Sign In
การดำเนินการตามนโยบายการบริหารทรัพยากรบุคคล

​​​​ก.ล.ต. ให้ความสำคัญกับทรัพยากรบุคคล ซึ่งเป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนองค์กรให้บรรลุตามเป้าหมายและตามพันธกิจ การกำหนดนโยบายการบริหารทรัพยากรบุคคล จึงได้มีการวิเคราะห์สภาพแวดล้อมและปัจจัยทั้งภายในและนอกองค์กร เพื่อให้นโยบายและแผนการดำเนินงานต่าง ๆ มีความเหมาะสมกับสภาพแวดล้อมและปัจจัยดังกล่าว รวมถึงสอดรับกับทิศทางของแผนยุทธศาสตร์องค์กรและแผนพัฒนาประเทศ ตามยุทธศาสตร์ชาติ  ก.ล.ต. ได้มีการวางระบบงานและการจัดการ ทั้งนี้ เพื่อให้มีการตรวจสอบถ่วงดุล รวมถึงเพื่อให้การดำเนินการเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและโปร่งใส

นโยบายในการบริหารทรัพยากรบุคคล มุ่งเน้นในประเด็นที่สำคัญ อาทิ

ก.ล.ต. มีการดำเนินการตามนโยบายการบริหารทรัพยากรบุคคลรวมถึงแผนงานในด้านต่าง ๆ เช่น

ก.ล.ต. มีแผนอัตรากำลังโดยมีการวิเคราะห์ข้อมูลที่เกี่ยวข้องและนำไปสู่การกำหนดจำนวน ประเภท

และระดับตำแหน่ง ตลอดจนมีการติดตามและปรับปรุงแผนอัตรากำลังอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งมีฐานข้อมูลด้าน

การบริหารทรัพยากรบุคคลที่มีความถูกต้อง พร้อมที่จะนำไปใช้ประโยชน์อยู่เสมอ โดยตั้งแต่ปี 2560 สำนักงานได้มีการว่าจ้างที่ปรึกษาภายนอกมาช่วยให้คำแนะนำในเรื่องการบริหารอัตรากำลัง รวมถึงให้คำแนะนำเกี่ยวกับแนวคิดการวางแผนกำลังคนที่เหมาะสมกับพันธกิจองค์กร เพื่อให้การดำเนินการตามแผนยุทธศาสตร์เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพได้ในระยะยาว ก.ล.ต.

ในปี 2563 สำนักงานอยู่ระหว่างดำเนินการโครงการวิเคราะห์และวางแผนอัตรากำลังเชิงกลยุทธ์ (Strategic Staffing Analysis) โดยมีที่ปรึกษาภายนอกให้คำแนะนำเกี่ยวกับแนวคิดการวางแผนกำลังคนที่เหมาะสมและการบริหารอัตรากำลังเพื่อให้มีประสิทธิภาพ ซึ่งสำนักงานอยู่ระหว่างการวิเคราะห์และทบทวนอัตรากำลังปัจจุบันเพื่อให้สอดรับกับพันธกิจองค์กร แผนยุทธศาสตร์ และการเปลี่ยนแปลงในอนาคต

นอกจากนี้ จากการประเมินสถานการณ์ด้านกำลังคนในอีก 10 ปีข้างหน้า สำนักงานจะมีผู้บริหารและพนักงานที่ครบกำหนดเกษียณอายุจำนวนหนึ่ง ที่จำเป็นจะต้องเตรียมความพร้อมเพื่อให้เกิดความต่อเนื่องในการบริหารงาน ข้อมูลตามแผนภูมิ ดังนี้


สำนักงานจึงได้มีการวางแผนและเตรียมอัตรากำลังทดแทนเพื่อรองรับตำแหน่งสำคัญ โดยมีการเตรียมพร้อมบุคลากรในระดับบริหารเพื่อการทดแทนกลุ่มผู้บริหารระดับสูง ซึ่งได้ทำการประเมินความพร้อมในระดับผู้อำนวยการ และมีแผนพัฒนารายบุคคลสำหรับทุกคน มีการพัฒนาผู้บริหารด้วยระบบ Mentor-Mentee ทำให้มีข้อมูลพร้อมในการวางแผนสำหรับทุกตำแหน่งสำคัญ รวมทั้งได้ประเมินและวางแผนเตรียมความพร้อมบุคลากรมาทดแทนในกรณีที่บุคลากรในระดับต่าง ๆ ครบเกษียณอายุ หรือจะพ้นจากงานไปในอนาคตด้วย


ก.ล.ต. มีแผนการสรรหา โดยมีการจัดทำแนวทางการดำเนินการสรรหา บรรจุ และแต่งตั้งบุคลากรที่เป็นไปตามข้อบังคับที่เกี่ยวข้อง

สำหรับการสรรหาบุคลากรที่มีคุณภาพเข้ามาร่วมงานนั้น ในปี 2562 และ 2563 เป็นปีที่ ก.ล.ต. มีการขยายงาน เพื่อตอบโจทย์ตามแผนยุทธศาสตร์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งงานด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและการบริหารจัดการข้อมูลสารสนเทศ การกำกับและตรวจสอบความเสี่ยงด้านเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อรองรับนวัตกรรมและการเปลี่ยนแปลงในธุรกิจตลาดทุน จึงมีความต้องการรับบุคลากรที่มีความเชี่ยวชาญในเรื่องดังกล่าว รวมถึงบุคลากรในด้านอื่น ๆ เข้ามาร่วมงาน  ก.ล.ต. จึงได้ดำเนินการสรรหาในเชิงรุก ปรับวิธีการเข้าถึงกลุ่มเป้าหมาย ด้วยการเพิ่มรูปแบบและช่องทางการประชาสัมพันธ์ที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น เพื่อให้ผู้ที่มีคุณสมบัติตามที่ ก.ล.ต. ต้องการและสนใจเข้าร่วมงานสามารถที่จะเข้าถึงและทำความเข้าใจงานและสภาพแวดล้อมการทำงานใน ก.ล.ต. ได้ง่ายยิ่งขึ้น อาทิ การใช้คลิปวิดีโอเพื่อชักชวนเข้ามาร่วมงานโดยสื่อสารผ่านสื่อสังคมออนไลน์ ได้แก่ เฟซบุ๊ค ไลน์ ลิงค์อิน เป็นต้น ทำให้อัตราความสำเร็จของการสรรหาบุคลากรที่มีคุณภาพเข้าร่วมงานเพิ่มสูงขึ้น

นอกจากนี้ ในการสร้างบุคลากรให้มีความสามารถในสาชาวิชาที่ต้องการ ก.ล.ต. มีการให้ทุนการศึกษากับพนักงานและบุคคลภายนอก เพื่อศึกษาต่อในสถานศึกษาชั้นนำทั้งในและต่างประเทศอยู่จำนวนหนึ่ง 

 

ก.ล.ต. มีแผนการสร้างและพัฒนาผู้บริหารเพื่อสร้างความต่อเนื่องและเตรียมพร้อมบุคลากรในระดับบริหารเพื่อการทดแทนกลุ่มผู้บริหาร ตลอดจนมีการกำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการในการคัดเลือกบุคลากรสำหรับตำแหน่งผู้บริหาร มีการทำแผนพัฒนารายบุคคลตามแผนการสร้างและพัฒนาผู้บริหาร

การพัฒนาบุคลากรของ ก.ล.ต. จะประกอบไปด้วยหลักสูตรที่มีการพัฒนาทั้งด้านความรู้ ศักยภาพ ความสัมพันธ์ และเทคนิคใหม่ ๆ เพื่อประโยชน์ในการทำงาน โดยมีแนวทางการพัฒนาพนักงานในด้านหลัก ๆ ดังนี้  

1. การปรับมุมมองและวิธีคิดในการทำงาน เพื่อรองรับแนวโน้มทิศทางการทำงานแบบใหม่

- การปรับสู่ adaptive mindset และสร้างให้เป็นวัฒนธรรมการทำงานในองค์กร

- การพัฒนาภาวะผู้นำสำหรับผู้บริหาร เพื่อเตรียมพร้อมกับสภาพแวดล้อมการทำงานใหม่ ๆ ซึ่งบทบาทของผู้บริหารจะเน้นที่การกระตุ้นและสร้างบรรยากาศการเรียนรู้ การดึงศักยภาพของทีมมาใช้ให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด

การส่งเสริมให้พนักงานได้รับการพัฒนา มีความก้าวหน้า และเกิดความภาคภูมิใจในตนเอง เช่น หลักสูตร Facilitative Leadership หลักสูตร Coaching and Mentor หลักสูตร Authentic Leadership เป็นต้น

- การพัฒนาความสามารถด้านเทคโนโลยีดิจิทัล ที่เน้นทักษะใหม่ทั้งด้านการใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีและทักษะทั่วไป สำหรับการทำงานในยุคดิจิทัล เช่น Design Thinking Agile Management Storytelling เป็นต้น

2. ด้านองค์ความรู้หลักของผู้ปฏิบัติงานด้านกำกับดูแล  ได้แก่  หลักสูตร Regulatory School ที่ ก.ล.ต. ออกแบบและจัดทำขึ้นเอง แบ่งเป็น 3 ระดับ (ระดับที่ 1 – 3) โดยกำหนดเป็นหลักสูตรต่อเนื่อง ระดับที่ 1 เน้นกลุ่มพนักงานเข้าใหม่และพนักงานระดับต้น ระดับ 2 เน้นกลุ่มพนักงานระดับอาวุโส (ระดับ 2) และกำลังพัฒนาหลักสูตรระดับ 3 ที่เน้นกลุ่มผู้บริหาร และเน้นเนื้อหาที่เกิดจากประสบการณ์และกรณีศึกษาที่เกิดขึ้นจริงในตลาดทุน

3. ด้านเทคนิคการปฏิบัติงาน (Technical Knowledge) ที่ฝ่ายงานต่าง ๆ สามารถที่จะวางแผนและจัดการพัฒนาให้สอดคล้องกับเป้าหมายและแผนงานของฝ่าย โดยสามารถบริหารจัดการงบประมาณด้วยตนเองได้

4. หลักสูตรด้านการพัฒนาทีมเพื่อสร้างความร่วมมือที่ดีในการทำงาน ซึ่งมีทั้งการสร้างทีมในระดับฝ่าย และในภาพรวมระดับสำนักงาน

ก.ล.ต. ริเริ่มการใช้สื่อออนไลน์เพื่อการเรียนรู้โดยใช้ระบบบริหารจัดการเรียนรู้ (Learning Management System: LMS) เพื่อวางแพลตฟอร์มรองรับวิชาพื้นฐานใน Regulatory School อีกด้วย

นอกจากนี้ ก.ล.ต. ยังให้ความสำคัญกับการสร้างทางก้าวหน้าในสายอาชีพของบุคลากร โดยสนับสนุนให้หัวหน้าสื่อสารกับสมาชิกในทีมอย่างสม่ำเสมอและต่อเนื่อง เพื่อให้ความคิดเห็นและข้อแนะนำในเชิงพัฒนา และเมื่อใดที่มีตำแหน่งงานว่าง จะมีการรับสมัครเพื่อให้โอกาสอย่างเปิดกว้างทั้งเพื่อให้บุคลากรได้แสดงความจำนงเข้ารับการคัดเลือกเพื่อการเลื่อนตำแหน่ง รวมถึงการโยกย้ายเพื่อให้ได้เรียนรู้งานด้านอื่นเพิ่มเติมและพัฒนาศักยภาพของตนได้ โดยผ่านกระบวนคัดเลือกที่กำหนด

ในปี 2562 มีพนักงานได้รับการพิจารณาให้เลื่อนตำแหน่งรวมถึงเลื่อนระดับทั้งสิ้น 114 ราย คิดเป็นร้อยละ 19 และมีการโยกย้ายสับเปลี่ยนหมุนเวียนงานทั้งสิ้น 22 ราย คิดเป็นร้อยละ 3.3 ของพนักงานทั้งหมด

ก.ล.ต. สนับสนุนการแลกเปลี่ยนพนักงานระหว่างองค์กรที่เกี่ยวข้องทั้งภาครัฐและเอกชน โดยในช่วงต้นปี 2563 มีบุคลากร 1 รายไปเข้าร่วมโครงการ Fellowship Program Global Financial Partnership Center (GLOPAC) ซึ่งเป็นโครงการความร่วมมือระหว่างองค์กร รับบุคลากรในหน่วยงานกำกับดูแลด้านการเงินจากทั่วโลกเข้าร่วมดูงานและฝึกปฏิบัติงานที่ประเทศญี่ปุ่นระยะสั้น (ไม่เกิน 3 เดือน) เพื่อพัฒนาความรู้ด้านตลาดการเงินโลก เพื่อนำมาใช้ประโยชน์ในการพัฒนาแนวทางการกำกับดูแลการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน  

ก.ล.ต. มีการจัดกิจกรรมต่าง ๆ เพื่อให้พนักงานมีส่วนร่วมในการแสดงออกซึ่งค่านิยมองค์กร (เปิดใจ รู้จริง ร่วมมือ ซื่อตรง)  เสริมสร้างความผูกพันบุคลากร พัฒนาคุณภาพชีวิตพนักงาน ปลูกฝังความรักชาติ ศาสนาและความจงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ ปลูกฝังทัศนคติการเป็น “ผู้ให้" และ “ผู้ทำประโยชน์เพื่อส่วนรวม" ผ่านการทำกิจกรรมเพื่อช่วยเหลือผู้ด้อยโอกาสและกลุ่มเปราะบางในสังคม สนับสนุนการทำความดีเพื่อช่วยยกระดับความสุขของสังคมโดยรวมอย่างต่อเนื่อง เช่น 

(1) กิจกรรมปลูกฝังค่านิยมองค์กร เสริมสร้างความผูกพันบุคลากรและพัฒนาคุณภาพชีวิตพนักงาน

1.1  กิจกรรมเทศกาลแห่งความรัก

ตามที่สำนักงานมีนโยบายปลูกฝังและส่งเสริมค่านิยมองค์กร เสริมสร้างความผูกพันบุคลากรและพัฒนาคุณภาพชีวิตพนักงานมาอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้พนักงานสามารถแสดงออกซึ่งพฤติกรรมตามค่านิยมองค์กร (เปิดใจ รู้จริง ร่วมมือ ซื่อตรง) ได้อย่างเป็นธรรมชาติ รวมทั้งเพื่อให้พนักงานเกิดประสบการณ์ตรงและสัมผัสได้ว่า สำนักงานใส่ใจดูแลพนักงานและสนับสนุนให้พนักงานมีโอกาสได้ทำความรู้จักกันข้ามฝ่ายงาน ส่งเสริมการทำงานเป็นทีม ช่วยเหลือกันในด้านต่าง ๆ อันจะนำมาซึ่งความรัก ความห่วงใย ความผูกพัน ความปรารถนาดีต่อกัน และกระชับความสัมพันธ์อันดีระหว่างกันให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น รวมทั้งเป็นการสืบสานการสร้างวัฒนธรรมการทำงานแบบ “พี่น้อง" โดยจัดกิจกรรมประกวดภาพถ่ายในเทศกาลแห่งความรักในธีม  “แค่จับมือกันไว้แล้วเดินไปด้วยกันให้สุดทาง" รวมทั้งการเล่นเกมที่ส่งเสริมการทำงานเป็นทีมในช่วงเทศกาลแห่งความรัก เพื่อปลูกฝังค่านิยม เปิดใจ และร่วมมือ    

 
  

 

 



1.2 กิจกรรมบรรยายพิเศษเพื่อส่งเสริมสุขภาพ เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดี

ในช่วงที่มีการแพร่ระบาดของโควิท-19 และสำนักงานมีมาตรการให้พนักงานทำงานแบบ work from home จึงได้จัดกิจกรรมบรรยายพิเศษ Online ในหัวข้อ “Healthy Aging" โดย ดร. ศุภวุฒิ  สายเชื้อ ให้เกียรติเป็นวิทยากร เพื่อให้พนักงานได้รับทราบถึงความสำคัญในการดูแลสุขภาพแบบองค์รวมทั้งในเรื่องการรับประทานอาหารเท่าไรจึงจะเหมาะสม นอนหลับอย่างไรจึงจะมีคุณภาพ ออกกำลังกายอย่างไรจึงจะเพียงพอ เพื่อให้พนักงานสามารถดำเนินชีวิตไปเป็นผู้สูงวัยอย่างมีคุณภาพ


1.3  กิจกรรมส่งเสริมด้านสันทนาการและการออกกำลังกาย เช่น จัดแข่งขันประกวดร้องเพลงคาราโอเกะ แข่งขันโบว์ลิ่ง เป็นต้น ซึ่งประมาณการจะจัดในช่วงไตรมาส 4 /2563 (ทั้งนี้จะสามารถจัดได้หรือไม่ ขึ้นอยู่กับมาตรการในการควบคุมการแพร่ระบาดของโควิท-19 ของรัฐบาล)

1.4 กิจกรรมส่งเสริมค่านิยมองค์กรและคุณภาพชีวิตพนักงาน ผ่านรายการ HR ชวนคุย ในช่วงที่มีการแพร่ระบาดของโควิท-19 และสำนักงานมีมาตรการให้พนักงานทำงานแบบ work from home นั้น ทำให้พนักงานมีโอกาสพบปะกันน้อยลง แต่เพื่อรักษาความสัมพันธ์อันดีให้คงอยู่ และพนักงานสัมผัสได้ว่า ในช่วงเวลาวิกฤตที่มีโรคระบาด สำนักงานก็ยังใส่ใจดูแลพนักงานด้วยความห่วงใย โดยได้จัดกิจกรรมพูดคุยกับพนักงานผ่านรายการ HR ชวนคุย on line โดยได้เรียนเชิญผู้บริหารระดับสูง พนักงานระดับต่าง ๆ เป็นแขกรับเชิญในรายการ ร่วมพูดคุยและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับพนักงานทาง on line ในประเด็นต่าง ๆ เช่น ในการทำงาน Work from home พนักงานสามารถทำงานได้เหมือนทำงานที่สำนักงานไหม ต้องการให้สำนักงานช่วยเหลือในด้านใดบ้าง แนวทางการทำงานในยุคโควิท-19  Live the value (เปิดใจ รู้จริง ร่วมมือ ซื่อตรง) ในช่วง work from home หรือ การดำเนินชีวิตในยุค New Normal เป็นต้น 

  

 


HR 4

1.5 กิจกรรมส่งเสริมค่านิยมองค์กร เน้นเรื่องความซื่อตรง โดยจะพาพนักงานเยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์ต้านโกง ซึ่งเป็นแหล่งเรียนรู้ด้านคุณธรรม เพื่อต่อต้านการทุจริตทุกรูปแบบแห่งแรกของประเทศไทย และส่งเสริมสังคมแห่งความสุจริตและโปร่งใส เพื่อสร้างแรงบันดาลใจพนักงานให้ตระหนักถึงหน้าที่ในการช่วยกันดูแลสังคม และนำองค์ความรู้มาประยุกต์ใช้ในการทำงาน (คาดว่าจะจัดประมาณปลายไตรมาส 3 ของปี 2563)

(2) กิจกรรมถวายพระพร เนื่องในวันฉัตรมงคล (พ.ค.63 ) วันเฉลิมพระชนมพรรษาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง และสมเด็จพระราชินี (กำหนดจัดในเดือน มิ.ย./ ก.ค. และ ส.ค. 63 ตามลำดับ)

 

 


(3) กิจกรรมทำบุญตักบาตรถวายเป็นพระราชกุศลเนื่องในวันคล้ายวันพระบรมราชสมภพและวันคล้ายวันสวรรคตพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร (กำหนดจัดในเดือน ต.ค. และ ธ.ค. 63)

(4)  กิจกรรมเพื่อช่วยเหลือสังคมและปลูกฝังทัศนคติการเป็น “ผู้ให้" และ “ผู้ทำประโยชน์เพื่อส่วนรวม"

4.1 กิจกรรมวันเด็ก

ด้วยสำนักงาน ก.ล.ต. มีนโยบายสนับสนุนให้พนักงานทำกิจกรรมเพื่อช่วยเหลือสังคมมาอย่างต่อเนื่อง ในช่วงวันเด็กประจำปี 2563 สำนักงาน ก.ล.ต. ร่วมกับกรมกิจการเด็กและเยาวชน  กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ จัดกิจกรรมวันเด็กแห่งชาติในวันเสาร์ที่ 11 มกราคม 2563 เวลา 7.30 – 15.30 น. ณ สถานสงเคราะห์เด็กหญิงบ้านราชวิถี ภายใต้แนวคิด “สุดยอดเด็กไทย  ใส่ใจการออม" เพื่อส่งเสริมให้เด็กไทยได้เรียนรู้ ตระหนักถึงความสำคัญและความมีวินัยในการออม โดยมีเกมฟังนิทาน “พ่อแม่สอนหนู รู้จักใช้เงิน" แล้วตอบคำถามชิงรางวัล เกมโยนห่วง “รู้จักสินค้าจำเป็น" และ “สินค้าฟุ่มเฟือย" เพื่อฝึกให้เด็กลองคิดใคร่ครวญและตระหนักรู้ว่าสิ่งใดเป็นของจำเป็นต่อการดำรงชีวิต  สิ่งใดไม่ควรซื้อเพราะเป็นของฟุ่มเฟือยไม่จำเป็นต่อการดำรงชีวิต โดยมีพนักงาน ก.ล.ต. อาสาสมัครมาเป็นวิทยากรบรรยายและสอนเด็ก ๆ

 


 


4.2  กิจกรรมช่วยเหลือผู้ที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของ โควิท-19

4.2.1  สำนักงาน ก.ล.ต. เชิญชวนพนักงานร่วมบริจาคข้าวสาร อาหารแห้ง รวมทั้งสิ่งของที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิตเพื่อนำไปจัดถุงยังชีพและอาหารปรุงสุกให้แก่ผู้ที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของ โควิท-19 โดยบริจาคผ่านวัดเสมียนนารีซึ่งได้จัดตั้งโรงทานเพื่อช่วยเหลือประชาชนตามพระดำริของสมเด็จพระสังฆราช

 


4.2.2  สำนักงาน ก.ล.ต. จัดตั้งตู้ ก.ล.ต. ปันสุข โดยผู้บริหารและพนักงานร่วมกันนำข้าวสาร อาหารแห้ง และสิ่งของจำเป็นในการดำรงชีวิต มาใส่ตู้ ก.ล.ต. ปันสุข เพื่อช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของ โควิท-19  




4.3 กิจกรรมช่วยเหลือผู้ด้อยโอกาสและกลุ่มเปราะบางในสังคม ให้สามารถประกอบสัมมาชีพ มีรายได้เลี้ยงตนเอง อันเป็นการช่วยลดปัญหาสังคมอีกทางหนึ่ง ดังนี้

4.3.1  ว่าจ้างผู้พิการทางสายตามาให้บริการแก่พนักงานในกิจกรรมนวดเพื่อบรรเทาอาการ office syndrome สัปดาห์ละ 2 วัน โดยดำเนินการต่อเนื่องมาเป็นปีที่ 4 แล้ว

4.3.2  ให้การสนับสนุนวิสาหกิจชุมชน “บ้านกึ่งวิถี SHE (Social Health Enterprise)" โดยการจัดกิจกรรม “นวดดัดจัดสรีระ" ให้กับพนักงาน กิจกรรมนี้เป็นการช่วยยืดเหยียดคลายกล้ามเนื้อข้อต่อตามหลักวิทยาศาสตร์การกีฬา  “บ้านกึ่งวิถี SHE" ก่อตั้งโดย นพ. พูลชัย  จิตอนันตวิทยา อายุรแพทย์โรคหัวใจ ดำเนินการฝึกอาชีพการ “นวดดัดจัดสรีระ" ให้แก่ผู้ต้องขังหญิง เมื่อพ้นโทษแล้ว “บ้านกึ่งวิถี SHE" จะรับอดีตผู้ต้องขังหญิงมาประกอบอาชีพเพื่อให้มีรายได้ เพื่อไม่ให้กลับไปกระทำผิดซ้ำอีก 




4.4 จัดกิจกรรมบริจาคโลหิต ณ สภากาชาดไทย ในวาระและโอกาสสำคัญต่าง ๆ เป็นประจำอย่างต่อเนื่องมาทุกปี เพื่อช่วยเหลือผู้เจ็บป่วยที่ต้องการโลหิตในการรักษา (ประมาณการกำหนดจัดในเดือน ก.ค. และ ธ.ค. 63)

4.5 จัดกิจกรรมช่วยเหลือสถานสงเคราะห์ต่าง ๆ คาดว่าจะจัดประมาณปลายไตรมาส 4/2563 

 ก.ล.ต. มีแนวทางการดำเนินการบรรจุ และแต่งตั้งบุคลากรที่เป็นไปตามข้อบังคับที่เกี่ยวข้อง และมีขั้นตอนการดำเนินการที่ชัดเจน โดยมีคณะกรรมการด้านบริหารงานบุคคลร่วมกันพิจารณาในตำแหน่งงานที่สำคัญ และมีการพิจารณาความเหมาะสมด้านความรู้ความสามารถ ศักยภาพและผลการปฏิบัติงานด้วยความเท่าเทียมและเสมอภาค   

ก.ล.ต. มีการกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการประเมินผลการปฏิบัติงานที่ชัดเจนและผู้ปฏิบัติงานในองค์กรได้รับทราบโดยทั่วกัน รวมทั้งมีการดำเนินการประเมินผลการปฏิบัติงานตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนด และสามารถนำไปใช้ประโยชน์ในการบริหารทรัพยากรบุคคลด้านต่าง ๆ 

ก.ล.ต. ใช้ระบบบริหารผลการปฏิบัติงาน (performance management system) ในการประเมินการปฏิบัติงานของบุคลากร มีการถ่ายทอดเป้าหมายตามแผนกลยุทธ์สำนักงานและแผนงานตามภารกิจหลัก                 ไปเป็นแผนส่วนงานและสายงาน จนถึงเป้าหมายการปฏิบัติงานรายบุคคล ซึ่งกำหนดให้สอดคล้องกันเป็นลำดับ และให้ความสำคัญกับการประเมินเรื่อง คุณภาพงาน การพัฒนา และปรับปรุงประสิทธิภาพและกระบวนการทำงาน รวมถึงพฤติกรรมตามค่านิยมองค์กร

มีการกำหนดปัจจัยการประเมินโดยถ่ายทอดจากปัจจัยที่ใช้ประเมินเลขาธิการไปสู่พนักงานทุกระดับ ซึ่งมีอยู่ 4 ปัจจัย ได้แก่

1. คุณภาพในการพัฒนานโยบายและมาตรการเพื่อตอบโจทย์ stakeholders                                  

2. การขับเคลื่อนกลยุทธ์องค์กร  

3. การบริหารจัดการองค์กร

4. ความเป็นผู้นำองค์กร  

โดยพนักงานแต่ละระดับจะมีปัจจัยและน้ำหนักการประเมินแตกต่างกันตามบทบาทหน้าที่และความรับผิดชอบ ทั้งนี้ ก.ล.ต.ให้ความสำคัญกับค่านิยมองค์กร จึงนำเรื่องค่านิยมองค์กรมาใช้ในการประเมินผลการปฏิบัติงานด้วย โดยให้น้ำหนักปัจจัยด้านค่านิยมองค์กรร้อยละ 10 ของการประเมิน

 

ก.ล.ต. มีมาตรการที่ส่งเสริมคุณธรรมและจริยธรรม และสร้างธรรมาภิบาลให้กับผู้ปฏิบัติงานในองค์กร รวมทั้งส่งเสริมให้บุคลากรตระหนักถึงความสำคัญของจริยธรรมและการรักษาวินัย ยึดมั่นในค่านิยม “เปิดใจ รู้จริง ร่วมมือ ซื่อตรง" ดำรงตนให้เป็นผู้ที่ได้รับความเชื่อถือและไว้วางใจอยู่เสมอโดยการปลูกฝังและรณรงค์ ส่งเสริมให้มีการปฏิบัติอย่างต่อเนื่อง ตัวอย่างเช่น การประกาศเจตจำนงในการบริหารงานด้วยความซื่อสัตย์สุจริต โปร่งใส และมีธรรมาภิบาล การประกาศนโยบาย ก.ล.ต. องค์กรปลอดคอร์รัปชัน การกำหนดแนวปฏิบัติเกี่ยวกับการให้ การรับ หรือเรียกรับทรัพย์สินจากบุคคลหรือนิติบุคคลที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินงานของสำนักงาน และเพื่อช่วยให้บุคลากรมีความตระหนัก เข้าใจและมีการถือปฏิบัติอย่างเคร่งครัด  ก.ล.ต. กำหนดให้บุคลากรมีการลงนามรับทราบข้อกำหนดด้านจรรยาบรรณเป็นประจำทุกปีเพื่อให้มีการทบทวนความเข้าใจในเรื่องนี้อย่างสม่ำเสมอ

 


ติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม
ฝ่ายทรัพยากรบุคคล

โทรศัพท์ 0-2263-6441​