สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์
(ก.ล.ต.) ตรวจสอบพบว่า Bitazza ผู้ได้รับอนุญาตให้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล ประเภทนายหน้าซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัล ได้ให้บริการกับบุคคคทั่วไป
ในการแลกเปลี่ยนสินทรัพย์ดิจิทัลกับ
Bitazza
เอง อันเป็นทางค้าปกติโดยมีการเก็บค่าธรรมเนียม
(เรียกว่า การให้บริการ Crypto
Dust) นอกจากนี้ ยังพบอีกว่า
Bitazza
ได้ร่วมกับ FreedomVerse ให้บริการผลิตภัณฑ์ Freedom
Card คือ การรับซื้อสินทรัพย์ดิจิทัล
เพื่อแลกเปลี่ยนเป็นเงินสดและถูกนำไปเติมลง Freedom Card โดยมีการเก็บค่าธรรมเนียม
รวมทั้งมีการเชิญชวนบุคคลเข้ามาใช้บริการผ่านบัญชี Facebook ของ
Bitazza ซึ่งแสดงเจตนาให้บริการแก่ลูกค้าเป็นการทั่วไป โดยทั้งสองกรณี
ไม่ปรากฏข้อมูลว่ามีการส่งคำสั่งซื้อขายไปที่ศูนย์ซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลอื่นใด
และเป็นการกระทำนอกศูนย์ซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัล
การให้บริการทั้งสองกรณีดังกล่าว เข้าข่ายเป็นการประกอบธุรกิจผู้ค้าสินทรัพย์ดิจิทัล
ตามมาตรา 3 แห่ง พ.ร.ก.
สินทรัพย์ดิจิทัลฯ ซึ่ง Bitazza และ FreedomVerse ดำเนินการโดยไม่ได้รับใบอนุญาต จึงเป็นการปฏิบัติฝ่าฝืนมาตรา
26 อันเป็นความผิดและมีระวางโทษตามมาตรา 66 แห่ง พ.ร.ก. สินทรัพย์ดิจิทัลฯ ประกอบมาตรา
83 แห่งประมวลกฎหมายอาญา แล้วแต่กรณี
ทั้งนี้ นายกวิน อดีตประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ
Bitazza และนายธนวัต ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ
Bitazza
เป็นบุคคลที่รับผิดชอบในการดำเนินการของ Bitazza
ในช่วงเกิดเหตุ รวมทั้งนายกวิน และนายวี เกียรติ เควิ่น เฮง เป็นกรรมการผู้มีอำนาจลงนามของ
FreedomVerse
และเป็นผู้ลงนามในสัญญาระหว่าง
Bitazza และ FreedomVerse จึงเป็นบุคคลที่รับผิดชอบในการดำเนินการของ
FreedomVerse ในช่วงเกิดเหตุ ดังนั้น บุคคลทั้ง
3 รายดังกล่าว จึงต้องรับผิดเช่นเดียวกับ
Bitazza และ FreedomVerse
ตามมาตรา 94 แห่ง พ.ร.ก.
สินทรัพย์ดิจิทัลฯ แล้วแต่กรณี
ก.ล.ต. จึงกล่าวโทษ Bitazza FreedomVerse นายกวิน นายธนวัต
และนายวี เกียรติ เควิ่น เฮง ต่อ
บก.ปอศ. เพื่อพิจารณาดำเนินการตามกฎหมายต่อไป
อนึ่ง การกล่าวโทษของ ก.ล.ต.
เป็นเพียงจุดเริ่มต้นของกระบวนการบังคับใช้กฎหมายทางอาญาเท่านั้น
ภายใต้กระบวนการนี้
การพิจารณาวินิจฉัยว่าบุคคลใดเป็นผู้กระทำผิดกฎหมายเป็นขั้นตอนในอำนาจการสอบสวนของพนักงานสอบสวน
การสั่งฟ้องคดีของพนักงานอัยการ ตลอดจนดุลพินิจของศาลยุติธรรม ตามลำดับ ทั้งนี้
ก.ล.ต. จะติดตามความคืบหน้าในการดำเนินคดีต่อไป
และจะร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างเต็มที่
เพื่อสนับสนุนการบังคับใช้กฎหมายตาม พ.ร.ก.
สินทรัพย์ดิจิทัลฯ ในกระบวนการภายหลัง ก.ล.ต. ได้กล่าวโทษแล้ว
พร้อมกันนี้ ก.ล.ต.
ขอเตือนประชาชนและผู้ลงทุนให้ระมัดระวังการใช้บริการกับผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลที่ไม่ได้รับอนุญาต
เนื่องจากจะไม่ได้รับความคุ้มครองตามกฎหมาย และยังมีความเสี่ยงที่จะถูกหลอกลวง (scam) รวมถึงความเสี่ยงด้านการฟอกเงิน
โดยสามารถตรวจสอบรายชื่อผู้ประกอบธุรกิจที่ได้รับใบอนุญาตได้ที่ www.sec.or.th
และแอปพลิเคชัน SEC Check First และสามารถตรวจสอบรายชื่อบุคคลที่มิใช่ผู้ประกอบธุรกิจภายใต้การกำกับดูแลของ
ก.ล.ต. ได้ที่ investor alert ลิงก์ https://market.sec.or.th/public/idisc/th/InvestorAlert
ทั้งนี้
หากมีเบาะแสเกี่ยวกับการดำเนินการที่น่าสงสัย โปรดแจ้งที่
“ศูนย์รับเรื่องร้องเรียนและแจ้งเบาะแส” โทร. 1207 หรือผ่านช่องทาง Facebook page “สำนักงาน กลต.” หรือ Sec Live Chat ที่เว็บไซต์ ก.ล.ต.
เพื่อการตรวจสอบในเชิงลึกต่อไป