Sign In
ข่าว ก.ล.ต.

ก.ล.ต. และ กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง เชื่อมโยงข้อมูลการกระทำความผิดเชิงรุก เพื่อบังคับใช้กฎหมายให้ครอบคลุมและเป็นรูปธรรม



วันพฤหัสบดีที่ 16 เมษายน 2569 | ฉบับที่ 79 / 2569


สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) และ กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง มุ่งประสานการทำงานเพื่อเชื่อมโยงข้อมูลการกระทำความผิดอย่างใกล้ชิดและต่อเนื่อง เพื่อสกัดกั้นและยับยั้งช่องทางของทุนเทาในทุกมิติ

ตามที่การป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีเป็นวาระแห่งชาติ และทุกหน่วยงานมุ่งปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีและการฟอกเงินเพื่อสร้างความเชื่อมั่นแก่ประชาชน โดยบูรณาการกระบวนการสืบสวนสอบสวนของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อขยายผลไปยังทรัพย์สินที่ได้มาจากการกระทำความผิด 

การประสานความร่วมมือหลายหน่วยงานในการเชื่อมโยงข้อมูลและติดตามเส้นทางการเงิน เป็นปัจจัยสำคัญในการสกัดกั้นและยับยั้งการโยกย้ายทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องกับการกระทำความผิด เนื่องจากอาจเกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดที่เข้าข่ายเป็นความผิดมูลฐานในหลายกฎหมาย ก.ล.ต. และกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง จึงมีการแลกเปลี่ยนข้อมูลและทำงานร่วมกัน นำไปสู่การดำเนินการกับทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิดที่สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ได้ดำเนินการยึดและอายัดทรัพย์สิน รวมมูลค่ากว่า 2 หมื่นล้านบาท ซึ่งได้มีการแถลงความคืบหน้าของคดีเมื่อวันที่ 9 เมษายน 2569 โดย ก.ล.ต. และกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง มีความมุ่งมั่นที่จะสนับสนุนการทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิดและต่อเนื่อง เพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ในการสกัดกั้นทุนเทาและอาชญากรรมทางเทคโนโลยี อันเป็นการปกป้องและดูแลประชาชน

พลตำรวจโท ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (ผบช.ก.) กล่าวว่า “กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลางมุ่งเน้นการสืบสวนสอบสวนคดีอาชญากรรมทางเศรษฐกิจและการเงินที่มีความซับซ้อน โดยเฉพาะคดีที่มีการนำทรัพย์สินที่ได้จากการกระทำความผิดเข้าสู่ตลาดทุนและสินทรัพย์ดิจิทัล จึงได้มีการแลกเปลี่ยนข้อมูลกับ ก.ล.ต. อย่างใกล้ชิด ซึ่งเป็นกลไกสำคัญที่ช่วยให้การสืบสวนขยายผลเป็นไปอย่างรวดเร็วและครอบคลุม จนนำไปสู่การประสานงานกับหน่วยงานอื่น เช่น ปปง. ซึ่งสามารถยึดและอายัดทรัพย์สินรวมมูลค่ากว่า 2 หมื่นล้านบาทในช่วงที่ผ่านมา กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลางพร้อมขับเคลื่อนความร่วมมือในลักษณะนี้กับทุกหน่วยงานอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้การบังคับใช้กฎหมายมีเอกภาพและเกิดผลเป็นรูปธรรม”

นางพรอนงค์ บุษราตระกูล เลขาธิการ ก.ล.ต. กล่าวว่า “ก.ล.ต. มีการเชื่อมโยงข้อมูลกับกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง เพื่อให้การตรวจสอบและบังคับใช้กฎหมายเป็นไปอย่างมีเอกภาพและเกิดผลเป็นรูปธรรมอย่างต่อเนื่อง เพราะข้อมูลในส่วนของ ก.ล.ต. สามารถนำไปใช้ดำเนินการภายใต้ความผิดหลายกฎหมาย ขณะเดียวกันข้อมูลหรือการกระทำความผิดในกฎหมายอื่น ๆ เช่น ความผิดมูลฐานตามกฎหมายฟอกเงิน ก็สามารถนำไปสู่การบังคับใช้กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับหลักเกณฑ์การกำกับดูแลของ ก.ล.ต. ได้เช่นกัน ทั้งในส่วนของผู้ประกอบธุรกิจในตลาดทุน ตลาดสินทรัพย์ดิจิทัล และบริษัทจดทะเบียน ทั้งนี้ ก.ล.ต. พร้อมดำเนินการในทุกมิติเพื่อบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัด และบูรณาการกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ซึ่งเป็นหนึ่งใน 5 มาตรการสกัดกั้นทุนเทาของ ก.ล.ต. เพื่อให้มั่นใจว่า สามารถสกัดกั้นและยับยั้งช่องทางของทุนเทาหรืออาชญากรรมทางการเงิน รวมถึงสร้างความเชื่อมั่นและความโปร่งใสให้ตลาดทุนไทยในระยะยาว”









ข่าวในหมวดเดียวกัน

ก.ล.ต. ผนึกกำลัง ป.ป.ช. ยกระดับความร่วมมือป้องกันการทุจริตและสนับสนุนการบังคับใช้กฎหมายเพื่อป้องกันการให้สินบนแก่เจ้าหน้าที่รัฐ
ก.ล.ต. เตรียมออกมาตรการยกระดับมาตรฐานการทำความรู้จักและการตรวจสอบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับลูกค้าของผู้ประกอบธุรกิจในตลาดทุน มุ่งสกัดอาชญากรรมทางการเงิน
ก.ล.ต. เสนอเพิ่ม “ผู้ให้แหล่งเงินทุน” เป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ที่ผู้ประกอบธุรกิจหลักทรัพย์และผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลต้องขอรับความเห็นชอบ ยกระดับการสกัดกั้นทุนเทาให้เข้มข้นขึ้น
ก.ล.ต. กล่าวโทษ Exmix และผู้บริหาร กรณีประกอบธุรกิจผู้ค้าสินทรัพย์ดิจิทัลโดยไม่ได้รับอนุญาต พร้อมแจ้งเตือนการปิดกั้นแพลตฟอร์มตั้งแต่วันที่ 2 พฤษภาคม 2569
ก.ล.ต. เดินเกมรุกยกระดับ 5 มาตรการสกัดทุนเทา ปราบปัญหาบัญชีม้าและหลอกลงทุน ย้ำเป็นวาระแห่งชาติ