris Asia Pacific, Strategic Alliance Corporation, Sigama Capital Management และ Dreyfus Capital (กลุ่มดังกล่าว) ที่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้ลงทุนในต่างประเทศซึ่งส่วนใหญ่เป็นชาวออสเตรเลียจำนวนกว่า 100 ราย ในการนี้ สำนักงานได้ดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงจากเอกสารหลักฐานต่าง ๆ และข้อมูลที่ได้รับ ค้นหาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการจดทะเบียนจัดตั้งบริษัทจากกระทรวงพาณิชย์ รวมทั้ง ติดตามพฤติกรรม และเฝ้าสังเกตการณ์ ณ สถานที่ทำการของกลุ่มดังกล่าว พบว่า กลุ่มดังกล่าวได้ใช้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลาง ในการโทรศัพท์ติดต่อชักชวนลูกค้าที่อาศัยอยู่ในต่างประเทศไปลงทุนในหลักทรัพย์ของอีกประเทศหนึ่ง โดยมีการให้คำปรึกษาเกี่ยวกับการลงทุนในหลักทรัพย์และให้บริการเป็นนายหน้าซื้อขายหลักทรัพย์ โดยเรียกเก็บค่าธรรมเนียมจากลูกค้าดังกล่าว นอกจากนี้ ได้มีการจัดพิมพ์และแจกจ่ายเอกสารที่ใช้ในการโฆษณาแนะนำตัว จัดส่งและรับเอกสารเกี่ยวกับการซื้อขายหลักทรัพย์ของลูกค้า รวมทั้ง มีพฤติกรรมบ่ายเบี่ยงที่จะขายหลักทรัพย์ตามคำสั่งของลูกค้า อีกทั้งมิได้คืนเงินค่าซื้อขายหลักทรัพย์ตามคำสั่งของลูกค้าแต่อย่างใด ซึ่งการกระทำดังกล่าวเข้าข่ายเป็นการประกอบธุรกิจหลักทรัพย์โดยไม่ได้รับใบอนุญาต อันเป็นความผิดตามมาตรา 90 แห่งพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535 และเข้าข่ายเป็นความผิดฉ้อโกงประชาชนตามมาตรา 343 แห่งประมวลกฎหมายอาญา ซึ่งเป็นความผิดมูลฐานตามมาตรา 3 แห่งพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ. 2542 ตลอดจนกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง พร้อมกันนี้ สำนักงานยังได้พบว่า กลุ่มดังกล่าวได้มีการเปลี่ยนชื่อที่ใช้ติดต่อกับลูกค้า รวมทั้ง มีการย้ายและอำพรางสถานที่ทำการ โดยมีการเช่าบริการสถานที่รับส่งเอกสารและบริการโอนสายโทรศัพท์ ซึ่งพบหลักฐานว่ามีการใช้โทรศัพท์เป็นจำนวนมากติดต่อไปยังประเทศของผู้ที่เสียหาย จึงเป็นการยากที่สำนักงานจะสามารถรวบรวมพยานและหลักฐานที่ครบถ้วนได้เอง ประกอบกับได้พบว่า มีชาวต่างชาติจำนวนมากทำงานอยู่ในสถานที่ทำการของกลุ่มดังกล่าว นอกจากนี้ ยังได้รับเบาะแสว่ากลุ่มดังกล่าวได้มีการโอนเงินจำนวนมากออกจากประเทศไทย ซึ่งอาจเป็นการฟอกเงินและมีส่วนเกี่ยวข้องกับองค์กรอาชญากรรมระหว่างประเทศ สำนักงานจึงได้ประสานงานร่วมมือกับสำนักงานป้องกันและปราบปราม การฟอกเงิน (ป.ป.ง.) กองปราบปราม กองบังคับการสืบสวนสอบสวนคดีเศรษฐกิจ (ส.ศ.ก.) สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง และกองตรวจและคุ้มครองคนหางาน รวมทั้งได้รับความร่วมมือจาก the Australian Federal Police และ the US. FBI and Customs ในการเข้าตรวจค้นสถานที่ทำการของกลุ่มดังกล่าว ซึ่งตั้งอยู่ที่ ชั้น 24 อาคารบางกอกซิตี้ทาวเวอร์ ถนนสาทรใต้ กรุงเทพมหานคร และ ชั้น 19 อาคารเศรษฐีวรรณทาวเวอร์ ถนนปั้น กรุงเทพมหานคร เพื่อยึดและอายัดเอกสารหรือหลักฐานที่อาจเกี่ยวข้องกับการกระทำผิดของกลุ่มดังกล่าว และนำผู้ที่อยู่ในสถานที่ดังกล่าวมาให้ข้อมูลเพิ่มเติมที่กองปราบปราม จากการตรวจสอบเอกสารหลักฐานที่ได้จากการตรวจค้นสถานที่ทำการของกลุ่มดังกล่าว สำนักงานพบว่า เอกสารดังกล่าวประกอบด้วยหนังสือชักชวนให้ลงทุน หนังสือแนะนำกิจการว่าเป็นผู้ประกอบธุรกิจหลักทรัพย์ รายละเอียดเกี่ยวกับการติดต่อลูกค้า และบทสนทนาเพื่อชักชวนให้ลูกค้ามาลงทุนในหลักทรัพย์ (sales script) จึงได้ดำเนินการกล่าวโทษผู้กระทำผิดในข้อหาประกอบธุรกิจหลักทรัพย์โดยไม่ได้รับใบอนุญาต ซึ่งเป็นความผิดตาม พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ และประกอบธุรกิจในลักษณะที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน ซึ่งเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา พลตำรวจเอกสันต์ ศรุตานนท์ รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ และพลตำรวจโทวาสนา เพิ่มลาภ เลขาธิการ สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน ได้แถลงข่าวร่วมกันว่า "การดำเนินการในครั้งนี้นับได้ว่าประสบความสำเร็จอย่างสูง เนื่องจากได้พบเอกสารหลักฐานสำคัญในอันที่จะดำเนินการกับผู้กระทำผิด รวมทั้งแสดงถึงความร่วมมืออันดีของหน่วยงานบังคับใช้กฎหมาย ในการปราบปรามและป้องกันมิให้เกิดอาชญากรรมข้ามชาติในลักษณะที่เป็นการฉ้อโกงเงินของประชาชนในต่างประเทศ โดยใช้ประเทศไทยเป็นฐานในการปฏิบัติการ" นายประสาร ไตรรัตน์วรกุล เลขาธิการ สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. เปิดเผยว่า "การดำเนินการในครั้งนี้เป็นการแสดงพลังความร่วมมือจากหน่วยงานต่าง ๆ ในการปราบปรามมิให้มีการใช้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางฉ้อโกงผู้ลงทุนในต่างประเทศ และป้องกันมิให้มีการประกอบธุรกิจหลักทรัพย์ในประเทศไทยโดยมิได้รับใบอนุญาต นอกจากนี้ ยังเป็นความร่วมมือระหว่างองค์กรกำกับดูแลตลาดทุนของประเทศต่าง ๆ ในภูมิภาคเอเซีย-แปซิฟิค ที่ได้ตระหนักถึงผลกระทบอันเกิดจากอาชญากรรมทางการเงินข้ามชาติซึ่งก่อให้เกิดความเสื่อมเสียแก่ชื่อเสียงของตลาดทุนทั้งในระดับประเทศและภูมิภาค รวมทั้ง ความเชื่อมั่นในการลงทุน สำนักงานจึงมุ่งมั่นที่จะปราบปรามอาชญากรรมดังกล่าวอย่างจริงจัง" "สำหรับผู้ลงทุนชาวไทยเอง ถึงแม้จะยังไม่ปรากฏว่ามีการถูกฉ้อโกงในลักษณะดังกล่าวจากบริษัทข้ามชาติ สำนักงานก็ขอฝากให้ใช้วิจารณญาณและความระมัดระวังเช่นเดียวกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกรณีที่ได้รับการติดต่อหรือชักชวนให้นำเงินไปลงทุนไม่ว่าจะเป็นการลงทุนในหลักทรัพย์ หรือตราสารทางการเงินอื่น ๆ หรือการเก็งกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ ก็ตาม โดยขอให้ตรวจสอบข้อมูลเกี่ยวกับการได้รับอนุญาตให้ประกอบธุรกิจดังกล่าวจากหน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้องด้วยเช่นกัน" นายประสารกล่าวสรุป

สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์
333/3 ถนนวิภาวดีรังสิต แขวงจอมพล เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร 10900
โทรศัพท์ 1207 หรือ 0 2033 9999 โทรสาร 0 2033 9660 e-mail : info@sec.or.th
สงวนลิขสิทธิ์ http://www.sec.or.th 2556 Privacy Policy | Disclaimer | Site Map