สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์
(ก.ล.ต.) ได้รับข้อมูลจากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และตรวจสอบเพิ่มเติมพบว่า ช่วงเดือนพฤษภาคม - สิงหาคม 2564 ผู้กระทำความผิด 8
รายที่มีความสัมพันธ์กันทั้งทางการเงินและความสัมพันธ์ส่วนบุคคล ได้แก่ (1) นายขจรเกียรติ อึ้งอร่าม (2) นางสาวรภัทภร ตรงวงศา (3) นายไกรวิทย์ ตั้งสง่า (4) นางสาววริยา เข็มทองประดิษฐ์ (5) นายธนพล เข็มทองประดิษฐ์ (6) นายสิทธาปวีร์ ชวรางกูร (7) นายนฤสรณ์ วีรชาติวัฒนา และ (8)
นางสาวกรรณิการ์ จารุพันธ์ ได้ร่วมกันสร้างราคาหลักทรัพย์ โดยมีพฤติการณ์ร่วมกันส่งคำสั่งซื้อขายในลักษณะสอดรับและสนับสนุนซึ่งกันและกันอย่างต่อเนื่อง
เป็นผลให้ราคาและปริมาณการซื้อขายหลักทรัพย์ SIMAT-W3
และหุ้น TNDT ปรับตัวสูงขึ้นผิดไปจากสภาพปกติของตลาด
และผู้ลงทุนทั่วไปเข้าใจผิดว่าในขณะนั้นมีความต้องการซื้อขายหลักทรัพย์ดังกล่าวในปริมาณมากและเข้าซื้อขายตาม
สำหรับพฤติการณ์ที่ร่วมกัน
ได้แก่ มีการจับคู่ซื้อขายกันเองโดยผลักดันให้ราคาปรับตัวสูงขึ้น
ส่งคำสั่งเสนอซื้อในลักษณะที่เป็นการขัดขวางการส่งคำสั่งเสนอซื้อของบุคคลอื่น
เพื่อให้นักลงทุนรายอื่นต้องส่งคำสั่งเสนอซื้อในราคาที่สูงขึ้น หรือครองคำสั่งเสนอซื้อหรือคำสั่งเสนอขายเพื่อกันไม่ให้ราคาหลักทรัพย์ปรับตัวลง
ส่งคำสั่งในลักษณะแตกย่อยคำสั่งซื้อขายด้วยหุ้นปริมาณน้อยหลักพันถึงหลักหมื่นหุ้น
เพื่อสร้างสภาพให้นักลงทุนอื่นเห็นว่า มีความต้องการซื้อขายในปริมาณมากและเข้ามาซื้อขายหลักทรัพย์ที่สร้างราคาตาม
และส่งคำสั่งเสนอซื้อหรือเสนอขายในช่วงเวลาใกล้เคียงกันโดยมีจำนวนและราคาใกล้เคียงกัน
รวมถึงส่งคำสั่งเสนอซื้อในช่วงก่อนปิดตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ
การกระทำดังกล่าว
เป็นการร่วมกันสร้างราคาหรือปริมาณการซื้อขายหลักทรัพย์ SIMAT-W3 และหุ้น TNDT โดยร่วมกันส่งคำสั่งซื้อหรือขายหลักทรัพย์
หรือซื้อหรือขายหลักทรัพย์
อันเป็นการส่งคำสั่งซื้อขายหุ้นในลักษณะที่ทำให้บุคคลทั่วไปเข้าใจผิดเกี่ยวกับราคาหรือปริมาณการซื้อขายหลักทรัพย์
และส่งคำสั่งซื้อขายในลักษณะต่อเนื่องกัน โดยมุ่งหมายให้ราคาหรือปริมาณการซื้อขายหลักทรัพย์ผิดไปจากสภาพปกติของตลาด
(แล้วแต่กรณี) การกระทำดังกล่าวข้างต้นแบ่งได้เป็น 4 ช่วงเกิดเหตุ
โดยมีรายละเอียดดังนี้
ช่วงเกิดเหตุที่
1 กรณีสร้างราคาหลักทรัพย์ SIMAT-W3
ระหว่างวันที่ 31 พฤษภาคม 2564 - 7 มิถุนายน 2564
มีผู้กระทำความผิด รวม 7 ราย ได้แก่ (1) นายขจรเกียรติ (2) นางสาวรภัทภร (3)
นางสาววริยา (4) นายธนพล (5) นายสิทธาปวีร์ (6) นายนฤสรณ์ และ (7) นางสาวกรรณิการ์
ช่วงเกิดเหตุที่
2 กรณีสร้างราคาหลักทรัพย์ SIMAT-W3
ระหว่างวันที่ 15 มิถุนายน 2564 - 28 มิถุนายน 2564
มีผู้กระทำความผิดรวม 8 ราย ได้แก่ (1) นายขจรเกียรติ (2) นางสาวรภัทภร (3)
นายไกรวิทย์ (4) นางสาววริยา (5) นายธนพล (6) นายสิทธาปวีร์ (7) นายนฤสรณ์ และ (8) นางสาวกรรณิการ์
ช่วงเกิดเหตุที่
3 กรณีสร้างราคาหุ้น TNDT ระหว่างวันที่
2 มิถุนายน 2564 - 10 มิถุนายน 2564 มีผู้กระทำความผิดรวม 8 ราย ได้แก่ (1) นายขจรเกียรติ (2)
นางสาวรภัทภร (3) นายไกรวิทย์ (4) นางสาววริยา (5) นายธนพล (6) นายสิทธาปวีร์ (7) นายนฤสรณ์ และ (8) นางสาวกรรณิการ์
ช่วงเกิดเหตุที่
4 กรณีสร้างราคาหุ้น TNDT ระหว่างวันที่
23 มิถุนายน 2564 - 9 สิงหาคม 2564 มีผู้กระทำความผิดรวม 8 ราย ได้แก่ (1) นายขจรเกียรติ (2) นางสาวรภัทภร (3) นายไกรวิทย์ (4) นางสาววริยา
(5) นายธนพล (6) นายสิทธาปวีร์ (7) นายนฤสรณ์ และ (8) นางสาวกรรณิการ์
การกระทำของบุคคลดังกล่าวข้างต้นเป็นความผิดฐานสร้างราคาหลักทรัพย์
SIMAT-W3 และหุ้น TNDT ตามมาตรา 244/3(1)(2) ประกอบมาตรา 244/5
แห่งพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535
(พระราชบัญญัติหลักทรัพย์ฯ) ประกอบมาตรา 83 แห่งประมวลกฎหมายอาญา
ซึ่งต้องระวางโทษตามมาตรา 296 มาตรา 296/1 และมาตรา 296/2
แห่งพระราชบัญญัติหลักทรัพย์ฯ
คณะกรรมการพิจารณามาตรการลงโทษทางแพ่ง
(ค.ม.พ.) มีมติให้นำมาตรการลงโทษทางแพ่งมาใช้บังคับ* กับผู้กระทำความผิดทั้ง 8 ราย
โดยกำหนดมาตรการลงโทษทางแพ่ง ได้แก่ ค่าปรับทางแพ่ง
ชดใช้เงินในจำนวนเท่ากับผลประโยชน์ที่ได้รับหรือพึงได้รับ ชดใช้ค่าใช้จ่ายของ
ก.ล.ต. เนื่องจากการตรวจสอบการกระทำความผิด
และห้ามซื้อขายหลักทรัพย์หรือสัญญาซื้อขายล่วงหน้า และห้ามเป็นกรรมการหรือผู้บริหารในบริษัทที่ออกหลักทรัพย์หรือบริษัทหลักทรัพย์
ดังนี้
(1)
ให้นายขจรเกียรติ ชำระค่าปรับทางแพ่ง
ชดใช้เงินในจำนวนเท่ากับผลประโยชน์ที่ได้รับหรือพึงได้รับ และชดใช้ค่าใช้จ่ายของ
ก.ล.ต. เนื่องจากการตรวจสอบการกระทำความผิด (แล้วแต่กรณี) เป็นเงินรวมทั้งสิ้น 3,999,535.18 บาท และห้ามซื้อขายหลักทรัพย์หรือสัญญาซื้อขายล่วงหน้า เป็นเวลา 56 เดือน
และห้ามเป็นกรรมการหรือผู้บริหารในบริษัทที่ออกหลักทรัพย์หรือบริษัทหลักทรัพย์
เป็นเวลา 112 เดือน
(2)
ให้นางสาวรภัทภร ชำระค่าปรับทางแพ่ง
ชดใช้เงินในจำนวนเท่ากับผลประโยชน์ที่ได้รับหรือพึงได้รับ และชดใช้ค่าใช้จ่ายของ
ก.ล.ต. เนื่องจากการตรวจสอบการกระทำความผิด (แล้วแต่กรณี) เป็นเงินรวมทั้งสิ้น 14,243,708.18 บาท
และห้ามซื้อขายหลักทรัพย์หรือสัญญาซื้อขายล่วงหน้า เป็นเวลา 56 เดือน
และห้ามเป็นกรรมการหรือผู้บริหารในบริษัทที่ออกหลักทรัพย์หรือบริษัทหลักทรัพย์
เป็นเวลา 112 เดือน
(3)
ให้นายไกรวิทย์ ชำระค่าปรับทางแพ่ง
ชดใช้เงินในจำนวนเท่ากับผลประโยชน์ที่ได้รับหรือพึงได้รับ และชดใช้ค่าใช้จ่ายของ
ก.ล.ต. เนื่องจากการตรวจสอบการกระทำความผิด (แล้วแต่กรณี) เป็นเงินรวมทั้งสิ้น 10,276,246.47 บาท
และห้ามซื้อขายหลักทรัพย์หรือสัญญาซื้อขายล่วงหน้า เป็นเวลา 42 เดือน
และห้ามเป็นกรรมการหรือผู้บริหารในบริษัทที่ออกหลักทรัพย์หรือบริษัทหลักทรัพย์
เป็นเวลา 84 เดือน
(4)
ให้นางสาววริยา ชำระค่าปรับทางแพ่ง
ชดใช้เงินในจำนวนเท่ากับผลประโยชน์ที่ได้รับหรือพึงได้รับ และชดใช้ค่าใช้จ่ายของ
ก.ล.ต. เนื่องจากการตรวจสอบการกระทำความผิด (แล้วแต่กรณี) เป็นเงินรวมทั้งสิ้น 2,210,295.18 บาท
และห้ามซื้อขายหลักทรัพย์หรือสัญญาซื้อขายล่วงหน้า เป็นเวลา 84 เดือน
และห้ามเป็นกรรมการหรือผู้บริหารในบริษัทที่ออกหลักทรัพย์หรือบริษัทหลักทรัพย์
เป็นเวลา 168 เดือน
(5)
ให้นายธนพล ชำระค่าปรับทางแพ่ง
ชดใช้เงินในจำนวนเท่ากับผลประโยชน์ที่ได้รับหรือพึงได้รับ และชดใช้ค่าใช้จ่ายของ
ก.ล.ต. เนื่องจากการตรวจสอบการกระทำความผิด (แล้วแต่กรณี) เป็นเงินรวมทั้งสิ้น 2,117,678.18 บาท
และห้ามซื้อขายหลักทรัพย์หรือสัญญาซื้อขายล่วงหน้า เป็นเวลา 56 เดือน
และห้ามเป็นกรรมการหรือผู้บริหารในบริษัทที่ออกหลักทรัพย์หรือบริษัทหลักทรัพย์
เป็นเวลา 112 เดือน
(6)
ให้นายสิทธาปวีร์ ชำระค่าปรับทางแพ่ง
ชดใช้เงินในจำนวนเท่ากับผลประโยชน์ที่ได้รับหรือพึงได้รับ และชดใช้ค่าใช้จ่ายของ
ก.ล.ต. เนื่องจากการตรวจสอบการกระทำความผิด (แล้วแต่กรณี) เป็นเงินรวมทั้งสิ้น 2,184,773.18 บาท
และห้ามซื้อขายหลักทรัพย์หรือสัญญาซื้อขายล่วงหน้า เป็นเวลา 56 เดือน
และห้ามเป็นกรรมการหรือผู้บริหารในบริษัทที่ออกหลักทรัพย์หรือบริษัทหลักทรัพย์
เป็นเวลา 112 เดือน
(7)
ให้นายนฤสรณ์ ชำระค่าปรับทางแพ่ง
ชดใช้เงินในจำนวนเท่ากับผลประโยชน์ที่ได้รับหรือพึงได้รับและชดใช้ค่าใช้จ่ายของ
ก.ล.ต. เนื่องจากการตรวจสอบการกระทำความผิด (แล้วแต่กรณี) เป็นเงินรวมทั้งสิ้น 2,168,699.18 บาท
และห้ามซื้อขายหลักทรัพย์หรือสัญญาซื้อขายล่วงหน้า เป็นเวลา 56 เดือน
และห้ามเป็นกรรมการหรือผู้บริหารในบริษัทที่ออกหลักทรัพย์หรือบริษัทหลักทรัพย์
เป็นเวลา 112 เดือน
(8)
ให้นางสาวกรรณิการ์ ชำระค่าปรับทางแพ่ง
ชดใช้เงินในจำนวนเท่ากับผลประโยชน์ที่ได้รับหรือพึงได้รับ และชดใช้ค่าใช้จ่ายของ
ก.ล.ต. เนื่องจากการตรวจสอบการกระทำความผิด (แล้วแต่กรณี) เป็นเงินรวมทั้งสิ้น 2,139,997.18 บาท
และห้ามซื้อขายหลักทรัพย์หรือสัญญาซื้อขายล่วงหน้า เป็นเวลา 56 เดือน
และห้ามเป็นกรรมการหรือผู้บริหารในบริษัทที่ออกหลักทรัพย์หรือบริษัทหลักทรัพย์
เป็นเวลา 112 เดือน
มาตรการลงโทษทางแพ่งที่
ค.ม.พ. กำหนด ได้แก่ การกำหนดระยะเวลาห้ามเป็นกรรมการหรือผู้บริหารในบริษัทที่ออกหลักทรัพย์หรือบริษัทหลักทรัพย์
และห้ามซื้อขายหลักทรัพย์หรือสัญญาซื้อขายล่วงหน้าดังกล่าวข้างต้น
จะมีผลตามที่ระบุในบันทึกการยินยอมปฏิบัติตามมาตรการลงโทษทางแพ่งที่ผู้กระทำความผิดลงนาม
หากผู้กระทำความผิดไม่ยินยอม ก.ล.ต.
จะมีหนังสือขอให้พนักงานอัยการดำเนินการฟ้องคดีต่อศาลแพ่งเพื่อกำหนดมาตรการลงโทษทางแพ่งในอัตราที่อัตราสูงสุดที่กฎหมายบัญญัติโดยไม่ต่ำกว่าอัตราที่
ค.ม.พ. กำหนด
ทั้งนี้
เงินค่าปรับทางแพ่งและเงินค่าชดใช้คืนผลประโยชน์ที่ได้รับหรือพึงได้รับจากการกระทำความผิดเป็นรายได้แผ่นดินที่นำส่งกระทรวงการคลัง
หมายเหตุ
:
*มาตรการลงโทษทางแพ่งเป็นมาตรการบังคับใช้กฎหมายตามพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์
พ.ศ. 2535 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์
(ฉบับที่ 5) พ.ศ. 2559 ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 12 ธันวาคม 2559 โดยมาตรา 317/1
กำหนดให้การกระทำความผิดอาญาตามบทบัญญัติกฎหมายดังกล่าวดำเนินมาตรการลงโทษทางแพ่งกับผู้กระทำความผิดได้
อ่านรายละเอียด “การดำเนินมาตรการลงโทษทางแพ่ง (Civil
Sanctions)” ได้ที่ https://www.sec.or.th/TH/Pages/LawandRegulations/CivilPenalty.aspx