Sign In
ข่าว ก.ล.ต.

ก.ล.ต. ปรับปรุงหลักเกณฑ์การอนุมัติจัดตั้งกองทุนรวมแบบเร่งด่วน (fast track) ให้สอดคล้องกับสถานการณ์ในปัจจุบัน



วันอังคารที่ 19 ธันวาคม 2566 | ฉบับที่ 251 / 2566


สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ออกประกาศรองรับการอนุมัติจัดตั้งกองทุนรวมแบบเร่งด่วนเพิ่มเติม เพื่อให้บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนรวม (บลจ.) สามารถเสนอขายกองทุนรวมได้สอดคล้องกับสภาวะตลาดในปัจจุบันและเป็นประโยชน์กับผู้ลงทุนมากยิ่งขึ้น โดยมีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2567

ตามที่คณะกรรมการกำกับตลาดทุน (ก.ต.ท) ในการประชุมครั้งที่ 3/2566 เมื่อวันที่ 21 มีนาคม 2566 มีมติเห็นชอบให้ปรับปรุงหลักเกณฑ์การอนุมัติจัดตั้งกองทุนรวมแบบเร่งด่วน และ ก.ล.ต. ได้เปิดรับฟังความคิดเห็นหลักการและร่างประกาศในช่วงเดือนสิงหาคม - กันยายน 2566 โดยส่วนใหญ่เห็นด้วยกับหลักการและร่างประกาศดังกล่าว และมีข้อสังเกตเพิ่มเติมในประเด็นที่อาจกระทบต่อความคล่องตัวและต้นทุนในการเสนอขายกองทุนรวมบางประเภท ก.ล.ต. จึงเสนอปรับปรุงหลักการและร่างประกาศเพิ่มเติม ซึ่งได้รับมติเห็นชอบจากคณะกรรมการตลาดทุน ในการประชุมครั้งที่ 10/2566 เมื่อวันที่ 31 ตุลาคม 2566 แล้วนั้น

ก.ล.ต. จึงออกประกาศปรับปรุงหลักเกณฑ์อนุมัติจัดตั้งกองทุนรวมแบบเร่งด่วน เพื่อให้การเสนอขายกองทุนรวมสอดคล้องกับสภาวะตลาดในปัจจุบัน และเป็นประโยชน์กับผู้ลงทุนมากยิ่งขึ้น โดยมีสาระสำคัญดังนี้

(1) เพิ่มประเภทกองทุนรวมที่สามารถยื่นคำขอจัดตั้งแบบเร่งด่วนได้ โดยให้ครอบคลุมถึงกองทุนฟีดเดอร์ (กองทุนรวมที่นำเงินไปลงทุนในกองทุนรวมอื่นเพียงกองทุนเดียว) และกองทุนรวมที่มีลักษณะคล้ายกับกองทุนรวมที่ได้รับการอนุมัติแบบปกติจาก ก.ล.ต.*

(2) นำกองทุนรวมตราสารหนี้และกองทุนรวมผสมกลับมายื่นคำขออนุมัติจัดตั้งแบบปกติ ทั้งนี้
ไม่รวมถึงกองทุนรวมตราสารหนี้ที่มีลักษณะเป็นกองทุน
buy & hold** เพื่อให้ ก.ล.ต. ได้พิจารณาการเปิดเผยข้อมูลของกองทุนรวมได้อย่างเหมาะสม อันจะเป็นการช่วยให้การคุ้มครองผู้ลงทุนมีประสิทธิภาพมากขึ้น

(3) เพิ่มมาตรการที่เกี่ยวข้องเพื่อให้มั่นใจว่า กองทุนรวมดังกล่าวมีคุณภาพที่เพียงพอ ได้แก่ การเพิ่มคุณสมบัติของ บลจ. ที่สามารถยื่นคำขอ การปรับปรุงระยะเวลาในการอนุมัติคำขอ เพื่อให้ ก.ล.ต. มีระยะเวลาในการคัดกรอง (screening) และการระงับสิทธิในการยื่นคำขอแบบเร่งด่วน กรณีพบข้อบกพร่องสำคัญจากการตรวจสอบ

นอกจากนี้ ยังได้ปรับปรุงหลักเกณฑ์เกี่ยวกับการเปิดเผยข้อมูลประเภทและความเสี่ยงของกองทุนรวมแต่ละประเภทให้ครบถ้วนและชัดเจนยิ่งขึ้น

สำหรับประกาศ*** ดังกล่าวมีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2567 เป็นต้นไป

_____________________

หมายเหตุ :

* การยื่นคำขออนุมัติจัดตั้งกองทุนรวมสามารถทำได้ 2 แบบ คือ                   

 (1) การยื่นคำขอแบบปกติ ซึ่ง ก.ล.ต. จะดำเนินการพิจารณาคำขอให้แล้วเสร็จภายใน 90 วัน

 (2) การยื่นคำขอแบบ fast track โดยต้องเป็นกองทุนรวมที่มีเงื่อนไขตามที่ประกาศกำหนด

** กองทุน buy & hold คือกองทุนรวมที่มุ่งเน้นลงทุนเพียงครั้งเดียวโดยถือทรัพย์สินที่ลงทุนไว้จนครบกำหนดอายุของทรัพย์สิน หรือครบอายุของรอบการลงทุนของกองทุนรวม หรือครบอายุของกองทุนรวม

*** ประกาศที่เกี่ยวข้องจำนวน 3 ฉบับ ดังนี้

(1) ประกาศคณะกรรมการกำกับตลาดทุน ที่ ทน. 44/2566 เรื่อง การจัดตั้งกองทุนรวมเพื่อผู้ลงทุนทั่วไปและเพื่อผู้ลงทุนที่มิใช่รายย่อย และการเข้าทำสัญญารับจัดการกองทุนส่วนบุคคล (ฉบับที่ 13) และภาคผนวกกองทุนรวมฟีดเดอร์ที่สามารถยื่นคำขออนุมัติจัดตั้งกองทุนรวมโดยมีการพิจารณาคำขออนุมัติแบบเร่งด่วน

(2) ประกาศสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ที่ สน. 30/2566 เรื่อง หนังสือชี้ชวนเสนอขายหน่วยลงทุนของกองทุนรวมเพื่อผู้ลงทุนทั่วไป กองทุนรวมเพื่อผู้ลงทุนที่มิใช่รายย่อย และกองทุนรวมเพื่อผู้ลงทุนประเภทสถาบัน (ฉบับที่ 5) และภาคผนวก 2 รายการและข้อมูลในหนังสือชี้ชวน

(3) ประกาศสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ที่ สม. 31/2566 เรื่อง การกำหนดค่าธรรมเนียมการยื่นแบบแสดงรายการข้อมูล การจดทะเบียน และการยื่นคำขอต่าง ๆ (ฉบับที่ 68)

 

 






ข่าวในหมวดเดียวกัน

ก.ล.ต. ใช้มาตรการลงโทษทางแพ่งกับผู้กระทำความผิด 1 ราย กรณีขายหุ้น BIG โดยเป็นบุคคลซึ่งรู้หรือครอบครองข้อมูลภายใน
คณะกรรมการ ก.ล.ต. มีมติให้ บริษัท อีอาร์เอ็กซ์ จำกัด (ERX) แก้ไขการดำรงเงินกองทุน ภายใน 12 กุมภาพันธ์ 2569 ตามที่ ERX เสนอ
ก.ล.ต. บูรณาการหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้มตรวจสอบการให้บริการเหรียญ WLD คุ้มครองผู้ลงทุน–ประชาชน
ก.ล.ต. แจ้งให้ SAM เร่งนำส่งงบการเงินงวดไตรมาส 3 ปี 2568 ฉบับแก้ไข
ก.ล.ต. ใช้มาตรการลงโทษทางแพ่งกับผู้กระทำความผิด 1 ราย กรณีสร้างราคาหรือปริมาณการซื้อขายหุ้น TSR