Sign In
ข่าว ก.ล.ต.

ก.ล.ต. ใช้มาตรการลงโทษทางแพ่งกับผู้กระทำความผิด 1 ราย กรณีซื้อหุ้น SVI โดยอาศัยข้อมูลภายใน



วันจันทร์ที่ 26 พฤษภาคม 2568 | ฉบับที่ 127 / 2568


ก.ล.ต. เปิดเผยการดำเนินคดีด้วยมาตรการลงโทษทางแพ่งกับนายพงษ์ศักดิ์ โล่ห์ทองคำ ผู้กระทำความผิดกรณีซื้อหุ้นบริษัท เอสวีไอ จำกัด (มหาชน) (SVI) โดยเป็นบุคคลซึ่งรู้หรือครอบครองข้อมูลภายใน และให้ชำระเงินตามมาตรการลงโทษทางแพ่งรวม 123,337,594 บาท พร้อมทั้งกำหนดระยะเวลาห้ามเป็นกรรมการหรือผู้บริหาร

สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ได้รับข้อมูลจากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ในปี 2565 และตรวจสอบเพิ่มเติมพบข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานที่ทำให้เชื่อได้ว่า นายพงษ์ศักดิ์ ซึ่งในขณะเกิดเหตุเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่เกินกว่าร้อยละ 50 และดำรงตำแหน่งเป็นที่ปรึกษาของ SVI ทำหน้าที่กำหนดกลยุทธ์ทางธุรกิจและได้เข้าร่วมประชุมที่สำคัญของ SVI เป็นบุคคลซึ่งรู้หรือครอบครองข้อมูลภายในเกี่ยวกับผลการดำเนินงานในไตรมาสที่ 3 ปี 2564 ของ SVI ที่มีกำไรสุทธิ 520.52 ล้านบาท ซึ่งเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้าของปีเดียวกัน และงวดเดียวกันของปี 2563 อันเป็นข้อมูลที่ส่งผลกระทบด้านบวกต่อราคาหุ้น SVI โดยนายพงษ์ศักดิ์ได้ซื้อหุ้น SVI ก่อนที่ SVI จะเปิดเผยข้อมูลภายในดังกล่าวต่อตลาดหลักทรัพย์ฯ ในวันที่ 10 พฤศจิกายน 2564 เวลา 19.09 น. ทำให้นายพงษ์ศักดิ์ได้รับผลประโยชน์จากมูลค่าหุ้น SVI ที่มีราคาเพิ่มขึ้นภายหลังจากที่ SVI ได้เปิดเผยข้อมูลดังกล่าวต่อตลาดหลักทรัพย์ฯ 

การกระทำของนายพงษ์ศักดิ์เป็นความผิดฐานซื้อหลักทรัพย์โดยเป็นบุคคลซึ่งรู้หรือครอบครองข้อมูลภายในตามมาตรา 242(1) ประกอบมาตรา 243(1) มาตรา 243(2) และมาตรา 243(3) ซึ่งมีบทกำหนดโทษตามมาตรา 296 มาตรา 296/2 และมาตรการลงโทษทางแพ่งตามมาตรา 317/4 และมาตรา 317/5 แห่งพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535

คณะกรรมการพิจารณามาตรการลงโทษทางแพ่ง (ค.ม.พ.) มีมติให้นำมาตรการลงโทษทางแพ่งมาใช้บังคับ* กับนายพงษ์ศักดิ์ โดยให้นายพงษ์ศักดิ์ชำระค่าปรับทางแพ่ง ชดใช้เงินในจำนวนเท่ากับผลประโยชน์ที่ได้รับ และชดใช้ค่าใช้จ่ายของ ก.ล.ต. เนื่องจากการตรวจสอบการกระทำความผิด เป็นเงินรวมทั้งสิ้น 123,337,594 บาท  และห้ามเป็นกรรมการหรือผู้บริหารในบริษัทที่ออกหลักทรัพย์หรือบริษัทหลักทรัพย์ เป็นเวลา 29 เดือน

มาตรการลงโทษทางแพ่งที่ ค.ม.พ. กำหนด จะมีผลนับตั้งแต่วันที่ผู้กระทำความผิดลงนามในบันทึกการยินยอมปฏิบัติตามมาตรการลงโทษทางแพ่งที่ ค.ม.พ. กำหนด หากผู้กระทำความผิดไม่ยินยอม ก.ล.ต. จะมีหนังสือขอให้พนักงานอัยการดำเนินการฟ้องคดีต่อศาลแพ่งเพื่อกำหนดมาตรการลงโทษทางแพ่งในอัตราที่อัตราสูงสุดที่กฎหมายบัญญัติโดยไม่ต่ำกว่าอัตราที่ ค.ม.พ. กำหนด

ทั้งนี้ เงินค่าปรับทางแพ่งและเงินค่าชดใช้คืนผลประโยชน์ที่ได้รับหรือพึงได้รับจากการกระทำความผิดเป็นรายได้แผ่นดินที่นำส่งกระทรวงการคลัง


หมายเหตุ : * มาตรา 317/1 แห่งพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ฉบับที่ 5) พ.ศ. 2559 ให้การกระทำความผิดอาญาตามบทบัญญัติกฎหมายดังกล่าวดำเนินมาตรการลงโทษทางแพ่งกับผู้กระทำความผิดได้

อ่านรายละเอียด “การดำเนินมาตรการลงโทษทางแพ่ง (Civil Sanctions)” ได้ที่ https://www.sec.or.th/TH/Pages/LawandRegulations/CivilPenalty.aspx






ข่าวในหมวดเดียวกัน

ก.ล.ต. ขอให้พนักงานอัยการฟ้องผู้กระทำความผิด 1 ราย ต่อศาลแพ่ง กรณีสร้างราคาหรือปริมาณการซื้อขายหุ้น RPC
ก.ล.ต. กล่าวโทษ Bitazza Global และ Bitazza และผู้บริหาร กรณีประกอบธุรกิจศูนย์ซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลโดยไม่ได้รับอนุญาต รวมทั้งแจ้งเตือนการปิดกั้นแพลตฟอร์ม Bitazza Global ตั้งแต่วันที่ 22 มีนาคม 2569
ก.ล.ต. ใช้มาตรการลงโทษทางแพ่งกับผู้กระทำความผิด 1 ราย กรณีขายหุ้น BIG โดยเป็นบุคคลซึ่งรู้หรือครอบครองข้อมูลภายใน
คณะกรรมการ ก.ล.ต. มีมติให้ บริษัท อีอาร์เอ็กซ์ จำกัด (ERX) แก้ไขการดำรงเงินกองทุน ภายใน 12 กุมภาพันธ์ 2569 ตามที่ ERX เสนอ
ก.ล.ต. บูรณาการหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้มตรวจสอบการให้บริการเหรียญ WLD คุ้มครองผู้ลงทุน–ประชาชน