ด้วยสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (สำนักงาน ก.ล.ต.”) มีความประสงค์จะรับสมัครบุคคลเพื่อเข้ารับการพิจารณาคัดเลือกบุคคลที่สมควรได้รับการเสนอชื่อเป็นเลขาธิการสำนักงาน ก.ล.ต. โดยมีรายละเอียด ดังนี้
 
1.  หน้าที่ความรับผิดชอบของเลขาธิการสำนักงาน ก.ล.ต.
เลขาธิการสำนักงาน ก.ล.ต. มีอำนาจหน้าที่และความรับผิดชอบในการบริหารจัดการกิจการและการดำเนินงานของสำนักงาน ก.ล.ต. ให้บรรลุซึ่งวัตถุประสงค์ของสำนักงาน ตลอดจนให้เป็นไปตามกฎหมาย ข้อบังคับ นโยบาย และหลักธรรมาภิบาลที่คณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์กำหนด (สามารถศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมในส่วนของรายงานประจำปีและแผนยุทธศาสตร์ของสำนักงาน ก.ล.ต. และธรรมาภิบาล ได้ที่นี่)
 
2.  คุณสมบัติทั่วไปและลักษณะต้องห้ามของผู้สมัคร
2.1  มีสัญชาติไทย
2.2  มีอายุไม่เกิน 60 ปีบริบูรณ์
2.3  เป็นผู้สามารถปฏิบัติงานเต็มเวลาให้แก่สำนักงาน ก.ล.ต.
2.4  ไม่เป็นหรือเคยเป็นบุคคลล้มละลาย
2.5  ไม่เป็นข้าราชการการเมือง หรือสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น ซึ่งได้รับเลือกตั้ง หรือเป็นสมาชิกหรือเจ้าหน้าที่ในพรรคการเมือง
2.6  ไม่เป็นข้าราชการซึ่งมีตำแหน่งหรือเงินเดือนประจำ พนักงานหรือลูกจ้างของรัฐวิสาหกิจหรือหน่วยงานของรัฐอื่นหรือของราชการส่วนท้องถิ่น
2.7  ไม่ดำรงตำแหน่งหรือหน้าที่ใดหรือมีผลประโยชน์เกี่ยวข้องในบริษัทหลักทรัพย์
 
ในกรณีที่ผู้สมัครไม่มีคุณสมบัติตาม 2.3 หรือมีลักษณะต้องห้ามตาม 2.5 ถึง 2.7 ต้องมีคำรับรองว่า หากได้รับการเสนอชื่อให้แต่งตั้งเป็นเลขาธิการสำนักงาน ก.ล.ต. จะต้องลาออกจากงานเพื่อให้มีคุณสมบัติตาม 2.3 รวมทั้งลาออกจากการเป็นบุคคลตาม 2.5 ถึง 2.7 ก่อนที่การแต่งตั้งให้เป็นเลขาธิการสำนักงาน ก.ล.ต.  จะมีผล โดยผู้สมัครต้องลงนามในคำรับรองตามแบบแสดงข้อมูลของผู้สมัครเข้ารับการคัดเลือกเป็นเลขาธิการสำนักงาน ก.ล.ต.
 
 
3.  ข้อมูลเพิ่มเติมของผู้สมัคร
ในการยื่นแบบแสดงข้อมูลของผู้สมัครเข้ารับการคัดเลือกเป็นเลขาธิการสำนักงาน ก.ล.ต.ให้ผู้สมัครแสดงรายละเอียดเกี่ยวกับข้อมูลดังต่อไปนี้ด้วย
 
3.1  การมีประสบการณ์ในการบริหารจัดการองค์กรในกรณีใดกรณีหนึ่ง ดังต่อไปนี้
(ก)  กรณีเป็นหรือเคยเป็นผู้บริหารส่วนราชการ ต้องดำรงตำแหน่งไม่ต่ำกว่าระดับรองของผู้บริหารสูงสุดของส่วนราชการระดับกรมหรือเทียบเท่ามาไม่น้อยกว่า 1 ปี โดยมีประสบการณ์ที่เกี่ยวข้องกับตลาดเงินหรือตลาดทุนเป็นระยะเวลาไม่น้อยกว่า 5 ปี  หรือ
(ข)  กรณีเป็นหรือเคยเป็นผู้บริหารรัฐวิสาหกิจ หน่วยงานของรัฐ หรือองค์กรระหว่างประเทศ ต้องดำรงตำแหน่งไม่ต่ำกว่าระดับรองของผู้บริหารสูงสุดหรือผู้บริหารระดับสูง
ที่รายงานตรงต่อผู้บริหารสูงสุดมาไม่น้อยกว่า 1 ปี โดยมีประสบการณ์ที่เกี่ยวข้องกับตลาดเงินหรือตลาดทุนเป็นระยะเวลาไม่น้อยกว่า 5 ปี
  หรือ
(ค)  กรณีเป็นหรือเคยเป็นกรรมการหรือผู้บริหารในองค์กรภาคเอกชน ต้องมีประสบการณ์ที่เกี่ยวข้องกับตลาดเงินหรือตลาดทุนเป็นระยะเวลาไม่น้อยกว่า 5 ปี และดำรงตำแหน่งกรรมการ หรือดำรงตำแหน่งไม่ต่ำกว่าระดับรองของผู้บริหารสูงสุดหรือผู้บริหารระดับสูงที่รายงานตรงต่อผู้บริหารสูงสุด มาไม่น้อยกว่า 1 ปี ของบริษัทที่ออกหลักทรัพย์จดทะเบียน หรือธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับตลาดเงินหรือตลาดทุน โดยองค์กรนั้นจะต้องมีขนาดสินทรัพย์ของตนเอง มากกว่า 1 หมื่นล้านบาท หรือมีขนาดสินทรัพย์ภายใต้การบริหารหรือเก็บรักษาทรัพย์สินของลูกค้า มากกว่า 1 แสนล้านบาท
 
(โปรดดูหมายเหตุเกี่ยวกับความหมายของคำว่า ประสบการณ์ที่เกี่ยวข้องกับตลาดเงินหรือตลาดทุน)
 
 
4.  อัตราเงินเดือน และผลประโยชน์ค่าตอบแทนอื่น
เลขาธิการสำนักงาน ก.ล.ต. ได้รับเงินเดือนและเงินอื่นใด ตามที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังกำหนด โดยการพิจารณากำหนดเงินเดือนและเงินอื่นใดของเลขาธิการ ให้คำนึงถึงข้อห้ามมิให้ประกอบอาชีพด้วย (โปรดดูหมายเหตุ)
 
5.  เอกสารประกอบการรับสมัคร
5.1  แบบแสดงข้อมูลของผู้สมัครเข้ารับการคัดเลือกเป็นเลขาธิการสำนักงาน ก.ล.ต.
5.2  สำเนาบัตรประชาชน
5.3  สำเนาทะเบียนบ้าน
5.4  รูปถ่ายหน้าตรง ไม่สวมหมวก ขนาด 2 นิ้ว จำนวน 1 รูป (รูปถ่ายไม่เกิน 6 เดือน)
5.5  สำเนาหลักฐานแสดงวุฒิการศึกษา พร้อมทั้งหนังสือรับรองที่ออกโดยสถาบันการศึกษาที่ออกวุฒิการศึกษาดังกล่าว (เฉพาะวุฒิการศึกษาระดับปริญญาตรีขึ้นไป)
5.6  หนังสือรับรองการดำรงตำแหน่งจากหน่วยงานหรือองค์กร พร้อมโครงสร้างองค์กร รวมทั้งรายงานประจำปี หรืองบการเงิน และหลักฐานที่แสดงถึงการมีประสบการณ์ในการบริหารจัดการองค์กรเพื่อประกอบการพิจารณาข้อมูลตาม 3.
5.7  เอกสารแสดงแนวคิดการบริหารจัดการสำนักงาน ก.ล.ต. และวิสัยทัศน์ด้านการกำกับและพัฒนาตลาดทุน เป็นภาษาไทย ความยาวไม่เกิน 4 หน้ากระดาษ (A4) ตัวอักษร Angsana New ขนาด 16
 
เอกสารข้างต้นให้จัดทำจำนวน 2 ชุด โดยผู้สมัครต้องลงนามรับรองเอกสารทุกหน้าและจัดเอกสารใส่ซองแยกเป็น 2 ซอง คือ ซองเอกสารหลักฐานประกอบการสมัครตาม 5.1 ถึง 5.6 และซองเอกสารแสดงแนวคิดการบริหารจัดการสำนักงาน ก.ล.ต. และวิสัยทัศน์ด้านการกำกับแลพัฒนาตลาดทุนตาม 5.7
 
6.  การรับสมัคร
6.1  ผู้สนใจสามารถพิมพ์ใบสมัครได้ที่นี่ .doc file หรือ .pdf file  และคำรับรองได้ที่นี่ .doc file หรือ .pdf file  และยื่นใบสมัครด้วยตนเองหรือมอบอำนาจให้ผู้อื่นยื่นสมัครแทนได้ ณ สำนักงาน ก.ล.ต. พร้อมเอกสารหลักฐานประกอบการสมัครตามที่กำหนดโดยปิดผนึกถึงผู้อำนวยการฝ่ายที่ปรึกษากฎหมายและคดีปกครอง
6.2  ระยะเวลารับสมัคร ตั้งแต่วันที่ 3 ถึง 21 กันยายน พ.ศ. 2561 (เว้นวันหยุดของสำนักงาน ก.ล.ต.) เวลา 8.30 -16.30 น.
6.3  สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ ฝ่ายที่ปรึกษากฎหมายและคดีปกครอง สำนักงาน ก.ล.ต. หมายเลขโทรศัพท์ 0 2033 9598
 
7.  การพิจารณาคัดเลือกและการแต่งตั้งเลขาธิการ
7.1  คณะกรรมการ ก.ล.ต. กำหนดวิธีการเปิดรับรายชื่อบุคคลเพื่อเข้ารับการคัดเลือกเป็นเลขาธิการ 2 วิธีการ ได้แก่ (1) การเปิดรับสมัครเป็นการทั่วไปตามประกาศนี้ และ (2) การเสนอชื่อโดยกรรมการ ก.ล.ต. โดยแต่ละคนมีสิทธิเสนอชื่อไม่เกินคนละ 1 รายชื่อ
7.2  เมื่อพ้นกำหนดเวลาการรับสมัคร คณะอนุกรรมการที่คณะกรรมการ ก.ล.ต. แต่งตั้ง จะทำหน้าที่สอบทานคุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามของผู้สมัครตาม 2. และพิจารณาข้อมูลเพิ่มเติมของผู้สมัครตาม 3.
7.3  คณะกรรมการ ก.ล.ต. จะพิจารณารายชื่อผู้สมัครที่คณะอนุกรรมการเสนอตาม 7.2 ประกอบข้อมูลที่ได้รับ โดยอาจพิจารณาจัดให้มีการแสดงวิสัยทัศน์ด้วยก็ได้ ซึ่งจะแจ้งให้ทราบต่อไป 

ทั้งนี้ คณะกรรมการ ก.ล.ต. จะคัดเลือกบุคคลที่สมควรได้รับการเสนอชื่อเป็นเลขาธิการสำนักงาน ก.ล.ต. จำนวน 2 คน เสนอต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังพิจารณาให้เหลือ 1 คน เพื่อเสนอต่อคณะรัฐมนตรีพิจารณาแต่งตั้งเป็นเลขาธิการสำนักงาน ก.ล.ต. ต่อไป  ทั้งนี้ ดุลพินิจในการพิจารณากลั่นกรองและเสนอชื่อผู้สมัครของคณะอนุกรรมการและคณะกรรมการ ก.ล.ต. ถือว่าเป็นที่สุด
 
คณะกรรมการ ก.ล.ต. และคณะอนุกรรมการสงวนสิทธิที่จะดำเนินการขยายระยะเวลารับสมัคร ยกเลิกการรับสมัคร ประกาศรับสมัครใหม่ และเลื่อนการแสดงวิสัยทัศน์ผู้สมัครออกไป ในกรณีที่มีเหตุผลอันสมควร โดยผู้สมัครไม่อาจเรียกร้องค่าเสียหายใด ๆ จากคณะกรรมการ ก.ล.ต. และคณะอนุกรรมการ  ทั้งนี้ หากผู้สมัครไม่มาแสดงวิสัยทัศน์ต่อคณะกรรมการ ก.ล.ต. หรือคณะอนุกรรมการ ตามวันเวลา และสถานที่ที่กำหนด ให้ถือว่าสละสิทธิการสมัคร
 
หมายเหตุ
1.  มาตรา 22/1 ประกอบมาตรา 16/2 วรรคหนึ่งแห่งพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ฉบับที่ 4) พ.ศ. 2551 กำหนดว่าภายใน 2 ปี นับแต่วันพ้นจากตำแหน่ง เลขาธิการสำนักงาน ก.ล.ต. จะประกอบธุรกิจหรือทำงานให้แก่ ผู้ประกอบการ องค์กร หรือบริษัท หรือดำรงตำแหน่งกรรมการ ผู้จัดการ บุคคลผู้มีอำนาจในการจัดการ พนักงาน ลูกจ้าง ที่ปรึกษา หรือตำแหน่งอื่นใด ในธุรกิจหลักทรัพย์ ตลาดหลักทรัพย์ ศูนย์ซื้อขายหลักทรัพย์ องค์กรที่เกี่ยวเนื่องกับธุรกิจหลักทรัพย์ ธุรกิจสัญญาซื้อขายล่วงหน้า ศูนย์ซื้อขายสัญญาซื้อขายล่วงหน้า สำนักหักบัญชีสัญญาซื้อขายล่วงหน้า สมาคมกำกับผู้ประกอบธุรกิจสัญญาซื้อขายล่วงหน้า หรือบริษัทอื่นใดซึ่งอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของคณะกรรมการ ก.ล.ต. คณะกรรมการกำกับตลาดทุนหรือสำนักงาน มิได้
 
2.  คำว่า “ประสบการณ์ที่เกี่ยวข้องกับตลาดเงินหรือตลาดทุน”  หมายความว่า   ประสบการณ์ปฏิบัติงานในตลาดเงินหรือตลาดทุน หรือดำเนินงานด้านนโยบายของส่วนราชการหรือหน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจในตลาดเงินหรือตลาดทุน
 
3.  คำว่า ตลาดเงิน”  หมายความว่า   กิจการหนึ่งกิจการใดดังต่อไปนี้
(ก)  ผู้ประกอบธุรกิจสถาบันการเงินตามกฎหมายว่าด้วยธุรกิจสถาบันการเงิน 
(ข)  ผู้ประกอบธุรกิจประกันชีวิตตามกฎหมายว่าด้วยประกันชีวิต หรือ
(ค)  ผู้ประกอบธุรกิจประกันวินาศภัยตามกฎหมายว่าด้วยประกันวินาศภัย
 
4.  คำว่า ตลาดทุน”  หมายความว่า   กิจการหนึ่งกิจการใดดังต่อไปนี้
(ก)  บริษัทที่ออกหลักทรัพย์จดทะเบียน บริษัทหลักทรัพย์หรือกองทุนรวม ตามกฎหมายว่าด้วยหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์
(ข)  ผู้ประกอบธุรกิจสัญญาซื้อขายล่วงหน้าตามกฎหมายว่าด้วยสัญญาซื้อขายล่วงหน้า
(ค)  ทรัสตีหรือบุคคลอื่นที่ได้รับมอบหมายให้จัดการกองทรัสต์ตามกฎหมายว่าด้วยทรัสต์เพื่อธุรกรรมในตลาดทุน
(ง)  ผู้สอบบัญชีตามกฎหมายว่าด้วยหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ซึ่งปฏิบัติงานเป็นผู้สอบบัญชีของกิจการตาม (ก) (ข) หรือ (ค)
(จ)  ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยและบริษัทในกลุ่ม หรือ
(ฉ)  สมาคมบริษัทหลักทรัพย์ไทย สมาคมบริษัทจัดการลงทุน สมาคมตลาดตราสารหนี้ไทย สมาคมบริษัทจดทะเบียนไทย สมาคมบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ สมาคมนักวิเคราะห์การลงทุน สมาคมส่งเสริมผู้ลงทุนไทย สมาคมส่งเสริมสถาบันกรรมการบริษัทไทย หรือสมาคมอื่นที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจตลาดทุน