Sign In
ข่าว ก.ล.ต.

คณะกรรมการ ก.ล.ต. เห็นชอบหลักการยกระดับการกำกับดูแลการทำธุรกรรม stablecoin ผ่านผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล



วันพฤหัสบดีที่ 3 กันยายน 2569 | ฉบับที่ 183 / 2569


คณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (คณะกรรมการ ก.ล.ต.) มีมติเห็นชอบหลักการการกำกับดูแลการทำธุรกรรม stablecoin ผ่านผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล เพื่อป้องกันและลดความเสี่ยงในการนำ stablecoin เป็นช่องทางในการฟอกเงิน ก่ออาชญากรรมทางเทคโนโลยี และเลี่ยงการโอนเงินระหว่างประเทศผ่านผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล รวมถึงเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการตรวจสอบและกำกับดูแลของ ก.ล.ต.
โดยจะเปิดรับฟังความคิดเห็นต่อหลักการที่เกี่ยวข้อง ภายในเดือนกันยายน
2569 นี้

สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ได้ติดตามและวิเคราะห์ข้อมูลการทำธุรกรรมเกี่ยวกับ stablecoin ของผู้ลงทุนผ่านผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลภายใต้การกำกับดูแลของ ก.ล.ต. อย่างต่อเนื่อง พบว่า ปริมาณและมูลค่าการทำธุรกรรม stablecoin โดยเฉพาะเหรียญ USDT มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ และมีพฤติกรรมในบางลักษณะที่อาจก่อให้เกิดความเสี่ยงด้านการฟอกเงิน อาชญากรรมทางเทคโนโลยี และการเลี่ยงการโอนเงินระหว่างประเทศ ซึ่งที่ผ่านมา ก.ล.ต. ให้ความสำคัญและติดตามประเด็นนี้อย่างใกล้ชิด รวมทั้งได้บูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ ธนาคารแห่งประเทศไทย สมาคมการค้าผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลไทย และผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล ร่วมหาแนวทางและมาตรการเพิ่มเติมในการยกระดับการกำกับดูแลธุรกรรมเกี่ยวกับ stablecoin ผ่านผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลอย่างเป็นรูปธรรม เพื่อลดความเสี่ยงจากการใช้สินทรัพย์ดิจิทัลเป็นช่องทางในการทำธุรกรรมที่ไม่พึงประสงค์

คณะกรรมการ ก.ล.ต. ในการประชุมเมื่อเดือนกันยายน 2569 ได้มีมติเห็นชอบหลักการกำกับดูแลการทำธุรกรรม stablecoin ผ่านผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลและการเพิ่มประสิทธิภาพการกำกับดูแลของ ก.ล.ต. เพื่อป้องกันและลดความเสี่ยงในการนำ stablecoin เป็นช่องทางในการฟอกเงินและก่ออาชญากรรมทางเทคโนโลยี รวมทั้งเลี่ยงการโอนเงินระหว่างประเทศผ่านผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล โดยมีสาระสำคัญ ดังนี้

(1) กำหนดหลักเกณฑ์กำกับดูแลการโอน stablecoin ผ่านผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล
              
- บัญชีหรือกระเป๋าสินทรัพย์ดิจิทัล (wallet) ต้นทางที่โอน stablecoin เข้าบัญชีลูกค้าของผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล และบัญชีหรือ wallet ปลายทางที่รับโอน stablecoin จากบัญชีลูกค้าของผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล ต้องเป็นบัญชีหรือ wallet ที่ผ่านการยืนยันตัวตนแล้วว่าเป็นของลูกค้าที่ทำธุรกรรมการโอนดังกล่าว (ห้ามโอน stablecoin เข้าจากบัญชีผู้อื่น และออกไปยังบัญชีผู้อื่น)

       ทั้งนี้ บัญชีหรือ wallet ต้นทางของลูกค้า และบัญชีหรือ wallet ปลายทางของลูกค้า ต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์ travel rules รวมถึงการจัดประเภทลูกค้า การคัดกรองข้อมูล (โดยต้องไม่เป็นบัญชีม้า หรือบุคคลหรือ wallet ที่มีความเสี่ยงต่อการทำธุรกรรมผิดกฎหมาย) และการใช้เครื่องมือติดตามเส้นทางการเคลื่อนย้ายสินทรัพย์ดิจิทัลและตรวจสอบความเชื่อมโยงกับ wallet ที่มีความเสี่ยงหรืออยู่ในบัญชีเฝ้าระวัง เป็นต้น

                - มูลค่าการโอน stablecoin เข้า หรือโอน stablecoin ออกจากบัญชีลูกค้าของผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล ต้องมีความสอดคล้องกับแหล่งที่มารายได้และฐานะการเงินของลูกค้า โดยมูลค่าการโอนเข้า ไม่เกิน 5 ล้านบาทต่อวันต่อคนต่อผู้ประกอบธุรกิจแต่ละราย และมูลค่าการโอนออก ไม่เกิน 5 ล้านบาทต่อวันต่อคนต่อผู้ประกอบธุรกิจแต่ละราย  ทั้งนี้ กรณีที่เป็นการโอนระหว่างบัญชีลูกค้าผ่านผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลไทยด้วยกัน ไม่มีข้อจำกัดมูลค่าการโอน 5 ล้านบาทต่อวันต่อผู้ประกอบธุรกิจแต่ละราย (ผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลไทยต้นทางและปลายทางต้องมีการใช้ travel rule ทั้งคู่)

(2) ปรับปรุงหลักเกณฑ์ศูนย์ซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัล (DA Exchange) เกี่ยวกับการกำกับดูแลผู้ดูแลสภาพคล่อง (Market Maker: MM) ให้เทียบเคียงกับฝั่งหลักทรัพย์โดยสอดคล้องกับบริบทของสินทรัพย์ดิจิทัล เพื่อเพิ่มความชัดเจนและความโปร่งใสในการกำกับดูแลของ MM ใน DA Exchange

(3) กำหนดหลักเกณฑ์กำกับดูแลผู้ให้บริการสภาพคล่อง (Liquidity Provider: LP) แก่นายหน้าซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัล (DA Broker) ให้มีมาตรฐานการกำกับดูแลที่เหมาะสมตามความเสี่ยงและสอดคล้องกับแนวทาง
การกำกับดูแลศูนย์ซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลปลายทาง
(source exchange) ที่ DA Broker นำมาให้บริการแก่ลูกค้า ทั้งนี้ LP และ source exchange ที่ DA Broker เชื่อมต่อดังกล่าว ต้องอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของหน่วยงานกำกับดูแล (เช่น ด้านการกำกับดูแลการฟอกเงิน/การประกอบธุรกิจ เป็นต้น) ด้วย

(4) กำหนดแนวทางกำกับดูแลการทำธุรกรรมนอกแพลตฟอร์มผ่านผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล เพื่อเพิ่มความโปร่งใส และเป็นไปตามวัตถุประสงค์ในการให้บริการช่องทางนอก platform (เช่น กรณี big lot เป็นต้น)

นางพรอนงค์ บุษราตระกูล เลขาธิการ ก.ล.ต. กล่าวว่า ก.ล.ต. ให้ความสำคัญกับการกำกับดูแลตลาดทุนและตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลให้เท่าทันการพัฒนาการและความเสี่ยงที่เกี่ยวข้อง โดยการยกระดับแนวทางกำกับดูแลธุรกรรม stablecoin ในครั้งนี้ มุ่งป้องกันและลดความเสี่ยงจากการนำ stablecoin ไปใช้ในทางที่ไม่เหมาะสม ควบคู่กับการคุ้มครองผู้ลงทุนและสนับสนุนการพัฒนาตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลของไทยให้มีความน่าเชื่อถือ โปร่งใส และเติบโตได้อย่างยั่งยืน ทั้งนี้ ก.ล.ต. จะเปิดรับฟังความคิดเห็นจากผู้เกี่ยวข้องภายในเดือนกันยายน 2569 เพื่อนำไปประกอบการพิจารณาปรับปรุงหลักเกณฑ์ต่อไป”

ก.ล.ต. พร้อมเดินหน้าประสานความร่วมมือกับทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องอย่างใกล้ชิด เพื่อยกระดับการป้องกันและยับยั้งการฟอกเงินในตลาดทุนและตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลของไทยอย่างเป็นระบบ อันจะช่วยเสริมสร้างความเชื่อมั่นของผู้ลงทุน การป้องกันการใช้สินทรัพย์ดิจิทัลในทางที่ไม่เหมาะสม และสนับสนุนการพัฒนาตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลให้เติบโตอย่างยั่งยืนภายใต้การกำกับดูแลที่เหมาะสมและมีประสิทธิภาพ








ข่าวในหมวดเดียวกัน

ก.ล.ต. เปิดรับฟังความเห็นปรับหลักเกณฑ์กอง TFF เพิ่มความคล่องตัวในการบริหารจัดการ
ก.ล.ต. ออกหลักเกณฑ์ Travel Rule สำหรับสินทรัพย์ดิจิทัล ยกระดับป้องกันการฟอกเงินและอาชญากรรมทางเทคโนโลยี สอดคล้องมาตรฐานสากล
ก.ล.ต. เปิดรับฟังความเห็นการปรับข้อมูลกองทุนให้ทันสมัย และเพิ่ม “สลาก ธอส.” เป็นทรัพย์สินที่มีลักษณะใกล้เคียงเงินฝากที่ผู้ประกอบธุรกิจนำมาคำนวณเป็นเงินกองทุนได้
ก.ล.ต. กล่าวโทษผู้ให้บริการแอปพลิเคชัน Holdstation และ UNO พร้อมผู้สนับสนุน กรณีประกอบธุรกิจนายหน้าซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลโดยไม่ได้รับอนุญาต และแจ้งปิดกั้นการเข้าถึงข้อมูล ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2569
ก.ล.ต. เดินหน้าผลักดันให้ บล. นำประเด็น ESG มาบูรณาการในการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน และประยุกต์ใช้คู่มือของตลาดหลักทรัพย์ฯ