Sign In
ข่าว ก.ล.ต.

ก.ล.ต. ปรับปรุงแนวการพิจารณา “ผู้ถือหุ้นรายใหญ่” ของผู้ประกอบธุรกิจหลักทรัพย์และผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล ให้ครอบคลุมถึงผู้มีอำนาจที่แท้จริง



วันพฤหัสบดีที่ 5 มีนาคม 2569 | ฉบับที่ 52 / 2569


สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ปรับปรุงแนวทางการพิจารณาบุคคลที่เป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของผู้ประกอบธุรกิจหลักทรัพย์และผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล (ผู้ประกอบธุรกิจฯ) ที่ต้องขอรับความเห็นชอบ เพื่อให้สะท้อนถึงผู้มีอำนาจควบคุมที่แท้จริงของผู้ประกอบธุรกิจฯ ซึ่งจะส่งผลต่อความน่าเชื่อถือและความเชื่อมั่นของตลาดทุนโดยรวม มีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 4 มีนาคม 2569 พร้อมกำหนดให้ผู้ประกอบธุรกิจฯ ทบทวนสถานะผู้ถือหุ้นรายใหญ่ และขอรับความเห็นชอบบุคคลที่เข้าข่ายเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ตามเกณฑ์ใหม่ ภายใน 180 วัน

ตามที่ ก.ล.ต. ได้มีการทบทวนนิยามผู้ถือหุ้นรายใหญ่ที่ผู้ประกอบธุรกิจฯ ต้องขอรับความเห็นชอบ เพื่อให้การขอรับความเห็นชอบครอบคลุมถึงผู้ที่มีอำนาจควบคุมที่แท้จริง และทำให้มั่นใจได้ว่าบุคคลดังกล่าวมีคุณสมบัติที่เหมาะสมและไม่มีลักษณะต้องห้าม ซึ่งจะทำให้ผู้ประกอบธุรกิจฯ ดำรงไว้ซึ่งผู้้ถือหุ้นรายใหญ่ที่มีความน่าเชื่อถือและเหมาะสมแก่การประกอบธุรกิจ รวมถึงทำให้เกิดความโปร่งใสและไม่ก่อให้เกิดความเสี่ยงต่อผู้ลงทุน ประชาชน ตลาดทุนและตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลโดยรวม โดยได้เปิดรับฟังความคิดเห็นจากผู้เกี่ยวข้องไปเมื่อเดือนมกราคม 2569 แล้วนั้น

ก.ล.ต. จึงออกหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้อง* และประกาศลงในราชกิจจานุเบกษา โดยประกาศของ ก.ล.ต. มีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 4 มีนาคม  2569 ซึ่งมีหลักการที่สำคัญ ดังนี้
(1) ปรับปรุงนิยาม “ผู้ถือหุ้นรายใหญ่” ให้รวมถึงผู้มีอำนาจควบคุม 
(2) เพิ่มเติมวิธีการพิจารณาสัดส่วนการถือหุ้นทางอ้อมแบบเฉลี่ยตามสัดส่วน (pro-rata method) 
(3) กำหนดให้การถือหุ้นและลักษณะที่เข้าข่ายการมีอำนาจควบคุมให้รวมถึง 
- คู่สมรส รวมทั้งผู้ซึ่งอยู่กินกันฉันคู่สมรส 
- บุตรที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ และ 
- บุคคลซึ่งมีพฤติกรรมที่แสดงว่ามีเจตนาร่วมกันในการใช้สิทธิออกเสียงไปในทางเดียวกัน หรือให้บุคคลอื่นใช้สิทธิออกเสียงของตน และมีความสัมพันธ์หรือมีพฤติกรรมร่วมกับบุคคลอื่นในลักษณะที่ ก.ล.ต. กำหนด (acting in concert) 

พร้อมกันนี้ ได้กำหนดบทเฉพาะกาล ให้ผู้ประกอบธุรกิจฯ ทบทวนสถานะผู้ถือหุ้นรายใหญ่ และขอรับความเห็นชอบบุคคลที่เข้าข่ายเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ตามหลักเกณฑ์ใหม่ ซึ่งยังไม่เคยได้รับความเห็นชอบตามหลักเกณฑ์เดิม ภายใน 180 วัน นับแต่วันที่ประกาศนี้มีผลใช้บังคับ




หมายเหตุ : 
* ประกาศที่เกี่ยวข้องจำนวน 4 ฉบับ ดังนี้ 
1. ประกาศกระทรวงการคลัง เรื่อง การกำหนดเงื่อนไขให้บริษัทหลักทรัพย์ต้องขอรับความเห็นชอบบุคคลที่เป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ (ฉบับที่ 5) พ.ศ. 2569 ลงวันที่ 6 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569 มีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2569

2. ประกาศกระทรวงการคลัง เรื่อง การกำหนดเงื่อนไขให้ผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลต้องขอรับความเห็นชอบบุคคลที่เป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ (ฉบับที่ 5) พ.ศ. 2569 ลงวันที่ 6 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569 มีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2569

3. ประกาศสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ที่ สธ. 2/2569 เรื่อง การพิจารณาบุคคลที่เป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของผู้ประกอบธุรกิจ ลงวันที่ 26 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569 มีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 4 มีนาคม 2569

4. ประกาศสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ที่ สธ/น. 3/2569 เรื่อง กำหนดปัจจัยในการพิจารณาความร้ายแรงของพฤติกรรมอันเป็นลักษณะต้องห้ามสำหรับบุคคลที่เป็นหรือจะเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของบริษัทหลักทรัพย์ (ฉบับที่ 2) ลงวันที่ 26 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569 มีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 4 มีนาคม 2569






ข่าวในหมวดเดียวกัน

ก.ล.ต. ปรับปรุงหลักเกณฑ์ให้ Thai ESG ลงทุนใน “หุ้นของบริษัทที่เข้าโครงการ JUMP+” ได้ เริ่ม 1 มี.ค. นี้
ก.ล.ต. เดินหน้ายกระดับ “ตลาดอนุพันธ์ไทย” รองรับสินค้าและตัวแปรอ้างอิงรูปแบบใหม่
ก.ล.ต. ยกระดับหลักเกณฑ์การประกอบธุรกิจหลักทรัพย์และสัญญาซื้อขายล่วงหน้าด้วยความรับผิดชอบ เพิ่มประสิทธิภาพในการกำกับดูแล
ก.ล.ต. ออกหลักเกณฑ์ให้ผู้ประกอบธุรกิจ “จัดทำและส่งรายงานสถานะพอร์ตการลงทุน” แก่ลูกค้า เพื่อเสริมศักยภาพการวางแผนทางการเงินระยะยาว
ก.ล.ต. เตรียมเปิดให้กองทุนรวม Thai ESG ลงทุนหุ้นบริษัทจดทะเบียนที่เข้าร่วม JUMP+ และมีคะแนน CGR ตั้งแต่ 90 คะแนน ขึ้นไปได้