Sign In
ข่าว ก.ล.ต.

ก.ล.ต. ปปง. ธปท. และ CIB ร่วมกันยกระดับแนวทางการปฏิบัติงาน เพื่อป้องกันอาชญากรรมทางเทคโนโลยีและการฟอกเงิน



วันจันทร์ที่ 25 พฤษภาคม 2569 | ฉบับที่ 109 / 2569


สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) และศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ACSC) ภายใต้กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) เดินหน้าบูรณาการความร่วมมือในการปฏิบัติงานร่วมกัน เชื่อมโยงข้อมูลทางการเงินและพฤติกรรมการทำธุรกรรมต้องสงสัย เพื่อยกระดับการตรวจสอบธุรกรรมทางการเงินต้องสงสัยและสกัดกั้นอาชญากรรมทางเทคโนโลยี

นางพรอนงค์ บุษราตระกูล เลขาธิการ ก.ล.ต. นายเทพสุ บวรโชติดารา เลขาธิการ ปปง. นางสาวดารณี แซ่จู ผู้ช่วยผู้ว่าการ ธปท. ได้รับมอบหมายโดยนายวิทัย รัตนากร ผู้ว่าการ ธปท. และพันตำรวจเอก วิญญู แจ่มใส ผู้กำกับการ กองกำกับการ 5 กองบังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (บก.ปปป.) รักษาราชการแทน ผู้กำกับการ กองกำกับการ 3 กองบังคับการป้องกันปราบปรามการกระความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ (บก.ปอศ.) ได้รับมอบหมายโดยพลตำรวจตรี ชนันนัทธ์ สารถวัลย์แพศย์ ผู้บังคับการ กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บก.ปอท.) ร่วมหารือเพื่อความร่วมมือ (Joint Operation) 

โดยบูรณาการกระบวนการทำงานระหว่างหน่วยงานให้คล่องตัวและบรรลุเป้าหมายในการเชื่อมโยงข้อมูลพฤติกรรมการทำธุรกรรมต้องสงสัย ซึ่งเป็นส่วนสำคัญในการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี และสร้างความน่าเชื่อถืออย่างเป็นรูปธรรมในการกำกับดูแลการบูรณาการข้อมูลเพื่อสนับสนุนการดำเนินการตามกฎหมาย ณ สำนักงาน ก.ล.ต. เมื่อวันที่ 25 พฤษภาคม 2569 

นางพรอนงค์ บุษราตระกูล เลขาธิการ ก.ล.ต. กล่าวว่า “ก.ล.ต. ตระหนักถึงความสำคัญในการร่วมมือกันเพื่อเชื่อมโยงข้อมูลทางการเงินและการตรวจสอบธุรกรรมทางการเงินต้องสงสัย จึงได้ผนึกกำลังกับ ธปท. ปปง. และ CIB อย่างต่อเนื่อง เพื่อยกระดับการกำกับดูแลผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลที่เกี่ยวข้องในฐานะตัวกลาง และป้องกันการนำสินทรัพย์ดิจิทัลมาใช้เป็นช่องทางในการกระทำอาชญากรรมทางเทคโนโลยีและการฟอกเงิน อันเป็นส่วนหนึ่งของการบูรณาการเพื่อให้เกิดการเชื่อมโยงข้อมูล (Connecting the dots) และบังคับใช้กฎหมายของหน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้องทั้งระบบ โดยเชื่อมั่นว่าการประสานงานร่วมกันกับทั้ง 4 หน่วยงานในครั้งนี้ จะเป็นหมุดหมายสำคัญในการทำงานร่วมกันระหว่างหน่วยงานภาครัฐ อีกทั้งเป็นการพัฒนาและเพิ่มประสิทธิภาพในมาตรฐานการตรวจสอบ ป้องกัน และสกัดกั้นภัยคุกคามทางเศรษฐกิจของประเทศ”

นายเทพสุ บวรโชติดารา เลขาธิการ ปปง. กล่าวว่า “สำนักงาน ปปง. ให้ความสำคัญอย่างยิ่งกับการบูรณาการความร่วมมือระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อยกระดับประสิทธิภาพในการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินและอาชญากรรมทางเทคโนโลยี โดยเฉพาะการเชื่อมโยงและวิเคราะห์ข้อมูลธุรกรรมที่มีเหตุอันควรสงสัย ซึ่งจะช่วยให้สามารถระบุพฤติการณ์ที่มีความเสี่ยงและติดตามเส้นทางการเงินได้อย่างทันท่วงที การดำเนินงานร่วมกันในลักษณะ Joint Operation ของทั้ง 4 หน่วยงานในครั้งนี้ จะเป็นกลไกสำคัญในการเสริมสร้างความเข้มแข็งของระบบข่าวกรองทางการเงิน และสนับสนุนการดำเนินการตามกฎหมายให้มีประสิทธิผลมากยิ่งขึ้น ทั้งในด้านการสืบสวนสอบสวน การยึดและอายัดทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องกับการกระทำความผิด ตลอดจนการสกัดกั้นและยับยั้งเครือข่ายการฟอกเงินและอาชญากรรมทางเทคโนโลยีได้อย่างเป็นรูปธรรม”

นางสาวดารณี แซ่จู ผู้ช่วยผู้ว่าการ สายยุทธศาสตร์และโครงการพิเศษ ธปท. กล่าวว่า “ธปท. ให้ความสำคัญอย่างยิ่งต่อการรักษาความน่าเชื่อถือและความโปร่งใสของระบบการเงินไทย ไม่ให้ถูกใช้เป็นช่องทางหรือแหล่งฟอกเงินของอาชญากรรมทางการเงินทุกรูปแบบ โดยมุ่งยกระดับมาตรฐานการดำเนินงานของสถาบันการเงินไทยในการป้องกันความเสี่ยงจากอาชญากรรมทางเทคโนโลยีและการฟอกเงินให้สอดคล้องกับบริบทความเสี่ยงในปัจจุบันที่มีความซับซ้อนมากขึ้น เพื่อเสริมสร้างเสถียรภาพ ความเชื่อมั่น และความน่าเชื่อถือของระบบการเงินไทยในระยะยาว รวมทั้งคุ้มครองประชาชนจากภัยทางการเงินและมิจฉาชีพออนไลน์ การผนึกกำลังระหว่าง 4 หน่วยงานในครั้งนี้ นับเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญของการยกระดับความร่วมมือในการเชื่อมโยงข้อมูลและการทำงานร่วมกันอย่างต่อเนื่อง เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีและการฟอกเงิน ตลอดจนเสริมสร้างความน่าเชื่อถือและความโปร่งใสของระบบการเงินไทยให้เข้มแข็งยิ่งขึ้น”

พันตำรวจเอก วิญญู แจ่มใส ผู้กำกับการ 3 บก. ปอศ. กล่าวว่า “ศูนย์ ACSC ให้ความสำคัญกับการบูรณาการความร่วมมือระหว่างหน่วยงานในการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี โดยเฉพาะการแลกเปลี่ยนและเชื่อมโยงข้อมูลธุรกรรมทางการเงิน รวมถึงข้อมูลพฤติกรรมต้องสงสัย ซึ่งจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการสืบสวน ติดตามเส้นทางการเงิน และขยายผลเครือข่ายอาชญากรรมได้อย่างรวดเร็วและเป็นรูปธรรม ทั้งนี้ภายใต้นโยบายของ พลตำรวจเอก ธนา ชูวงศ์ รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ และผู้อำนวยการศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมออนไลน์ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศปอส.ตร.) และพลตำรวจโท จิรภพ ภูริเดช ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ และรองผู้อำนวยการ ศปอส.ตร. ซึ่งให้ความสำคัญกับการยกระดับการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี รวมถึงการแก้ไขปัญหาขบวนการคอลเซ็นเตอร์และภัยออนไลน์ในทุกมิติ บก.ปอท. พร้อมสนับสนุนและบูรณาการการทำงานร่วมกับทุกภาคส่วนอย่างเต็มที่การดำเนินการดังกล่าวยังสอดคล้องกับแนวทางการทำงานของศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ACSC) ที่มุ่งยกระดับการป้องกันและปราบปรามขบวนการคอลเซ็นเตอร์ การหลอกลวงออนไลน์ และอาชญากรรมไซเบอร์ทุกรูปแบบ ผ่านการบูรณาการข้อมูล การบังคับใช้กฎหมาย และความร่วมมือระหว่างหน่วยงานทั้งภายในและภายนอกประเทศ เพื่อสร้างความปลอดภัยและความเชื่อมั่นให้แก่ประชาชน”

ทั้งนี้ ก.ล.ต. ให้ความสำคัญกับการจัดการกระทำความผิดกฎหมาย การฟอกเงิน ผ่านระบบการเงินและสินทรัพย์ดิจิทัลและการเชื่อมโยงข้อมูลทางการเงินที่มีธุรกรรมทางการเงินต้องสงสัย เพื่อป้องกันอาชญากรรมทางเทคโนโลยี โดย ก.ล.ต. พร้อมดำเนินการทุกมิติเพื่อบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัด และบูรณาการกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ซึ่งเป็นหนึ่งใน 5 มาตรการสกัดกั้นทุนเทาของ ก.ล.ต. เพื่อให้มั่นใจว่า สามารถสกัดกั้นและยับยั้งช่องทางของทุนเทาหรืออาชญากรรมทางการเงิน รวมถึงเสริมสร้างความเชื่อมั่นให้ตลาดทุนไทยในระยะยาว และคุ้มครองทรัพย์สินของประชาชนจากภัยของอาชญากรรมทางเศรษฐกิจทุกประเภท