Sign In
กฎเกณฑ์

กฎกระทรวง ฉบับที่ 5 (พ.ศ. 2539)
ออกตามความใน​พระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์
พ.ศ. 2535 

 

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 7 และมาตรา 90 วรรคสี่ แห่งพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535 รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังออกกฎกระทรวงไว้ ดังต่อไปนี้

ข้อ บริษัทหลักทรัพย์ใดที่ได้รับใบอนุญาตประกอบธุรกิจประเภทหนึ่งประเภทใด คือ (1) การเป็นนายหน้าซื้อขายหลักทรัพย์ (2) การจัดจำหน่ายหลักทรัพย์ (3) การค้าหลักทรัพย์ หรือ (4) การเป็นที่ปรึกษาการลงทุนแต่ยังไม่ครบทั้งสี่ประเภทอาจขอรับใบอนุญาตประกอบธุรกิจเพิ่มขึ้นให้ครบหรือเพิ่มขึ้นบางประเภทได้ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดไว้ในกฎกระทรวงนี้

ข้อ บริษัทหลักทรัพย์ที่จะขอรับใบอนุญาตตามข้อ 1 ต้อง

     2.1 ไม่เป็นสถาบันการเงินที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายอื่น

     2.2 ไม่มีผู้ถือหุ้นรายหนึ่งรายใดเป็นบริษัทหลักทรัพย์ที่ถือหุ้นตั้งแต่ร้อยละเก้าสิบเก้าขึ้นไปของทุนจดทะเบียนซึ่งชำระแล้ว ในวันที่พระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535 ใช้บังคับ

     2.3 ไม่ถือหุ้นในบริษัทหลักทรัพย์หนึ่งบริษัทหลักทรัพย์ใดตั้งแต่ร้อยละเก้าสิบเก้าขึ้นไปของทุนจดทะเบียนซึ่งชำระแล้ว ในวันที่พระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535 ใช้บังคับ

     2.4 ไม่เป็นบริษัทหลักทรัพย์ที่เกิดจากการแยกการประกอบธุรกิจเงินทุนและการประกอบธุรกิจหลักทรัพย์ออกจากกันของบริษัทหลักทรัพย์ที่มีลักษณะต้องห้ามตาม (2.3)

     2.5 ไม่มีฐานะการเงินหรือผลการดำเนินงานที่คณะกรรมการ ก.ล.ต. เห็นว่าบริษัทหลักทรัพย์นั้นประสบความเสียหายอย่างร้ายแรง โดยพิจารณาจาก

           • ผลต่างระหว่างสินทรัพย์สุทธิกับหนี้สินสุทธิเมื่อเปรียบเทียบกับทุนจดทะเบียนซึ่งชำระแล้วของบริษัทหลักทรัพย์นั้นต้องไม่ต่ำกว่าจำนวนที่กำหนดตามมาตรา 96 แห่งพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535

           • ผลกำไรสุทธิหรือขาดทุนสุทธิจากการดำเนินงานในระยะเวลาสามปีติดต่อกันย้อนหลังก่อนปีที่ยื่นคำขอ

           • การดำเนินการของบริษัทหลักทรัพย์เพื่อแก้ไขฐานะและผลการดำเนินงานตามที่คณะกรรมการก.ล.ต. เห็นชอบ (ถ้ามี)

          • กรณีอื่นใดที่มีผลกระทบต่อฐานะการเงินหรือผลการดำเนินงานของบริษัทหลักทรัพย์ในลักษณะที่จะทำให้ประสบความเสียหายอย่างร้ายแรง

     2.6 ไม่เป็นบริษัทที่ไม่เปิดทำการตามวันเวลาที่กำหนดโดยไม่ได้รับอนุญาตจากสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ตามมาตรา110แห่งพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535ในขณะที่ยื่นคำขอ

ข้อ ให้บริษัทหลักทรัพย์ที่ประสงค์จะขอรับใบอนุญาตประกอบธุรกิจหลักทรัพย์เพิ่มเติมยื่นคำขอรับใบอนุญาตประกอบธุรกิจหลักทรัพย์ตามแบบ 90-6 ท้ายกฎกระทรวงนี้ พร้อมด้วยสำเนาสองชุดต่อคณะกรรมการก.ล.ต.โดยยื่นผ่านสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์

การยื่นคำขอรับใบอนุญาตตามวรรคหนึ่ง ให้บริษัทหลักทรัพย์ยื่นพร้อมด้วยเอกสารหลักฐานดังต่อไปนี้

     (1) แผนการดำเนินงานระยะเวลาสามปีของบริษัทหลักทรัพย์ในธุรกิจหลักทรัพย์ประเภทที่จะขอรับใบอนุญาตเพิ่มเติม

     (2) งบการเงินในระยะเวลาสามปีย้อนหลังก่อนปีที่ยื่นคำขอรับใบอนุญาตประกอบธุรกิจหลักทรัพย์ (ถ้ามี)

     (3) สำเนาหรือภาพถ่ายใบอนุญาตประกอบธุรกิจหลักทรัพย์ที่มีอยู่เดิม

     (4) หนังสือรับรองการจดทะเบียนบริษัทฉบับปัจจุบัน ซึ่งออกโดยสำนักงานทะเบียนหุ้นส่วนบริษัทกระทรวงพาณิชย์

     (5) หลักฐานหรือเอกสารอื่นที่เกี่ยวข้องที่คณะกรรมการ ก.ล.ต. กำหนดโดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา

ข้อ เมื่อคณะกรรมการ ก.ล.ต.ได้รับคำขอตามข้อ 3 และพิจารณาเห็นว่าบริษัทหลักทรัพย์ที่ยื่นคำขอเป็นผู้มีคุณสมบัติตามข้อ 1 และข้อ 2 ให้คณะกรรมการ ก.ล.ต.เสนอแนะรัฐมนตรีเพื่อออกใบอนุญาตประกอบธุรกิจหลักทรัพย์ภายในเก้าสิบวันนับแต่วันที่สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ได้รับคำขอและเอกสารหลักฐานครบถ้วนและให้รัฐมนตรีพิจารณาออกใบอนุญาตประกอบธุรกิจหลักทรัพย์ภายในสามสิบวัน นับแต่วันที่ได้รับข้อเสนอแนะของคณะกรรมการ ก.ล.ต.ใบอนุญาตตามวรรคหนึ่ง ให้เป็นไปตามแบบท้ายกฎกระทรวงนี้

ข้อ 5 ให้ผู้ขอรับใบอนุญาตชำระค่าธรรมเนียมใบอนุญาตตามข้อ 6 ในวันที่ได้รับใบอนุญาต

ข้อ 6 ให้กำหนดค่าธรรมเนียมตามอัตรา ดังนี้

     (1) คำขอรับใบอนุญาตประกอบธุรกิจหลักทรัพย์ 500 บาท

     (2) ใบอนุญาตประกอบธุรกิจหลักทรัพย์ประเภทการเป็นนายหน้าซื้อขายหลักทรัพย์ 100,000,000 บาท

     (3) ใบอนุญาตประกอบธุรกิจหลักทรัพย์ประเภทการจัดจำหน่ายหลักทรัพย์ 100,000,000 บาท

     (4) ใบอนุญาตประกอบธุรกิจหลักทรัพย์ประเภทการค้าหลักทรัพย์ 50,000,000 บาท

     (5) ใบอนุญาตประกอบธุรกิจหลักทรัพย์ประเภทการเป็นที่ปรึกษาการลงทุน 50,000,000 บาท

 

 

ให้ไว้ ณ วันที่ 18 มกราคม พ.ศ. 2539

 

(นายสุรเกียรติ์ เสถียรไทย)

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง

ติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม

ฝ่ายกฎหมายและพัฒนา
โทรศัพท์ 0-2033-9525