Sign In
กฎเกณฑ์

​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​บริษัทที่ออกหลักทรัพย์


 

งบการเงินและการรายงานตามมาตรา 56 

บริษัทที่ออกหลักทรัพย์และบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ มีหน้าที่จัดทำและนำส่งรายงานที่แสดงฐานะการเงินและผลการดำเนินงานหรือเรียกอย่างย่อว่า งบการเงินและการรายงานตามมาตรา 56 ต่อ ก.ล.ต. เพื่อให้ผู้ลงทุนได้ใช้ข้อมูลดังกล่าวประกอบการตัดสินใจลงทุน

การกำหนดหน้าที่การจัดทำรายงาน ประเภท ระยะเวลาและเงื่อนไขการส่งรายงาน และการสิ้นสุดหน้าที่การจัดทำรายงาน กำหนดแตกต่างกันตามลักษณะต่าง ๆ  เช่น

  • การเป็นผู้ออกและเสนอขายหลักทรัพย์

  • ประเภทหลักทรัพย์ที่ออกและเสนอขาย (เช่น ตราสารหนี้ ตราสารทุน เป็นต้น)

  • การเป็นหลักทรัพย์จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ หรือไม่ 


 

สรุปหลักเกณฑ์

ใครมีหน้าที่จัดทำและส่งรายงาน

เมื่อใดจึงสิ้นสุดหน้าที่ในการทำและจัดส่งรายงาน

การจัดทำและส่งรายงานที่แสดงฐานะการเงินและผลการดำเนินงาน


 

ใครมีหน้าที่จัดทำและส่งรายงาน

บริษัทที่ออกหลักทรัพย์ดังต่อไปนี้ มีหน้าที่จัดทำและส่งรายงานที่แสดงฐานะการเงินและผลการดำเนินงาน

  • บริษัทที่มีหุ้นเป็นหลักทรัพย์จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย

  • บริษัทที่ออกหุ้นซึ่งเคยมีการยื่นแบบแสดงรายการข้อมูลการเสนอขายหุ้นนั้น ต่อ ก.ล.ต. ไม่ว่าโดยบริษัทที่ออกหุ้นหรือผู้ถือหุ้น

  • บริษัทที่ออกหลักทรัพย์ประเภทที่มีอายุของตราสารและยังไม่ครบอายุของตราสารนั้น โดยการเสนอขายหลักทรัพย์ดังกล่าวมีการยื่นแบบแสดงรายการข้อมูลต่อ ก.ล.ต. ไม่ว่าโดยบริษัทที่ออกหลักทรัพย์หรือผู้ถือหลักทรัพย์


 

เมื่อใดจึงสิ้นสุดหน้าที่ในการทำและจัดส่งรายงาน

บริษัทที่ออกหลักทรัพย์สิ้นสุดหน้าที่จัดทำและส่งรายงานที่แสดงฐานะการเงินและผลการดำเนินงานของบริษัทต่อ ก.ล.ต. เมื่อเกิดกรณีใดกรณีหนึ่งดังต่อไปนี้

1. มีการชำระบัญชีเพื่อเลิกกิจการของบริษัทที่ออกหลักทรัพย์

​(1/1) อยู่ระหว่างถูกพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาด​

2. บริษัทไม่ได้ขายหลักทรัพย์ภายในระยะเวลาที่ ก.ล.ต. อนุญาตให้เสนอขายหลักทรัพย์ที่ออกใหม่ หรือบริษัทยกเลิกการเสนอขายหลักทรัพย์ตามที่ระบุในหนังสือชี้ชวน ทั้งนี้ ให้บริษัทสิ้นสุดหน้าที่จัดทำและส่งรายงานที่แสดงฐานะการเงินและผลการดำเนินงานของบริษัทเฉพาะเนื่องจากการยื่นแบบแสดงรายการข้อมูลสำหรับการเสนอขายหลักทรัพย์นั้น

3. บริษัทที่เพิกถอนหุ้นออกจากการเป็นหลักทรัพย์จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยโดยความสมัครใจ และเป็นไปตามหลักเกณฑ์ข้อใดข้อหนึ่งดังต่อไปนี้  ทั้งนี้ ให้บริษัทสิ้นสุดหน้าที่จัดทำและส่งรายงานที่แสดงฐานะการเงินและผลการดำเนินงานของบริษัทในฐานะที่ออกหุ้นและใบสำคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหุ้น (ถ้ามี)

ก) ภายหลังการทำคำเสนอซื้อหุ้นทั้งหมดตามข้อบังคับของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยว่าด้วยการเพิกถอนหลักทรัพย์จดทะเบียนแล้ว ปรากฏว่ามีผู้ถือหุ้นรายอื่นซึ่งมิใช่ผู้ทำคำเสนอซื้อ บุคคลที่กระทำการร่วมกับผู้ทำคำเสนอซื้อ (concert party) และบุคคลตามมาตรา 258 ของบุคคลเหล่านั้น ถือหุ้นรวมกันไม่เกินร้อยละห้าของจำนวนสิทธิออกเสียงทั้งหมดของบริษัท

ข) ได้รับความยินยอมเป็นหนังสือจากผู้ถือหุ้นทุกรายว่าไม่ประสงค์จะได้รับข้อมูลตามประกาศคณะกรรมการตลาดทุนที่ ทจ. 44/2556 เรื่อง หลักเกณฑ์ เงื่อนไข และวิธีการรายงานการเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับฐานะการเงินและผลการดำเนินงานของบริษัทที่ออกหลักทรัพย์

ค) คณะกรรมการบริษัทมีมติให้มีการรับซื้อหุ้นและใบสำคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหุ้นจากผู้ถือหลักทรัพย์เป็นการทั่วไป และมีการดำเนินการตามที่กำหนดในข้อ 42 ของประกาศคณะกรรมการกำกับตลาดทุนที่ ทจ. 44/2556 เรื่อง  หลักเกณฑ์ เงื่อนไข และวิธีการรายงานการเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับฐานะการเงินและผลการดำเนินงานของบริษัทที่ออกหลักทรัพย์แล้ว​

​4. บริษัทที่ออกหลักทรัพย์มิได้มีหลักทรัพย์จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย หรือมิได้มีหลักทรัพย์ซื้อขายในศูนย์ซื้อขายหลักทรัพย์ และบริษัทเข้าลักษณะข้อใดข้อหนึ่งดังต่อไปนี้

​ก) ถูกศาลสั่งพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาด

ข) เป็นสถาบันการเงินที่ถูกระงับการดำเนินกิจการตามคำสั่งของเจ้าพนักงานหรือหน่วยงานที่มีอำนาจหน้าที่ตามกฎหมาย

ค) บริษัทเป็นไปตามหลักเกณฑ์ข้อใดข้อหนึ่งดังนี้  ทั้งนี้ ให้บริษัทสิ้นสุดหน้าที่จัดทำและส่งรายงานที่แสดงฐานะการเงินและผลการดำเนินงานของบริษัทในฐานะที่ออกหุ้นและใบสำคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหุ้น (ถ้ามี)

​1. มีจำนวนผู้ถือหุ้นและผู้ถือใบสำคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหุ้นรวมกันไม่เกินหนึ่งร้อยราย
​2. คณะกรรมการบริษัทมีมติให้มีการรับซื้อหุ้นและใบสำคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหุ้นจากผู้ถือหลักทรัพย์เป็นการทั่วไป และมีการดำเนินการตามที่กำหนดในข้อ 42 ของประกาศคณะกรรมการกำกับตลาดทุนที่ ทจ. 44/2556

​ง) บริษัทได้รับความยินยอมเป็นหนังสือจากผู้ถือหลักทรัพย์ทุกรายว่าไม่ประสงค์จะได้รับข้อมูลตามประกาศที่ ทจ. 44/2556​

 

การจัดทำและส่งรายงานที่แสดงฐานะการเงินและผลการดำเนินงาน

กำหนดประเภทการจัดทำและนำส่งรายงานที่แสดงฐานะการเงินและผลการดำเนินงาน ดังนี้ 

1.  บริษัทไทยที่มีหุ้นเป็นหลักทรัพ​ย์จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (บริษัท listed)  ไม่ว่าเสนอขายหลักทรัพย์ประเภทใด

1.1  กรณีปกติ

1.2  กรณีบริษัทถูกตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยขึ้นเครื่องหมาย SP เนื่องจากมีปัญหาฐานะการเงินหรือบริษัทอยู่ในกลุ่มที่แก้ไขการดำเนินงานไม่ได้ภายในเวลาที่ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยกำหนด (Non-Performing Group : NPG) ตามข้อ 26 ของประกาศคณะกรรมการกำกับตลาดทุน ที่ ทจ.44 /2556   

2.  บริษัทไทยที่ได้รับอนุญาตให้เสนอขายหุ้นต่อประชาชนเป็นการทั่วไป (Public Offering) ซึ่งอยู่ระหว่างดำเนินการนำหุ้นเข้าเป็นหลักทรัพย์จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย

3.  บริษัทไทยที่ไม่มีหุ้นเป็นหลักทรัพย์จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (บริษัท non-listed)

4.  สาขาธนาคารต่างประเทศที่ประกอบธุรกิจธนาคารพาณิชย์ในประเทศไทย

5.  รัฐบาลต่างประเทศ   

6.  บริษัทต่างประเทศ (ที่มิใช่กรณีสาขาธนาคารต่างประเทศตาม 4. และรัฐบาลต่างประเทศตาม 5.)   

     

ตารางสรุประยะเวลาและเงื่อนไขการส่งรายงานกรณีปกติของบริษัท Listed

ประเภทรายงาน​​

ระยะเวลาและเงื่อนไขการส่งรายงาน

1. งบการเงิน

กรณีทั่วไป
- งบการเงินไตรมาส 1 ไตรมาส 2** และไตรมาส 3 ฉบับสอบทาน
ภายใน 45 วันนับแต่วันสุดท้ายของแต่ละไตรมาสดังกล่าว

- งบการเงินประจำรอบปีบัญชี ฉบับตรวจสอบ
ภายใน 2 เดือนนับแต่วันสิ้นสุดรอบระยะเวลาบัญชี

กรณีส่งงบการเงินไตรมาส 4 ฉบับสอบทาน ก่อนส่งงบการเงินประจำรอบปีบัญชี ฉบับตรวจสอบ

-  งบการเงินไตรมาส 1 ไตรมาส 2** ไตรมาส 3 และไตรมาส 4 ฉบับสอบทาน

ภายใน 45 วันนับแต่วันสุดท้ายของแต่ละไตรมาสดังกล่าว

-  งบการเงินประจำรอบปีบัญชี ฉบับตรวจสอบ
ภายใน 3 เดือนนับแต่วันสิ้นสุดรอบระยะเวลาบัญชี​

หมายเหตุ: **เลือกส่งงบการเงินไตรมาส 2 หรืองบการเงิน
ประจำงวด  6 เดือน ที่ผ่านการตรวจสอบโดยผู้สอบบัญชีก็ได้
หากเลือกส่งงบการเงินประจำงวด 6 เดือน ให้ส่งงบการเงินดังกล่าวภายใน 2 เดือนนับแต่วันสุดท้ายของรอบระยะเวลา 6 เดือนแรกของปีบัญชี

2. แบบแสดงรายการข้อมูลประจำปี (ข้อมูลตามแบบ
56-1 ทั้งนี้ หากมีการออกหลักทรัพย์อื่น ต้องมีข้อมูลตามแบบสำหรับหลักทรัพย์นั้นด้วย)

ภายใน 3 เดือนนับแต่วันสิ้นสุดรอบระยะเวลาบัญชี

3. รายงานประจำปี

ไม่ช้ากว่าวันที่ส่งให้ผู้ถือหุ้นแต่ไม่เกิน 4 เดือนนับแต่วันสิ้นสุด
รอบระยะเวลาบัญชี

 

วิธีส่งรายงาน 

              1. บริษัทที่มีหุ้นหรือใบสำคัญแสดงสิทธิอนุพันธ์ (“DW") เป็นหลักทรัพย์จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ จัดส่งรายงานต่อตลาดหลักทรัพย์ทางสื่ออิเล็กทรอนิกส์ตามแนวทางที่ตลาดหลักทรัพย์ฯ กำหนด โดยให้ถือว่าเป็นการส่งรายงานต่อ ก.ล.ต.
             2. กรณีบริษัทอื่นนอกจากข้อ 1 ให้ส่งข้อมูลดังกล่าวในรูปเอกสารสิ่งพิมพ์ต่อ ก.ล.ต. 1 ชุดและในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ต่อ ก.ล.ต. ตามแนวทางที่กำหนด ​


 

คู่มือ/แนวปฏิบัติที่เกี่ยวข้อง

 


กฎเกณฑ์ที่เกี่ยวข้อง​

  

แบบฟอร์มที่เกี่ยวข้อง​​



FAQ เกี่ยวกับการส่งรายงานตามมาตรา 56

​​​การส่งรายงานตามมาตรา 56 (งบการเงิน แบบ 56-1 และแบบ 56-2)
คำถาม 

เมื่อบริษัทจดทะเบียนส่งแบบ 56-1 และแบบ 56-2 ต่อตลาดหลักทรัพย์แล้ว จะต้องส่ง hard copy ต่อสำนักงาน ก.ล.ต. ห​รือไม่

คำตอบ   

1. เมื่อบริษัทที่มีหุ้นหรือใบสำคัญแสดงสิทธิอนุพันธ์ (“DW”) เป็นหลักทรัพย์จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ ได้จัดส่งรายงานต่อตลาดหลักทรัพย์ทางสื่ออิเล็กทรอนิกส์ตามแนวทางที่ตลาดหลักทรัพย์กำหนดถือว่าเป็นการส่งรายงานต่อสำนักงานแล้ว จึงไม่ต้องจัดส่ง hard copy ต่อสำนักงาน

2. กรณีบริษัทอื่นนอกจากข้อ 1 ให้ส่งข้อมูลดังกล่าวในรูปเอกสารสิ่งพิมพ์ต่อสำนักงาน 1 ชุด และในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ต่อสำนักงานตามแนวทางที่สำนักงานกำหนด​


คำถาม 

​ในการส่งรายงานต่อตลาดหลักทรัพย์ทางสื่ออิเล็กทรอนิกส์ บริษัทจดทะเบียนต้องส่งรายงานฉบับที่มีลายมื่อชื่อของกรรมการผู้มีอำนาจลงนามผูกพันบริษัทในระบบอิเล็กทรอนิกส์ของตลาดหลักทรัพย์ด้วยหรือไม่

คำตอบ 

​​ให้บริษัทส่งรายงานทางสื่ออิเล็กทรอนิกส์ตามรูปแบบและวิธีการที่ตลาดหลักทรัพย์กำหนด โดยไม่จำเป็นต้องส่งรายงานฉบับที่กรรมการผู้มีอำนาจลงนามผูกพันบริษัทลงลายมือชื่อรับรองความถูกต้อง  ​


คำถาม 

เมื่อบริษัทจดทะเบียนส่งรายงานต่อตลาดหลักทรัพย์แล้ว จะต้องจัดเก็บแบบ 56-1 และ แบบ 56-2 ในรูปแบบเอกสาร (hard copy) ไว้ที่บริษัท หรือไม่ 

คำตอบ 

บริษัทจดทะเบียนต้องเก็บแบบ 56-1 และแบบ 56-2 ไว้อย่างน้อย 5 ปีตามมาตรา 89/17 แห่งพระราชบัญญัติหลักทรัพย์ฯ โดยต้องแจ้งสถานที่เก็บเอกสารให้สำนักงานทราบ และสามารถเลือกวิธีจัดเก็บได้ 2 วิธี ดังนี้

(1) จัดเก็บแบบเอกสาร (hard copy) ซึ่งเป็นเอกสารที่กรรมการผู้มีอำนาจลงนามผูกพันบริษัทลงลายมือชื่อพร้อมทั้งประทับตราบริษัท (ถ้ามี) หรือ

(2) จัดเก็บในระบบคอมพิวเตอร์หรือระบบอื่นใด ที่สามารถเรียกดูได้โดยไม่มีการเปลี่ยนแปลงใดของข้อความ (อาจเก็บในรูปแบบที่ไม่มีการลงนาม หรือเก็บเป็นไฟล์เอกสารภาพที่ scan จาก hard copy ที่กรรมการผู้มีอำนาจลงนามผูกพันบริษัทลงลายมือชื่อพร้อมทั้งประทับตราบริษัท (ถ้ามี) อย่างใดอย่างหนึ่งก็ได้)​




ติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม

ฝ่ายจดทะเบียนหลักทรัพย์ 1-3

กลุ่มอุตสาหกรรม

อสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง

โทรศัพท์ 0-2263-6025  หรือ 0-2033-9656 หรือ 0-2263-6052

ขนส่งและโลจิสติกส์ (SET) และบริการ / ขนส่ง (mai) : แฟชั่น (SET) และสินค้าอุปโภคบริโภค / แฟชั่น (mai) : บรรจุภัณฑ์ (SET) และสินค้าอุตสาหกรรม/บรรจุภัณฑ์ (mai) : สื่อและสิ่งพิมพ์ (SET) และบริการ / สื่อ (mai) 

โทรศัพท์ 0-2033-9605 หรือ 0-2263-6214 หรือ 0-2263-6334 หรือ 0-2033-9821

ของใช้ในครัวเรือนและสำนักงาน

โทรศัพท์ 0-2263-6110 หรือ 0-2033-9704

เงินทุนและหลักทรัพย์

โทรศัพท์ 0-2263-6110 หรือ 0-2033-9704 หรือ 0-2263-6556

วัสดุอุตสา หกรรมและเครื่องจักร : ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ : ประกันภัยและประกันชีวิต : พาณิชย์

โทรศัพท์ 0-2263-6110 หรือ 0-2263-6065

ธนาคาร : เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (SET) : เทคโนโลยี (mai) : เหล็ก (SET) 
สินค้าอุตสาหกรรม/เหล็ก (mai) : บริการเฉพาะกิจ (SET) บริการ/บริการเฉพาะกิจ (mai) :  เหมืองแร่ (SET)

โทรศัพท์ 0-2263-6103 หรือ 0-2263-6208 หรือ 0-2263-6196/0-2033-9947

ลังงานและสาธารณูปโภค : ปิโตรเคมีและเคมีภัณฑ์ : ยานยนต์

โทรศัพท์ 0-2033-9610 หรือ 0-2263-6514 หรือ 0-2033-9606  หรือ 0-2033-9604

อาหารและเครื่องดื่ม : การแพทย์ : ธุรกิจการเกษตร : ของใช้ส่วนตัวและเวชภัณฑ์ : การท่องเที่ยวและสันทนาการ

โทรศัพท์ 0-2033-9976 หรือ 0-2263-6085 หรือ 0-2263-6102 หรือ 0-2263-6073  ​


 

กรณีสอบถามเกี่ยวกับการส่งงบการเงิน การจัดทำและส่งแบบ 56-1 / แบบ 56-2

โทรศัพท์ 0-2033-9608 หรือ 0-2033-9620 หรือ 0-2033-9618