ก.ล.ต. ได้ติดตามพัฒนาการของตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลและแนวทางกำกับดูแลในต่างประเทศอย่างต่อเนื่อง ซึ่ง หน่วยงานกำกับดูแลต่างประเทศ (เช่น สหรัฐฯ แคนาดา ออสเตรเลีย เขตบริหารพิเศษฮ่องกงแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน) ได้ออกหลักเกณฑ์รองรับการจัดตั้ง crypto exchange traded fund (crypto ETF) ภายใต้กรอบการกำกับดูแลที่ชัดเจน สะท้อนให้เห็นว่า crypto ได้รับการยอมรับในฐานะสินทรัพย์เพื่อการลงทุน และเป็นอีกทางเลือกหนึ่งในการกระจายการลงทุนของผู้ลงทุน
ก.ล.ต. จึงมีแนวคิดในการออกหลักเกณฑ์รองรับการจัดตั้ง crypto ETF ในไทย เพื่อเพิ่มทางเลือกการลงทุนให้แก่ผู้ลงทุน โดยเฉพาะผู้ที่ประสงค์เข้าถึงการลงทุนใน crypto ผ่านกลไกกองทุนรวมที่มีผู้เชี่ยวชาญช่วยบริหารจัดการลงทุนและเก็บรักษา crypto รวมทั้งเพื่อส่งเสริมการพัฒนาศักยภาพของผู้ประกอบธุรกิจไทย และสนับสนุนให้ระบบนิเวศของ crypto ETF มีความสมบูรณ์มากยิ่งขึ้น ทั้งนี้ ภายใต้หลักการคุ้มครองผู้ลงทุนและรักษาเสถียรภาพของตลาดทุน
ตามที่คณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ในการประชุมเมื่อเดือนธันวาคม 2568 และคณะกรรมการกำกับตลาดทุนในการประชุมเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2569 ได้เห็นชอบควรออกหลักเกณฑ์รองรับการจัดตั้ง crypto ETF ในไทย และปรับปรุงหลักเกณฑ์เกี่ยวกับการมอบหมายงานจัดการลงทุนในสินทรัพย์ดิจิทัลของกองทุนรวม ซึ่ง ก.ล.ต. ได้พิจารณาปรับปรุงหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้องโดยให้ DA Custodian และผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลประเภทอื่นที่มีความพร้อม เป็นผู้ดูแลผลประโยชน์ของ crypto ETF โดยสรุปสาระสำคัญของหลักการมีดังนี้
1. หลักเกณฑ์เพื่อรองรับการจัดตั้ง crypto ETF
ในระยะแรก ก.ล.ต. มีแนวคิดส่งเสริมการจัดตั้ง spot crypto ETF ในรูปแบบกองทุนรวมที่ลงทุนโดยตรงใน crypto ซึ่งมีโครงสร้างไม่ซับซ้อน เพื่อให้ผู้ลงทุนเข้าใจลักษณะและความเสี่ยงของผลิตภัณฑ์ได้ชัดเจน โดยกองทุนจะอยู่ภายใต้การบริหารจัดการของบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) และมีผู้เชี่ยวชาญดูแลด้านการเก็บรักษา crypto
ทั้งนี้ กำหนดให้ crypto ETF ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ที่ใช้กับ ETF ทั่วไป รวมถึงหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับกองทุนรวมลงทุนในสินทรัพย์ดิจิทัล โดย ก.ล.ต. เสนอหลักการเพิ่มเติมเพื่อคุ้มครองผู้ลงทุน ดังนี้
1) บลจ. ที่ประสงค์จัดตั้ง crypto ETF ต้องแสดงความพร้อมด้านบุคลากร ระบบงาน และผู้ให้บริการที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้การดำเนินงานของกองทุนให้มีความมั่นคง ปลอดภัย และเป็นระบบ
2) crypto ETF ต้องจัดตั้งและบริหารในรูปแบบ passive management เพื่อสร้างผลตอบแทนตามการเคลื่อนไหวของราคา crypto โดยต้องมี crypto net exposure ในสกุลใดสกุลหนึ่งเฉลี่ยรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิ (NAV) ทั้งนี้ ก.ล.ต. จะกำหนดประเภท crypto ที่กองทุนสามารถลงทุนได้ ซึ่งต้องเป็นเหรียญที่มีสภาพคล่องสูงและได้รับการยอมรับเป็นการทั่วไป โดยในระยะแรก ได้แก่ Bitcoin และ Ethereum
3) การเก็บรักษา crypto ของกองทุนไว้กับ DA Custodian ที่อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของ ก.ล.ต. เป็นหลัก เพื่อยกระดับการคุ้มครองผู้ลงทุนและเพิ่มประสิทธิภาพในการบังคับใช้กฎหมาย
4) crypto ETF จะจดทะเบียนซื้อขายเฉพาะในตลาดหลักทรัพย์ และมีมาตรการคุ้มครองผู้ลงทุนเพิ่มเติม เช่น การให้ความรู้แก่ผู้ลงทุน และการยืนยันความเข้าใจความเสี่ยงก่อนเริ่มซื้อขาย รวมถึงการเน้นย้ำหลักการลงทุนอย่างเหมาะสม ไม่ลงทุนกระจุกตัวในสินทรัพย์ดิจิทัล และพิจารณาการลงทุนให้สอดคล้องกับระดับความเสี่ยงที่ผู้ลงทุนสามารถรับได้
5) หลักเกณฑ์อื่นที่เกี่ยวข้อง เช่น กำหนดให้ บลจ. เปิดเผยข้อมูลอย่างเพียงพอเพื่อให้ผู้ลงทุนเข้าใจลักษณะ ความเสี่ยง และโครงสร้างของกองทุน รวมถึงการปรับปรุงหลักเกณฑ์ให้กองทุนรวม (MF) และกองทุนส่วนบุคคล (PF) สามารถลงทุนใน crypto ETF ไทยได้ จากเดิมที่ลงทุนได้เฉพาะ crypto ETF ต่างประเทศ โดยยังคงอยู่ภายใต้อัตราส่วนการลงทุนตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดในปัจจุบัน
นอกจากนี้ เพื่อสนับสนุนการพัฒนา crypto ETF และเสริมสร้างศักยภาพของผู้ประกอบธุรกิจไทย ในระยะแรก ก.ล.ต. จะยังไม่อนุญาตให้มีการออก จัดตั้ง หรือเสนอขายผลิตภัณฑ์ทางเลือกที่เกี่ยวข้องกับ crypto ETF ต่างประเทศ*
2. หลักเกณฑ์เกี่ยวกับการมอบหมายงานจัดการลงทุนในสินทรัพย์ดิจิทัลของกองทุนรวม
เพื่อให้มีความเหมาะสมและสอดคล้องกับลักษณะของผู้รับดำเนินการจัดการลงทุนในสินทรัพย์ดิจิทัลของกองทุนรวม ผู้รับมอบหมายงานจัดการลงทุนดังกล่าวต้องเป็นผู้จัดการเงินทุนสินทรัพย์ดิจิทัล (DA Fund Manager)
3. หลักเกณฑ์เกี่ยวกับการให้ DA Custodian และผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลประเภทอื่นที่มีความพร้อมเป็นผู้ดูแลผลประโยชน์ของ crypto ETF
1) กำหนดให้ผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลที่มีความพร้อมทั้งด้านบุคลากรและระบบงานที่จะเป็นผู้ดูแลผลประโยชน์ของ crypto ETF เป็นสถาบันการเงินที่มีคุณสมบัติเป็นผู้ดูแลผลประโยชน์ของกองทุนรวม ตามที่สำนักงาน ก.ล.ต. ประกาศกำหนด ตามมาตรา 121 แห่งพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535 เพิ่มเติมจากปัจจุบัน
2) ผู้ดูแลผลประโยชน์ที่เป็น DA Custodian หรือผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลประเภทอื่น จะสามารถเป็นผู้ดูแลผลประโยชน์ของ crypto ETF เท่านั้น โดยมีคุณสมบัติที่ต้องมีความพร้อม เช่น ฐานะการเงิน บุคลากร ระบบงาน เป็นต้น ซึ่งสอดคล้องกับแนวทางการกำกับดูแลผู้ดูแลผลประโยชน์ของกองทุนรวมในปัจจุบัน ทั้งนี้ ต้องดำรงคุณสมบัติตลอดระยะเวลาที่ปฏิบัติหน้าที่ผู้ดูแลผลประโยชน์ของ crypto ETF ด้วย
3) ผู้ดูแลผลประโยชน์ ที่เป็น DA Custodian หรือผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลประเภทอื่น สามารถแต่งตั้งตัวแทนเก็บรักษาทรัพย์สินได้ตามหลักเกณฑ์ปัจจุบัน ทั้งนี้ ในการเก็บรักษา DA ต้องดำเนินการโดยผู้ที่มีใบอนุญาต DA Custodian ทั้งในกรณีที่ผู้ดูแลผลประโยชน์เป็นผู้เก็บรักษาเองหรือแต่งตั้งบุคคลอื่นเป็นผู้เก็บรักษาแทน โดย ก.ล.ต. ให้ความสำคัญกับการใช้บริการ DA custodian ในไทยเป็นหลัก
อย่างไรก็ดี ก.ล.ต. เปิดรับฟังความคิดเห็นด้วยว่า หากผู้ดูแลผลประโยชน์ปัจจุบัน เช่น ธนาคารพาณิชย์ หรือผู้ดูแลผลประโยชน์ที่เป็นผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล ประสงค์จะแต่งตั้งผู้ให้บริการรับฝากสินทรัพย์ดิจิทัลต่างประเทศก็สามารถทำได้ แต่ผู้ให้บริการรับฝากดังกล่าวต้องที่มีคุณสมบัติเช่นเดียวกับบุคคลที่สามารถรับฝากสินทรัพย์ดิจิทัลจากผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลได้ตามประกาศคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ว่าด้วยหลักเกณฑ์ เงื่อนไข และวิธีการประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล และต้องอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของหน่วยงานกำกับดูแลตามที่กำหนด
ก.ล.ต. จึงเปิดรับฟังความคิดเห็นต่อหลักการเกี่ยวกับการจัดตั้งและแนวทางการกำกับดูแล crypto ETF ในไทย และได้เผยแพร่เอกสารรับฟังความคิดเห็นดังกล่าวบนเว็บไซต์ ก.ล.ต. https://www.sec.or.th/TH/Pages/PB_Detail.aspx?SECID=1152 และระบบกลางทางกฎหมาย https://law.go.th/listeningDetail?survey_id=Njg5N0RHQV9MQVdfRlJPTlRFTkQ= ผู้ที่เกี่ยวข้องและผู้ที่สนใจสามารถศึกษาและแสดงความคิดเห็นผ่านช่องทางเว็บไซต์ หรือทางอีเมล chavisa@sec.or.th thanunya@sec.or.th pattarav@sec.or.th nut@sec.or.th หรือ thapanee@sec.or.th จนถึงวันที่ 11 พฤษภาคม 2569
หมายเหตุ :
* เช่น ตราสารแสดงสิทธิในหลักทรัพย์ต่างประเทศ (DR) ที่อ้างอิง crypto ETF และการที่บริษัทหลักทรัพย์พาลูกค้าที่มิใช่ผู้ลงทุนสถาบันและผู้ลงทุนรายใหญ่พิเศษไปลงทุนใน crypto ETF ต่างประเทศ