Sign In
ข่าว ก.ล.ต.

ก.ล.ต. เปิดตัว “E-SUBMISSION ระยะที่ 2” เพิ่มช่องทางการรับข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับประชาชนและภาคธุรกิจ



วันพฤหัสบดีที่ 6 ตุลาคม 2565 | ฉบับที่ 164 / 2565


สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เปิดตัวระบบ “E-SUBMISSION ระยะที่ 2” เพื่อรับข้อมูลผ่านช่องทางอิเล็กทรอนิกส์ จำนวน 249 รายงาน ต่อเนื่องจากระยะที่ 1 เพื่อให้ผู้รับบริการได้รับความสะดวก ลดภาระและค่าใช้จ่ายในการจัดทำเอกสารและเดินทาง สอดรับกับร่างพระราชบัญญัติการปฏิบัติราชการทางอิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ. .… ที่ผ่านความเห็นชอบจากรัฐสภา เมื่อวันที่ 27 กรกฎาคม 2565

นางสาวรื่นวดี สุวรรณมงคล เลขาธิการ ก.ล.ต. กล่าวถึงการเปิดตัวระบบ E-SUBMISSION ระยะที่ 2 เมื่อวันที่ 5 ตุลาคม 2565 ว่า ก.ล.ต. ตอบรับนโยบายรัฐบาลในการเป็นรัฐบาลดิจิทัลโดยจัดให้มีแผนการพัฒนาบริการดิจิทัล (SEC Digital Services Roadmap) ตั้งแต่ปี 2563 โดยได้ดำเนินการจัดให้มีการเปิดรับฟังความคิดเห็นจากผู้เกี่ยวข้องและนำข้อเสนอแนะที่ได้รับมาประมวลเพื่อการพัฒนาระบบอิเล็กทรอนิกส์ในการให้บริการที่ตอบโจทย์ประชาชนและภาคธุรกิจอย่างต่อเนื่อง ซึ่งได้เปิดตัวระบบ E-SUBMISSION ระยะที่ 1 เพื่อรับข้อมูลผ่านช่องทางอิเล็กทรอนิกส์ จำนวน 115 รายงาน เมื่อวันที่ 16 ธันวาคม 2564    

ทั้งนี้ ระบบ E-SUBMISSION ระยะที่ 2 จะช่วยให้ประชาชนและภาคธุรกิจที่มีความพร้อม สามารถนำส่งแบบคำขอและรายงานผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ บนเว็บไซต์สำนักงาน ก.ล.ต. www.sec.or.th โดยหากมีข้อสงสัยหรือต้องการแนะนำบริการ สามารถติดต่อ IT Service Desk โทร. (66) 1207 กด 3 กด 1 หรือ E-mail: helpdesk@sec.or.th

 








ข่าวในหมวดเดียวกัน

ก.ล.ต. ผนึกกำลัง ป.ป.ช. ยกระดับความร่วมมือป้องกันการทุจริตและสนับสนุนการบังคับใช้กฎหมายเพื่อป้องกันการให้สินบนแก่เจ้าหน้าที่รัฐ
ก.ล.ต. เสนอเพิ่ม “ผู้ให้แหล่งเงินทุน” เป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ที่ผู้ประกอบธุรกิจหลักทรัพย์และผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลต้องขอรับความเห็นชอบ ยกระดับการสกัดกั้นทุนเทาให้เข้มข้นขึ้น
ก.ล.ต. เดินเกมรุกยกระดับ 5 มาตรการสกัดทุนเทา ปราบปัญหาบัญชีม้าและหลอกลงทุน ย้ำเป็นวาระแห่งชาติ
ก.ล.ต. ไม่ขยายระยะเวลานำส่งผลการตรวจสอบเป็นกรณีพิเศษ (special audit) ให้ MVP เพิ่มเติม
ก.ล.ต. เปิดรับฟังความเห็นการปรับปรุงหลักเกณฑ์การจัดอันดับความน่าเชื่อถือของตราสารหนี้ที่มีความเสี่ยงเกี่ยวข้องกับต่างประเทศ ให้สอดคล้องกับมาตรฐานสากล