ก.ล.ต.
ได้เปิดรับฟังความคิดเห็นต่อหลักการเกี่ยวกับโครงการทดสอบ (sandbox) การนำสินทรัพย์ดิจิทัลมาเปลี่ยนเป็นเงินบาท
เพื่อชำระค่าสินค้าและบริการในประเทศสำหรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ (TouristDigiPay)
โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมการนำนวัตกรรมและสินทรัพย์ดิจิทัลมาใช้สนับสนุนการเติบโตทางเศรษฐกิจ
และอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของประเทศ ตลอดจนออกหลักเกณฑ์รองรับโครงการดังกล่าว และประกาศลงในราชกิจจานุเบกษาโดยมีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่
24
กันยายน 2568 เป็นต้นไป
หลักเกณฑ์ที่กำหนดสำหรับผู้ประกอบธุรกิจที่เข้าร่วมโครงการ
TouristDigiPay
มีดังนี้
(1) ผู้เข้าร่วมโครงการต้องเป็นผู้ประกอบธุรกิจศูนย์ซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัล
นายหน้าซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัล และผู้ค้าสินทรัพย์ดิจิทัล
รวมทั้งมีความพร้อมในการดำเนินการตามรูปแบบ ขอบเขต และหลักเกณฑ์ของโครงการ TouristDigiPay และมีการเชื่อมต่อกับผู้ประกอบธุรกิจ
e-money เพื่อให้สามารถนำเงินบาทที่นักท่องเที่ยวต่างชาติได้รับจากการซื้อขายแลกเปลี่ยนสินทรัพย์ดิจิทัล ไปซื้อสินค้าหรือบริการผ่านการสแกน Thai
QR code ทั่วประเทศ โดยผู้เข้าร่วมโครงการจะต้องได้รับความเห็นชอบจาก ก.ล.ต. ก่อนให้บริการ
(2) ผู้ประกอบธุรกิจที่เข้าร่วมโครงการ สามารถให้บริการได้เฉพาะนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางมายังประเทศไทยและพำนักอยู่ในประเทศไทยชั่วคราว
โดยต้องทำความรู้จักตัวตนของผู้ใช้บริการ (KYC/CDD) ตามเกณฑ์ของสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน
และให้บริการซื้อขายแลกเปลี่ยนสินทรัพย์ดิจิทัลตามประเภทใบอนุญาตที่ได้รับ
(3) ผู้เข้าร่วมต้องดำเนินการตามหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้อง เช่น
การรวบรวมและประเมินข้อมูลผู้ใช้บริการการตรวจสอบแหล่งที่มาของสินทรัพย์ดิจิทัลที่นำมาแลกเปลี่ยนเป็นเงินบาท
การรายงานข้อมูลต่อ ก.ล.ต. และมีแผนรองรับการยุติการให้บริการ ตลอดจนแผนประเมินประสิทธิภาพการให้บริการ
ทั้งนี้ โครงการ TouristDigiPay เปิดให้ผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลที่สนใจสามารถยื่นคำขอเข้าร่วมโครงการได้ตั้งแต่วันที่ 25 กันยายน 2568 – วันที่ 26 ธันวาคม 2568
โดยสามารถดูรายละเอียดการขอรับความเห็นชอบได้ที่ https://www.sec.or.th/TH/Pages/Shortcut/Touristdigipay.aspx หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม ได้ที่ 0-2263-6477 หรืออีเมล dassec@sec.or.th
นายเอนก อยู่ยืน รองเลขาธิการ และโฆษก
ก.ล.ต. กล่าวถึง TouristDigiPay ว่า
“เป็นโครงการทดสอบ (Sandbox) ซึ่งเกิดจากความร่วมมือของหลายหน่วยงานกำกับที่เกี่ยวข้อง
โดย ก.ล.ต.
สนับสนุนการพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมเพื่อช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน
และเชื่อว่า โครงการนี้จะช่วยเพิ่มความสะดวกในการใช้จ่ายผ่านการสแกน Thai
QR Code ซึ่งจะส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัลของประเทศ
ตลอดจนกระจายรายได้สู่ชุมชนและท้องถิ่น
ขณะเดียวกันก็สามารถบริหารจัดการความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม”
หมายเหตุ :
ประกาศที่เกี่ยวข้อง ประกาศคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ที่
กธ. 20 /2568 เรื่อง หลักเกณฑ์การเข้าร่วมโครงการทดสอบการซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลเพื่อนำเงินบาทมาชำระค่าสินค้าและบริการของผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล