Sign In
กฎเกณฑ์

​​​​​​​​​​​​​การกำกับรายงานทางเงินและผู้สอบบัญชี


​​​3. การติดตามดูแลรายงานทางการเงินของกิจการในตลาดทุน 

       3.1 สรุปหลักเกณฑ์การจัดทำและนำส่งงบการเงิน

       3.2 หลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับ CFO และสมุห์บัญชี

       3.3 คู่มือ แนวปฏิบัติ และหนังสือเวียนที่เกี่ยวข้อง 


3.1 สรุปหลักเกณฑ์การจัดทำและนำส่งงบการเงิน

บการเงินและงบการเงินรวมของบริษัทต้องถูกต้องและน่าเชื่อถือ โดยจัดทำให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดตามมาตรา 56 และผ่านการตรวจสอบหรือสอบทาน โดยผู้สอบบัญชีที่ได้รับความเห็นชอบ

3.1.1 การจัดทำและนำส่งงบการเงินของบริษัทที่เสนอขายหุ้นที่ออกใหม่ต่อประชาชนในครั้งแรก (Initial Public Offering : IPO)
งบการเงินของบริษัทและงบการเงินรวมประจำงวดปีบัญชีล่าสุดและไตรมาสล่าสุดต้องถูกต้องและน่าเชื่อถือ โดย

               • จัดทำให้เป็นไปตามมาตรฐานการบัญชีที่ใช้บังคับกับบริษัทมหาชนจำกัดและเกณฑ์ที่กำหนดตามมาตรา 56

               • ตรวจสอบหรือสอบทาน โดยผู้สอบบัญชีที่ได้รับความเห็นชอบ (รายชื่อผู้สอบบัญชี)​

               • รายงานผู้สอบบัญชี ต้องไม่มีลักษณะ

      • ไม่แสดงความเห็นต่อการจัดทำงบการเงิน หรือแสดงความเห็นว่างบการเงินไม่ถูกต้อง

      • แสดงความเห็นอย่างมีเงื่อนไขในรายการบัญชีที่เป็นสาระสำคัญว่า ไม่เป็นไปตามมาตรฐานการบัญชี​​​

      • แสดงความเห็นว่าถูกจำกัดขอบเขตการตรวจสอบโดยบริษัทหรือผู้บริหาร


3.1.2 การจัดทำและนำส่งงบการเงินของบริษัทจดทะเบียน​

ระยะเวลาและเงื่อนไขการนำส่งงบการเงินของบริษัทไทยที่มีหุ้นเป็นหลักทรัพย์จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (บริษัท listed) มีดังนี้

​กรณีทั่วไป

-  งบการเงินไตรมาส 1 ไตรมาส 2** และไตรมาส 3 ฉบับสอบทาน ภายใน 45 วันนับแต่วันสุดท้ายของแต่ละไตรมาสดังกล่าว

-  ​งบการเงินประจำรอบปีบัญชี ฉบับตรวจสอบ ภายใน 2 เดือนนับแต่วันสิ้นสุดรอบระยะเวลาบัญชี 

กรณีส่งงบการเงินไตรมาส 4 ฉบับสอบทาน ก่อนส่งงบการเงินประจำรอบปีบัญชี ฉบับตรวจสอบ

-  งบการเงินไตรมาส 1 ไตรมาส 2** ไตรมาส 3 และไตรมาส 4 ฉบับสอบทาน ภายใน 45 วันนับแต่วันสุดท้ายของแต่ละไตรมาสดังกล่าว

-  ​งบการเงินประจำรอบปีบัญชี ฉบับตรวจสอบ ภายใน 3 เดือนนับแต่วันสิ้นสุดรอบระยะเวลาบัญชี

หมายเหตุ: **เลือกส่งงบการเงินไตรมาส 2 หรืองบการเงินประจำงวด  6 เดือน ที่ผ่านการตรวจสอบโดยผู้สอบบัญชีก็ได้ หากเลือกส่งงบการเงินประจำงวด 6 เดือน ให้ส่งงบการเงินดังกล่าวภายใน 2 เดือนนับแต่วันสุดท้ายของรอบระยะเวลา 6 เดือนแรกของปีบัญชี

         งบการเงินของบริษัท listed ต้องถูกต้องและน่าเชื่อถือ โดย

               • จัดทำให้เป็นไปตามมาตรฐานการบัญชีที่ใช้บังคับกับบริษัทมหาชนจำกัดและเกณฑ์ที่กำหนดตามมาตรา 56

               • ตรวจสอบหรือสอบทาน โดยผู้สอบบัญชีที่ได้รับความเห็นชอบ (รายชื่อผู้สอบบัญชี)​

               • รายงานผู้สอบบัญชี ต้องไม่มีลักษณะ

                     o ไม่แสดงความเห็นต่อการจัดทำงบการเงิน หรือแสดงความเห็นว่างบการเงินไม่ถูกต้อง

                     o แสดงความเห็นอย่างมีเงื่อนไขในรายการบัญชีที่เป็นสาระสำคัญว่า ไม่เป็นไปตามมาตรฐานการบัญชี

                     o แสดงความเห็นว่าถูกจำกัดขอบเขตการตรวจสอบโดยบริษัทหรือผู้บริหาร

         การจััดทำงบการเงินและรายงานตามมาตรา 56​


3.2 หลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับ CFO และสมุห์บัญชี

          3.2.1 คุณสมบัติ CFO และสมุห์บัญชี

              ผู้ที่ได้รับมอบหมายให้รับผิดชอบสูงสุดในสายงานบัญชีและการเงิน (“CFO") และผู้ที่ได้รับมอบหมายให้รับผิดชอบโดยตรงในการควบคุมดูแลการทำบัญชี (“สมุห์บัญชี")  ต้องมีคุณวุฒิการศึกษา ประสบการณ์ทำงาน และผ่านการอบรมความรู้ด้านบัญชี 

          3.2.2 การอบรมเตรียมความพร้อมทางบัญชีและการเงินหรือการพัฒนาความรู้ต่อเนื่องด้านบัญชีของ CFO และสมุห์บัญชี​

            CFO และสมุห์บัญชี ต้องผ่านการอบรมหลักสูตรการเตรียมความพร้อมทางบัญชีและการเงิน (“orientation course") หรือหลักสูตรการพัฒนาความรู้ต่อเนื่องด้านบัญชี การกำหนดเกณฑ์ดังกล่าวเป็นไปเพื่อให้มั่นใจได้ว่า CFO และสมุห์บัญชี ได้รับการพัฒนาความรู้ความสามารถอย่างต่อเนื่อง ดังนั้น สำนักงานจึงกำหนดแนวทางปฏิบัติในการเข้ารับการอบรม ดังต่อไปนี้

  1. จำนวนชั่วโมงการอบรม 

    ​​CFO และสมุห์บัญชีต้องผ่านการอบรม ดังต่อไปนี้

    • ​CFO

      • ​CFO ต้องผ่านการอบรม orientation course ไม่น้อยกว่า 12 ชั่วโมง ก่อนวันที่บริษัทผู้ขออนุญาตยื่นคำขออนุญาตต่อสำนักงาน

      • ปีต่อมา CFO ต้องผ่านการอบรมพัฒนาความรู้อย่างต่อเนื่องทางด้านบัญชี ไม่น้อยกว่า 6 ชั่วโมงต่อปีปฏิทิน อย่างไรก็ดี ในกรณีที่ CFO ไม่ได้เข้ารับการอบรมพัฒนาความรู้ต่อเนื่องทางด้านบัญชีในปีต่อ ๆ มาหลังจากผ่านการอบรม orientation course CFO ต้องเข้ารับการอบรมพัฒนาความรู้ต่อเนื่องทางด้านบัญชีอย่างน้อย 6 ชั่วโมง ก่อนวันที่บริษัทผู้ขออนุญาตยื่นคำขออนุญาตต่อสำนักงาน

    • ​สมุห์บัญชี

      • ​กรณีบริษัทไทย สมุห์บัญชีต้องเป็นผู้ทำบัญชีที่มีคุณสมบัติและเงื่อนไขของการเป็นผู้ทำบัญชีตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดในประกาศกรมพัฒนาธุรกิจการค้า  ในกรณีที่สมุห์บัญชีเข้ารับการอบรมพัฒนาความรู้ต่อเนื่องทางด้านบัญชีที่เป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดในประกาศกรมพัฒนาธุรกิจการค้าแล้ว ให้ถือว่าผ่านการอบรมพัฒนาความรู้ต่อเนื่องทางด้านบัญชีตามข้อกำหนดของประกาศฯ ที่ ทจ. 39/2559 ด้วย

      • ​กรณีบริษัทต่างประเทศ สมุห์บัญชีต้องผ่านการอบรมพัฒนาความรู้ต่อเนื่องทางด้านบัญชี ไม่น้อยกว่า 6 ชั่วโมงต่อปฏิทิน


  2. ขอบเขตเนื้อหาการอบรม
    เนื้อหาการอบรมจะต้องเป็นความรู้ที่เป็นประโยชน์ต่อการปฏิบัติงานของ CFO และสมุห์บัญชี ซึ่งได้แก่​

    • ​​หลักสูตร orientation โดยเนื้อหาของการอบรมจะว่าด้วยการทำหน้าที่ของ CFO ที่เกี่ยวข้องกับงบการเงิน การวิเคราะห์งบการเงิน หลักการและผลกระทบของมาตรฐานการบัญชีต่องบการเงิน ซึ่งจัดอบรมโดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับตลาดทุน เช่น ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย สภาวิชาชีพบัญชีในพระบรมราชูปถัมภ์ เป็นต้น ได้แก่หลักสูตรดังนี้

      • หลักสูตร CFO Focus on Financial Reporting ซึ่งจัดโดยสภาวิชาชีพบัญชีในพระบรมราชูปถัมภ์ (โดยสามารถนับจำนวนชั่วโมงของการอบรมในหลักสูตรดังกล่าว ที่มีการจัดอบรมก่อนวันที่ประกาศมีผลใช้บังคับ)

      • หลักสูตร Strategic CFO in Capital Markets สำหรับ Module: CFO and Financial Information Management ซึ่งจัดโดยศูนย์ส่งเสริมการพัฒนาความรู้ตลาดทุน (TSI) ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (โดยสามารถนับชั่วโมงการอบรมในหลักสูตรดังกล่าวที่มีการจัดอบรมก่อนวันที่ประกาศมีผลใช้บังคับ)

      • หลักสูตร Strategic Financial Leadership Beyond Accounting: Strategies to improve performance and financial management for sustainable success ซึ่งจัดโดยสมาคมบริษัทจดทะเบียนไทย (โดยสามารถนับชั่วโมงของการอบรมในหลักสูตรดังกล่าว ที่มีการจัดอบรมก่อนวันที่ประกาศมีผลใช้บังคับ)

      • หลักสูตร CFO's Orientation Course for New IPOs ซึ่งจัดโดยศูนย์ส่งเสริมการพัฒนาความรู้ตลาดทุน (TSI) ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (โดยสามารถนับชั่วโมงของการอบรมในหลักสูตรดังกล่าว ที่มีการจัดอบiมก่อนวันที่ประกาศมีผลใช้บังคับ)

    • ​การพัฒนาความรู้ต่อเนื่องด้านบัญชี โดยเนื้อหาของการอบรมจะว่าด้วยหลักการและผลกระทบของมาตรฐานการบัญชีที่มีในปัจจุบันหรือมาตรฐานการบัญชีใหม่ ๆ ที่สอดคล้องกับลักษณะธุรกิจหรือคาดว่าจะมีผลกระทบต่อการจัดทำงบการเงินของบริษัทโดยมีรูปแบบของกิจกรรมเป็นดังนี้

      • ​การเข้าอบรมหรือสัมมนา ที่จัดโดยหน่วยงานใด ๆ ที่สามารถนับเป็นจำนวนชั่วโมงการพัฒนาความรู้ต่อเนื่องทางวิชาชีพด้านบัญชีตามที่สภาวิชาชีพบัญชีกำหนด (ชั่วโมง CPD ที่เป็นทางการ สำหรับผู้ทำบัญชีหรือผู้สอบบัญชีด้านบัญชี) หรือจัดโดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในตลาดทุน เช่น ศูนย์ส่งเสริมการพัฒนาความรู้ตลาดทุน (TSI) ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย สมาคมส่งเสริมสถาบันกรรมการบริษัทไทย สมาคมบริษัทจดทะเบียนไทย เป็นต้น

      • การเข้าอบรมหรือสัมมนาซึ่งจัดภายในองค์กรของบริษัทผู้ขออนุญาต (in-house training) ต้องมีเนื้อหาการอบรมทางด้านบัญชีที่ว่าด้วยหลักการและผลกระทบของมาตรฐานการบัญชีที่สอดคล้องกับลักษณะธุรกิจหรือคาดว่าจะมีผลกระทบต่อการทำงบการเงินของบริษัท และวิทยากร/ผู้บรรยายต้องเป็นผู้มีความรู้ความเข้าใจในเรื่องที่จะอบรม หรือมีประสบการณ์ทำงานหรือการสอนในสาขานั้น ๆ อย่างเหมาะสม ซึ่งเนื้อหาและจำนวนชั่วโมงอบรมของหลักสูตรได้ผ่านการพิจารณาของคณะกรรมการตรวจสอบแล้วว่าสอดคล้องและเป็นประโยชน์ต่อบริษัทและเป็นไปตามกรอบเนื้อหาตามที่กำหนดข้างต้น

           อนึ่ง การเป็นวิทยากรหรือผู้บรรยายความรู้ สามมารถนับเป็นชั่วโมงการพัฒนาความรู้ต่อเนื่องด้านบัญชีได้ ในกรณีที่เป็นวิทยากรหรือผู้บรรยายความรู้ตามหลักสูตรการพัฒนาความต่อเนื่องด้านบัญชี

3.3 คู่มือ แนวปฏิบัติ และหนังสือเวียนที่เกี่ยวข้อง ​


ติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม

ฝ่าย​กำกับรายงานทางการเงิน

โทรศัพท์ 0-2263-6095