Sign In
นโยบายการบริหารและพัฒนาทรัพยากรบุคคล

​​หลักการสำคัญ

ตามที่รัฐบาลมีนโยบายและแผนระดับชาติว่าด้วยการพัฒนาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม    พ.ศ. 2561 – 2580 ในแผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติ  ขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศสู่การเป็นประเทศไทย 4.0  รวมถึงขับเคลื่อนระบบเศรษฐกิจและสังคมและใช้ประโยชน์จากนวัตกรรมดิจิทัลอย่างเต็มศักยภาพ ผลักดันให้ประเทศไทยเป็นประเทศในกลุ่มประเทศพัฒนาแล้ว รวมทั้งการพัฒนากำลังคนให้พร้อมเข้าสู่ยุคเศรษฐกิจและสังคมดิจิทัล เพื่อเป็นการสร้างคน สร้างงาน สร้างความเข้มแข็งจากภายในนั้น 

การทำให้สำนักงานมีขีดความสามารถดำเนินงานให้สอดคล้องกับนโยบายและแผนระดับชาติ และเป็นกลไกหนึ่งในการขับเคลื่อนประเทศเข้าสู่ยุคดิจิทัลข้างต้น และเพื่อให้การดำเนินการของสำนักงานตาม พันธกิจการกำกับดูแลและพัฒนาตลาดทุนของประเทศเป็นไปโดยมีประสิทธิภาพ ประสบผลสำเร็จอย่างยั่งยืน

สำนักงาน ก.ล.ต. มีหลักการสำคัญในด้านการบริหารบุคคล เป็นดังนี้

1. หลักความเป็นธรรมและเสมอภาค โดยมุ่งเน้นระบบคุณธรรม การปฏิบัติต่อพนักงานทุกคนอย่างเป็นธรรม ในเรื่องการจ้างงาน การเลื่อนตำแหน่ง การจ่ายค่าตอบแทนการทำงาน รวมตลอดถึงการป้องกัน  การกระทำอันไม่เป็นธรรมในทุกระดับ

2. หลักความซื่อสัตย์สุจริต ให้ความสำคัญและยึดมั่นในการปฏิบัติหน้าที่ของพนักงานทุกระดับชั้น ด้วยความซื่อสัตย์สุจริต เพื่อประโยชน์ของส่วนรวมและของประเทศชาติเป็นสำคัญ

3. หลักความเคารพความเป็นปัจเจกบุคคลของพนักงาน ให้ความสำคัญและยอมรับความแตกต่างทางความคิด  ความเชื่อ  และแนวทางการดำรงชีวิตของพนักงาน  โดยที่การพิจารณากำหนดกฎระเบียบ ตลอดจนแนวทางในการแก้ปัญหาต่าง ๆ จะพิจารณาโดยคำนึงถึงความแตกต่างทางความคิดความเชื่อ ซึ่งรวมถึงการปฏิบัติอย่างให้เกียรติและให้ความสำคัญกับความเคารพนับถือตนเองของพนักงานในฐานะปัจเจกบุคคลเป็นสำคัญด้วย

4. การให้ความสำคัญกับคุณภาพชีวิต สำนักงานให้ความสำคัญกับคุณภาพชีวิต รวมถึงการยกระดับคุณภาพชีวิตของพนักงานให้ดียิ่งขึ้น  เนื่องจากมีความตระหนักว่า คุณภาพชีวิตมีส่วนสำคัญต่อประสิทธิภาพของงานและเป็นแรงจูงใจในการทำงานของพนักงาน  ซึ่งความหมายของคุณภาพชีวิตนั้น หมายรวมถึง ความพึงพอใจในงาน ดุลยภาพในชีวิตงานและชีวิตส่วนตัว  สภาวะความเครียดจากการทำงาน การมีความหลากหลายในชิ้นงานเพื่อลดความจำเจ  รวมถึงสนับสนุนให้มีการมอบหมายอำนาจตัดสินใจที่เหมาะสมตามความสามารถของพนักงาน (more empowerment)

5. การสร้างสภาพการทำงานที่ดี  การจัดสภาพแวดล้อมการทำงานที่มีความปลอดภัยสะดวกสบาย  และเป็นสถานที่ที่น่าภาคภูมิใจ สำหรับการทำงาน

นโยบายการจัดองค์กร

ก.ล.ต. ควรเป็นองค์กรขนาดเล็ก  ขั้นตอนการเสนองานและระดับชั้นของการบังคับบัญชาจำกัด  เพื่อให้มีความคล่องตัว มีความยืดหยุ่นสูง และสามารถตัดสินใจได้อย่างรวดเร็ว รวมถึงสามารถปรับการบริหารจัดการและการทำงานให้เหมาะสมสอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงของสภาพแวดล้อมทางเศรษฐกิจ ธุรกิจ และสังคมได้อย่างรวดเร็ว โดย

1. มีจำนวนอัตรากำลังที่เหมาะสมกับขอบเขตความรับผิดชอบและปริมาณงาน  การพิจารณาเพิ่มอัตรากำลังควรเป็นวิธีสุดท้ายในการแก้ปัญหาการจัดการกับปริมาณงาน

2. ระดับชั้นของการกลั่นกรองงาน ควรมีไม่เกิน 3 ระดับ

3. ให้พนักงานระดับผู้บริหาร (ผู้ช่วยผู้อำนวยการขึ้นไป) มีความรับผิดชอบทั้งในงานด้านการบริหารงานและการบริหารบุคคล

4. ให้มีพนักงานในสายงานผู้เชี่ยวชาญได้ ตามความจำเป็นของงาน

นโยบายการจ้างงานและการคัดเลือกพนักงานใหม่

ก.ล.ต.  เป็นองค์กรที่มีการจ้างงานที่โปร่งใส  เป็นธรรม  และให้โอกาสผู้ที่มีความรู้ความสามารถตรงกับความต้องการของสำนักงานอย่างเท่าเทียมกัน  ดังนี้

​1. กระบวนการสรรหาเป็นกระบวนการที่โปร่งใส  และตรวจสอบได้

2. การคัดเลือกพนักงาน คำนึงถึงการมีค่านิยมร่วม ความสามารถหลัก (Core Competency)  ความสามารถเฉพาะทาง  (Functional Competency)  และความจำเป็นของงานในเวลานั้น ๆ เป็นหลัก

3. การจ้างงาน (การรับพนักงานหรือลูกจ้าง) เป็นสัญญาต่างตอบแทน ดังนั้น ความผูกพัน และเงื่อนไขข้อตกลงในเรื่องต่าง ๆ จึงจะต้องเป็นไปโดยความสมัครใจของทั้งสองฝ่าย

นโยบายการพัฒนาพนักงาน

สำนักงานจัดหลักสูตรการพัฒนาและส่งเสริมความรู้ ความสามารถ ตลอดจนทักษะที่จำเป็นต่อการปฏิบัติงาน ทั้งที่เป็นความจำเป็นในปัจจุบันและในอนาคตให้แก่พนักงานอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ นอกจากเพื่อเพิ่มระดับความสามารถในการทำงานแล้ว ยังเพื่อเพิ่มศักยภาพและความก้าวหน้าของพนักงานแต่ละคนด้วย  โดย

1. เป็นหน้าที่เบื้องต้นของพนักงานในการใฝ่หาความรู้และพัฒนาตนเองตลอดเวลา

2. สำนักงานมีหน้าที่ให้การสนับสนุนส่งเสริมการพัฒนาพนักงาน เพื่อให้สามารถปฏิบัติงานปัจจุบันได้อย่างมีประสิทธิภาพ และให้การส่งเสริมพัฒนาศักยภาพของพนักงานเพื่อเพิ่มขีดความสามารถการ ทำงานในอนาคต  ทั้งนี้ โดยเป็นไปตามแนวทางที่สำนักงานเห็นว่าเป็นประโยชน์ต่อสำนักงานเป็นสำคัญด้วย

3. สำนักงานมีการพัฒนาภาวะผู้นำและทักษะการบริหารที่จำเป็นต่อประสิทธิภาพการบริหารจัดการโดยรวมของสำนักงาน และ

4. เป็นภาระหน้าที่ของผู้บริหารที่ต้องกำหนดและพัฒนาผู้ที่มีศักยภาพเพื่อทำหน้าที่แทนตน เพื่อรองรับความต่อเนื่องทางการบริหาร

นโยบายการประเมินผล

สำนักงานจัดให้มีระบบการประเมินผลในแนวทางที่จะสะท้อนความสามารถและประสิทธิผลของงาน อย่างเป็นธรรม  โดยเป็นการประเมินผลสำเร็จของงานซึ่งเป็นไปตามวัตถุประสงค์และเป้าหมายของสำนักงาน

1. พนักงานต้องได้รับการประเมินผลจากผู้บังคับบัญชาโดยตรงอย่างน้อยปีละครั้ง

2. ในขั้นตอนการประเมินผล  ผู้บังคับบัญชาและพนักงานควรมีการสื่อสารระหว่างกัน เพื่อให้พนักงานได้รับทราบผลการปฏิบัติงานในช่วงที่ผ่านมาเปรียบเทียบกับเป้าหมายที่กำหนดร่วมกัน รวมถึงได้รับทราบข้อมูลที่เป็นประโยชน์กับการปฏิบัติงานในอนาคตและเพื่อเป็นแนวทางการพัฒนาส่วนบุคคล

3. มีระบบและวิธีการประเมินที่สามารถเข้าใจได้ชัดเจน และผลการประเมินสะท้อนผลการปฏิบัติงานของผู้ถูกประเมินอย่างแท้จริง

นโยบายการเลื่อนตำแหน่ง

1. สำนักงานจะพิจารณาผู้ที่มีความรู้ความสามารถเหมาะสมที่จะเข้าทำงานในตำแหน่งว่าง  โดยคำนึงถึงความจำเป็นในงานของสำนักงานเป็นหลัก และความก้าวหน้าในหน้าที่งานของพนักงานเป็นข้อพิจารณาต่อมา

2. การคัดเลือกพนักงาน จะพิจารณาจากบุคคลที่เหมาะสมภายในสำนักงานก่อน แต่หากเห็นว่า ไม่สามารถหาผู้ที่เหมาะสมกับงานในช่วงเวลาหรือในภาวะนั้นๆ ได้  จึงจะสรรหาจากภายนอก

3. ปัจจัยที่ใช้ในการพิจารณาความเหมาะสมของผู้ที่จะเข้ามาดำรงตำแหน่ง ประกอบด้วย   ความเห็นของผู้บังคับบัญชา ผลการปฏิบัติงานที่ผ่านมา  และความเหมาะสมกับคุณสมบัติของตำแหน่งงานนั้น ๆ

4. การเลื่อนตำแหน่งจะเป็นการพิจารณาร่วมกันของผู้บังคับบัญชาของพนักงาน หัวหน้าส่วนงาน ซึ่งมีตำแหน่งงานว่าง หรือในคณะกรรมการด้านบริหารงานบุคคล

นโยบายการบริหารเงินเดือนค่าจ้าง

1. สำนักงานมีนโยบายจ่ายค่าจ้างตามโครงสร้างเงินเดือนที่กำหนดตามค่างานของแต่ละตำแหน่งงาน  ตามความรู้ความสามารถรายบุคคลที่กำหนดไว้ในกรอบความรู้ความสามารถหลัก และ/หรือ ความรู้ความสามารถเฉพาะที่เป็นความจำเป็นและสอดคล้องกับภาระหน้าที่ของสำนักงาน

2. โครงสร้างเงินเดือน/การจ่ายค่าตอบแทนของสำนักงาน จะพิจารณาให้มีความทัดเทียมกับองค์กรที่ทำหน้าที่กำกับดูแลที่คล้ายคลังกัน หรือในระดับราคาตลาดที่มีระดับค่างานที่ใกล้เคียงกัน

นโยบายการขึ้นเงินเดือนประจำปี

นโยบายการขึ้นเงินเดือนประจำปีจะกำหนดโดยคณะกรรมการตามความเหมาะสมเป็นปี ๆไป  ซึ่งจะมีการนำอัตราขึ้นเงินเดือนเฉลี่ยของตลาดการจ้างงานมาประกอบการพิจารณา และอัตราขึ้นเงินเดือนของพนักงานแต่ละคนจะขึ้นกับปัจจัยต่าง ๆ ประกอบด้วย ระดับเงินเดือนของพนักงาน และผลการปฏิบัติงาน (ทั้งในส่วนของผลงานส่วนตนและผลงานของส่วนงาน)

นโยบายสวัสดิการ

นโยบายในการกำหนดสวัสดิการแก่พนักงาน จะคำนึงถึงข้อเท็จจริงของสภาพเศรษฐกิจ  สังคม  ภาวะตลาดแรงงาน  ตลอดจนคุณค่าและการยอมรับของสังคมของพนักงานในฐานะที่เป็นพนักงานองค์การของรัฐ ซึ่งควรจะได้รับสวัสดิการอันสามารถดำรงอยู่ในสังคมได้ตามสมควรแก่ฐานะอย่างมีเกียรติ  ศักดิ์ศรี รวมถึงมีความทัดเทียมหรือดีกว่าองค์การที่ดำเนินกิจการคล้ายคลึงกัน

นโยบายเรื่องสันทนาการ  และกิจกรรมพนักงาน

สำนักงานมีนโยบายที่จะจัดสันทนาการให้พนักงานเพื่อเป็นการส่งเสริมสัมพันธภาพระหว่างพนักงาน สนับสนุนให้มีการทำงานร่วมกันและการมีทัศนคติที่ดีในการทำงาน รวมถึงเพื่อการเสริมสร้างสุขภาพอนามัย และดุลยภาพชีวิตด้วย​

ติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม

ฝ่ายทรัพยากรบุคคล ​

โทรศัพท์ 0-2263-6441​​