ปัจจุบันตลาดหลักทรัพย์ในต่างประเทศบางแห่งมีแนวโน้มกระจุกตัวในหลักทรัพย์ขนาดใหญ่เพียงไม่กี่ราย
ส่งผลให้ดัชนีที่สะท้อนตลาดดังกล่าวมีการกระจุกตัวตามไปด้วย อีกทั้งหลักเกณฑ์ปัจจุบัน** เปิดให้กองทุนใช้ดัชนีที่ได้รับการยอมรับจากตลาดหลักทรัพย์ที่เป็นสมาชิกของ
World Federation of Exchanges (recognized index) ได้ โดยไม่ได้กำหนดให้พิจารณาการกระจายตัวขององค์ประกอบดัชนี นอกจากนี้
ยังไม่ได้กำหนดคุณสมบัติของ benchmark ที่กองทุนนำมาใช้ควบคุมอัตราส่วนการลงทุน จึงอาจทำให้กองทุนมีความเสี่ยงกระจุกตัวสูงกว่าที่เหมาะสม
ก.ล.ต. จึงเสนอปรับหลักเกณฑ์โดยคำนึงถึงแนวทางการกำกับดูแลในต่างประเทศ
การคุ้มครองผู้ลงทุน และความเหมาะสมในทางปฏิบัติ โดยมีสรุปสาระสำคัญ ดังนี้
1.
ปรับปรุงการพิจารณาคุณสมบัติดัชนีของกองทุน ซึ่งไม่ใช้บังคับกับตราสารแสดงสิทธิในหลักทรัพย์ต่างประเทศ
(Depositary
Receipt: DR)
(1) ยกเลิกการพิจารณาคุณสมบัติดัชนีตามหลัก
recognized index
(2)
กำหนดให้ดัชนีที่กองทุนใช้อ้างอิงการลงทุน รวมถึงดัชนีที่ใช้เป็น benchmark
เพื่อควบคุมอัตราส่วนการลงทุน ต้องมีคุณสมบัติตามหลัก principle-based
index เช่น มีวัตถุประสงค์และวิธีการคำนวณที่ชัดเจน
การกระจายตัวอย่างเพียงพอตามหลัก 20/35 (กำหนดเพดานน้ำหนักองค์ประกอบแต่ละตัวในดัชนี)*** มีความโปร่งใส และพัฒนาโดยสถาบันที่มีความน่าเชื่อถือและเป็นอิสระจาก บลจ. เป็นต้น
(3) ยกเลิกข้อยกเว้นกรณีกองทุนไทยลงทุนในกองทุนรวมอีทีเอฟ (ETF) ต่างประเทศ ที่อ้างอิงดัชนีที่มีคุณสมบัติตามหลัก
recognized index โดยไม่ต้องพิจารณาว่าเป็นหน่วยลงทุนที่อยู่ภายใต้การกำกับดูแลการเสนอขายของประเทศที่มีมาตรการคุ้มครองผู้ลงทุนอย่างเพียงพอ
ตามรายชื่อประเทศที่สำนักงานประกาศกำหนด**** เพื่อให้สอดคล้องกับการยกเลิกการพิจารณาดัชนีตามหลัก
recognized index
2.
กำหนดแนวทางกำกับดูแลกรณีดัชนีไม่เป็นไปตามหลัก 20/35 เป็นการชั่วคราว โดยหากดัชนีมี index methodology ตามหลัก
20/35 และมีรอบการปรับสมดุลน้ำหนักดัชนีที่กำหนดไว้อย่างชัดเจนแล้ว แต่สัดส่วนองค์ประกอบของดัชนีหรืออัตราส่วนการลงทุนเกินเกณฑ์เป็นการชั่วคราวจากภาวะตลาด
ให้ถือว่าไม่เป็นกรณีทรัพย์สินขาดคุณสมบัติหรือกรณีที่กองทุนลงทุนเกินอัตราส่วนจากเหตุที่มิได้เกิดจากการลงทุนเพิ่ม
เพื่อให้ บลจ. สามารถบริหารจัดการลงทุนได้อย่างยืดหยุ่นและไม่เกิดภาระเกินสมควร
3. กำหนดบทเฉพาะกาล
โดยให้กองทุนที่จัดตั้งอยู่แล้วปรับปรุงการลงทุนให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ใหม่ภายใน 1
ปีนับแต่วันที่ประกาศมีผลใช้บังคับ โดยระหว่างช่วงเวลาดังกล่าวยังสามารถลงทุนตามหลักเกณฑ์เดิมได้
หากพ้นกำหนดแล้วไม่สามารถปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ใหม่
กองทุนอาจคงการลงทุนตามหลักเกณฑ์เดิมได้ แต่ห้ามจำหน่ายหน่วยลงทุนเพิ่มเติม และ
บลจ. ต้องเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับการลงทุนที่ยังไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์ใหม่ให้ผู้ลงทุนทราบ
ก.ล.ต.
จึงเปิดรับฟังความคิดเห็นต่อหลักการปรับปรุงหลักเกณฑ์คุณสมบัติดัชนีของกองทุน โดยได้เผยแพร่เอกสารรับฟังความคิดเห็นไว้บนเว็บไซต์
ก.ล.ต. https://www.sec.or.th/TH/Pages/PB_Detail.aspx?SECID=1234 และระบบกลางทางกฎหมาย https://law.go.th/listeningDetail?survey_id=ODY1MERHQV9MQVdfRlJPTlRFTkQ=
ผู้ที่เกี่ยวข้องและผู้สนใจสามารถศึกษารายละเอียดและแสดงความคิดเห็นผ่านช่องทางเว็บไซต์
หรือทางอีเมล thanunya@sec.or.th และ pattarav@sec.or.th จนถึงวันที่ 26 พฤศจิกายน 2569
หมายเหตุ :
*กองทุนรวม หมายถึง กองทุนรวมเพื่อผู้ลงทุนทั่วไป และกองทุนรวมเพื่อผู้ลงทุนที่มิใช่รายย่อย
**ตามประกาศคณะกรรมการกำกับตลาดทุน ที่ ทน. 87/2558
เรื่อง การลงทุนของกองทุน ลงวันที่ 17 ธันวาคม พ.ศ. 2558
และที่แก้ไขเพิ่มเติม (“ประกาศ ที่ ทน. 87/2558”) กำหนดให้ดัชนีที่อ้างอิงต้องมีลักษณะอย่างใดอย่างหนึ่ง
ดังนี้
(1) recognized index คือ ดัชนีที่ได้รับการยอมรับจากตลาดซื้อขายหลักทรัพย์ที่เป็นสมาชิกของ World
Federation of Exchanges (WFE member) เช่น ดัชนีที่ WFE member
จัดทำหรือร่วมจัดทำ หรือดัชนีของ ETF ที่ซื้อขายใน
WFE member
(2) principle-based index คือ
ดัชนีที่ผ่านการพิจารณาตามหลัก principle-based เช่น มีวัตถุประสงค์และวิธีการคำนวณที่ชัดเจน การกระจายตัวอย่างเพียงพอตามหลัก
20/35 มีความโปร่งใส
และพัฒนาโดยสถาบันที่มีความน่าเชื่อถือและเป็นอิสระจากบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน
(บลจ.)
***องค์ประกอบแต่ละตัวของดัชนีมีน้ำหนักไม่เกินร้อยละ 20 ของน้ำหนักทั้งหมด
หรือ ในกรณีเป็นไปตามสภาวะตลาด องค์ประกอบตัวใดตัวหนึ่งมีน้ำหนักไม่เกินร้อยละ 35
ของน้ำหนักทั้งหมด ส่วนองค์ประกอบที่เหลือต้องมีน้ำหนักไม่เกินร้อยละ 20 ทั้งนี้
ไม่ต้องนำองค์ประกอบที่เกี่ยวข้องกับทองคำหรือน้ำมันดิบมาพิจารณา
****ปัจจุบัน รายชื่อประเทศที่มีมาตรการคุ้มครองผู้ลงทุนอย่างเพียงพอตามที่สำนักงานประกาศกำหนดมี
15 ประเทศ ได้แก่ สหรัฐอเมริกา ฝรั่งเศส เยอรมนี ลักเซมเบิร์ก สหราชอาณาจักร
ไอร์แลนด์ เกาหลีใต้ จีน ญี่ปุ่น มาเลเซีย สิงคโปร์
เขตบริหารพิเศษฮ่องกงแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน นิวซีแลนด์ ออสเตรเลีย
และลิกเตนสไตน์