Sign In
ข่าว ก.ล.ต.

ก.ล.ต. เปิดรับฟังความคิดเห็นต่อการกำหนดรายละเอียดเพิ่มเติมในหลักเกณฑ์เกี่ยวกับการเพิ่มทุนแบบ PP ของบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ไลฟ์เอ็กซ์เช้นจ์



วันจันทร์ที่ 19 มิถุนายน 2566 | ฉบับที่ 99 / 2566


สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เปิดรับฟังความคิดเห็นต่อการกำหนดรายละเอียดเพิ่มเติมในหลักเกณฑ์ เรื่อง การเพิ่มทุนของบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ไลฟ์เอ็กซ์เช้นจ์ (บริษัทใน LiVEx) เพื่อให้เกิดความชัดเจนในเรื่องหน้าที่และการเปิดเผยข้อมูลของบริษัทใน LiVEx ที่มี ความประสงค์จะเพิ่มทุนโดยการเสนอขายหุ้นในวงจำกัด (Private Placement หรือ PP)

ก.ล.ต. จึงกำหนดรายละเอียดเพิ่มเติมของหลักเกณฑ์การเพิ่มทุนภายหลังการเป็นบริษัทใน LiVEx สำหรับกรณีการเสนอขายหุ้นต่อผู้ลงทุนในวงจำกัด (PP) ซึ่งมีสาระสำคัญโดยสรุป ดังนี้
           (1) หน้าที่ของบริษัทใน LiVEx และการเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับการเสนอขาย 

           (2) การออกเสียงคัดค้าน (veto) ของผู้ถือหุ้น โดยกรณีการเสนอขายหุ้นในราคาต่ำนั้น จะกำหนดให้ต้องไม่มีผู้ถือหุ้นออกเสียงคัดค้านเกินร้อยละ 10 ของจำนวนเสียงทั้งหมดของผู้ถือหุ้นที่มาประชุมและมีสิทธิออกเสียง

ทั้งนี้ ก.ล.ต. เผยแพร่เอกสารรับฟังความคิดเห็น ซึ่งมีการกำหนดรายละเอียดเพิ่มเติมของหลักเกณฑ์ในเรื่องดังกล่าวบนเว็บไซต์ ก.ล.ต. https://www.sec.or.th/TH/Pages/PB_Detail.aspx?SECID=915  

ผู้ที่เกี่ยวข้องและผู้ที่สนใจสามารถศึกษาและแสดงความคิดเห็นผ่านช่องทางเว็บไซต์ หรือทาง e-mail : corporat@sec.or.th จนถึงวันที่ 19 กรกฎาคม 2566






ข่าวในหมวดเดียวกัน

ก.ล.ต. เตรียมกำหนดหลักเกณฑ์เกี่ยวกับ “ผู้แนะนำรายชื่อลูกค้า” ของผู้ประกอบธุรกิจหลักทรัพย์และ ผู้ประกอบธุรกิจสัญญาซื้อขายล่วงหน้า
ก.ล.ต. ออกแนวปฏิบัติเพื่อเพิ่มความเข้มข้นในการทำความรู้จัก ติดตามและตรวจสอบการทำธุรกรรมของลูกค้าของผู้ประกอบธุรกิจ เพื่อป้องกันอาชญากรรมทางเทคโนโลยี
ก.ล.ต. เตรียมปรับปรุงหลักเกณฑ์ NC และระบบการเก็บรักษาสินทรัพย์ดิจิทัล มุ่งสนับสนุนให้เกิดธุรกรรมในประเทศมากขึ้น
ก.ล.ต. เดินหน้าผลักดันโครงการ TISA มุ่งยกระดับการออมสู่การลงทุนระยะยาว เพื่อเพิ่มโอกาสสร้างความมั่นคงทางการเงินของคนไทย
ก.ล.ต. เปิดรับฟังความคิดเห็นต่อหลักการปรับปรุงหลักเกณฑ์เกี่ยวกับการแก้ไขเพิ่มเติมโครงการจัดการกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานเพื่ออนาคตประเทศไทย “กอง TFF” เพิ่มความคล่องตัวในการบริหารจัดการ