Sign In
กฎเกณฑ์

​​กองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐาน (Infrastructure Fund)


ประเทศต้องพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานที่จำเป็นอีกเป็นจำนวนมาก กองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐาน (Infrastructure Fund : IFF) สามารถช่วยในการขับเคลื่อนการพัฒนา โดยเปิดโอกาสให้รัฐและเอกชนที่ทำธุรกิจโครงสร้างพื้นฐาน นำโครงการที่มีรายได้มาระดมทุนจากผู้ลงทุน และนำเงินที่ระดมได้ไปใช้ในการพัฒนาโครงการใหม่ ๆ ลดภาระด้านงบประมาณและการก่อหนี้สาธารณะและเพิ่มทางเลือกและโอกาสในการลงทุนในสินทรัพย์โครงสร้างพื้นฐาน โดยได้รับการสนับสนุนด้านภาษีจากภาครัฐ ดังนี้

  • ยกเว้นภาษีเงินปันผลให้แก่บุคคลธรรมดาเป็นเวลา 10 ปี นับแต่วันจดทะเบียนกองทุน (ปัจจุบันเลือกหักภาษี ณ ที่จ่าย 10%)

  • ยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่ม (value-added tax (VAT)) / ภาษีธุรกิจเฉพาะ (Specific Business Tax (SBT)) / อากรแสตมป์ (stamp duty) สำหรับธุรกรรมการโอนทรัพย์สินเข้ากองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐาน

  • ลดหย่อนค่าธรรมเนียมกรมที่ดิน 



สรุปหลักเกณฑ์​


ประเภททรัพย์​สินที่ลงทุนได้


กิจการโครงสร้างพื้นฐาน 12 ประเภทที่ IFF ลงทุนได้  

  1. ​ระบบขนส่งทางราง หรือทางท่อ

  2. ไฟฟ้า   

  3. ประปา    

  4.  ถนน/ทางพิเศษ/ทางสัมปทาน

  5. ท่าอากาศยาน/สนามบิน 

  6. ท่าเรือน้ำลึก

  7. โทรคมนาคม หรือโครงสร้างพื้นฐานด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร

  8. พลังงานทางเลือก

  9. ระบบบริหารจัดการน้ำ และระบบการชลประทาน

  10. ระบบป้องกันภัยธรรมชาติ

  11. ระบบจัดการของเสีย

  12. กิจการที่มีลักษณะเป็นกิจการโครงสร้างพื้นฐานตาม (1) ถึง (11) หลายกิจการ (multi-infrastructure)   ประกอบกัน*

*(1) ​​มีความเชื่อมโยง ส่งเสริม หรือก่อให้เกิดประโยชน์ซึ่งกันและกัน หรือต่อชุมชนเดียวกันหรือใกล้เคียงกัน

 (2) ก่อให้เกิดหรือจะก่อให้เกิดรายได้เป็นมูลค่าไม่น้อยกว่า 80% ของรายได้รวมของกิจการทั้งหมดที่ประกอบกัน

       นั้น

 

​ลักษณะกา​รลงทุน


IFF สามารถเลือกลงทุนในรูปแบบต่าง ๆ ตามความเหมาะสม

  1. ​ลงทุนโดยตรงในทรัพย์สิน ผ่านการถือครองกรรมสิทธิ์ : เหมาะสมกับทรัพย์สินโครงสร้างพื้นฐานที่สามารถโอนความเป็นเจ้าของได้ เช่น ทรัพย์สินโครงสร้างพื้นฐานของเอกชน 

  2. ลงทุนในสัญญาแบ่งรายได้หรือสิทธิการเช่า :  เหมาะสมกับทรัพย์สินที่เป็นของรัฐและไม่สามารถโอนกรรมสิทธิ์/สัมปทานได

  3. ลงทุนผ่านบริษัทลูกของ IFF*

* ​รวมถึงการให้กู้ยืมเงินแก่บริษัทย่อยได้ด้วย 

  • รูปแบบการลงทุน
  • ​​รูปแบบการลงทุนทางตรงในทรัพย์สินโครงสร้างพื้นฐาน

 pic1.png                      

  • ​รูปแบบการลงทุนในสัญญาแบ่งรายได้ 
pic2.png
 
  • ​​ลงทุนผ่านบริษัทลูกของ IFF

pic3.png
 

ลักษณ​ะสำคัญ


1. ​​IFF ต้องระดมทุนไม่น้อยกว่า 2,000 ล้านบาท

​2. นำเงินไปลงทุนในทรัพย์สินโครงสร้างพื้นฐาน แต่ละโครงการ ≥ 1,000 ล้านบาท

ยกเว้น (1) กิจการไฟฟ้าไม่กำหนดมูลค่าโครงการขั้นต่ำ

​  (2) การลงทุนใน multi-infrastructure ต้องมีมูลค่าการลงทุนในแต่ละกิจการ​

​​       ที่ประกอบกันนั้น ≥ 500 ล้านบาท

​​3. ​​​ทรัพย์สินที่ลงทุนต้องเป็นกิจการโครงสร้างพื้นฐานที่เป็นไปเพื่อประโยชน์หรือให้บริการแก่ประชาชนในวงกว้างของประเทศไทย

​ในกรณีที่ผู้ซื้อผลิตภัณฑ์/ใช้บริการไม่ใช่ภาครัฐ กิจการโครงสร้างพื้นฐานต้องจำหน่ายสินค้าหรือให้บริการแก่


​​ลูกค้าแต่ละราย หรือแต่ละกลุ่มกิจการเดียวกันไม่เกิน 1 ใน 3 ของกำลังการผลิตติดตั้งหรือกำลังการให้

บริการสูงสุด เว้นแต่ เป็นกิจการโครงสร้างพื้นฐาน ที่ทำให้ประชาชนในวงกว้างได้รับประโยชน์ทางอ้อมในด้าน

สุขอนามัย ด้านสิ่งแวดล้อมที่ดีและด้านความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน


4. ชื่อกองทุนมีคำว่า “กองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐาน" นำหน้า และคำแสดงประเภทกิจการโครงสร้างพื้นฐานที่กองทุนลงทุน

5. เป็นกองทุนประเภทไม่รับซื้อคืนหน่วยลงทุน

6. ระบุกิจการโครงสร้างพื้นฐานที่กองทุนจะลงทุนไว้อย่างชัดเจนในโครงการจัดการกองทุนและหนังสือชี้ชวน

7. ลงทุนในทรัพย์สินโครงสร้างพื้นฐาน ≥ 75% ของมูลค่าทรัพย์สินรวมให้ได้ภายใน 6 เดือนนับแต่วันจดทะเบียนกองทุน

8. การลงทุนในโครงการที่ไม่แล้วเสร็จ (greenfield project)

  • ​ลงทุนใน greenfield project ≤ 30% ของมูลค่าทรัพย์สินรวม ต้องเสนอขายต่อผู้ลงทุนทั่วไป500 ราย และต้องนำหน่วยลงทุนไปจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ   

  • ​​ลงทุนใน greenfield project > 30% ของมูลค่าทรัพย์สินรวม ต้องเสนอขายต่อผู้ลงทุนรายใหญ่≥ 35 ราย (ซื้อหน่วยลงทุนตั้งแต่ 10 ล้านบาทขึ้นไป) และห้ามนำหน่วยลงทุนไปจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์จนกว่าทรัพย์สินเริ่มมีรายได้ (จากนั้นต้องจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ภายใน 3 ปีนับแต่เริ่มมีรายได้) 

9. จัดหาประโยชน์โดยให้เช่าหรือให้สิทธิแก่บุคคลอื่น (IFF ไม่ประกอบกิจการโครงสร้างพื้นฐาน)

10. IFF กู้ยืมเงินได้ ≤ 3 เท่าของส่วนทุน และต้องเป็นหนี้สินแบบไม่มีสิทธิไล่เบี้ย (non-recourse debt)


​การถือหน่วยล​งทุน

  1. บุคคลใดหรือกลุ่มบุคคลเดียวกัน ห้ามถือหน่วยลงทุนเกิน 1 ใน 3 ของจำนวนหน่วยลงทุนทั้งหมด*

  2. ออกหน่วยลงทุนหลายชนิดที่ให้ผลตอบแทนต่างกันได้  ทั้งนี้ หน่วยลงทุนทุกชนิดต้องมีมูลค่า
    ที่ตราไว้ (par) เท่ากัน และห้ามจัดสรรให้บุคคลใดหรือกลุ่มบุคคลเดียวกันใด > 50% ของจำนวนหน่วยลงทุนแต่ละชนิด

  3. หน่วยลงทุนที่ถือเกินอัตราที่กำหนดจะไม่ได้รับเงินปันผลและไม่มีสิทธิออกเสียงลงมติ

  4. มี foreign limit เช่นเดียวกับกฎหมายที่ใช้บังคับกับกิจการโครงสร้างพื้นฐาน ที่ IFF ลงทุน

* ในกรณีที่กองทุนรวมมีผู้ขายทรัพย์สินโครงสร้างพื้นฐาน (sponsor) หลายราย หน่วยลงทุนที่ sponsor ทุกรายถือรวมกันต้องไม่เกิน 1 ใน 3 ของจำนวนหน่วยลงทุนทั้งหมด

ต้องมีการคำนวณขนาดรายการ และดำเนินการตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด เช่น การขอความเห็นชอบของผู้ดูแลผลประโยชน์ หรือขอมติจากผู้ถือหน่วยลงทุน


 การจ่ายปัน​ผล

pic4.png
 


การประเมินค่าทรัพย์สิ​นโครงสร้างพื้นฐาน

    

   การประเมินค่าทรัพย์สินโครงสร้างพื้นฐาน สรุปสาระสำคัญได้ดังนี้

1. ผู้ประเมิน : นิติบุคคลที่มีประสบการณ์/ความเชี่ยวชาญ

2. ประเมินเต็มรูปแบบ และเพื่อวัตถุประสงค์สาธารณะ

3. ประเมินก่อนซื้อหรือขาย ไม่เกิน 1 ปี

4. ทรัพย์สินโครงสร้างพื้นฐาน ≥ 50 ล้านบาท ต้องผ่านการประเมิน

5. ถ้าทำธุรกรรมกับผู้ที่เกี่ยวข้อง ต้องมีผู้ประเมิน 2 ราย (รวมถึงกรณีซื้อทรัพย์สินจากผู้ถือหน่วยลงทุนรายใหญ่หรือผู้ที่เกี่ยวข้องกับบุคคลดังกล่าว)

6. มีการประเมินใหม่อย่างน้อยทุก 3 ปีนับจากการประเมินครั้งล่าสุด

7. ห้ามผู้ประเมินรายเดียวกันประเมินค่าทรัพย์สินโครงสร้างพื้นฐานโครงการเดียวกัน ติดต่อกันเกิน 2ครั้ง

8. ​หาก บลจ. เห็นว่ามีเหตุการณ์ที่อาจกระทบต่อมูลค่าทรัพย์สินโครงสร้างพื้นฐานอย่างมีนัยสำคัญ หรือได้รับการร้องขอจากผู้ดูแลผลประโยชน์หรือผู้สอบบัญชีของ IFF บลจ. ต้องประเมินค่าทรัพย์สินโครงสร้างพื้นฐานใหม่โดยไม่ชักช้า

​ 

การเปิดเผยข้อมู​ล

       IFF ต้องเปิดเผยข้อมูลสำคัญ ดังต่อไปนี้

  1. มูลค่าทรัพย์สิน มูลค่าทรัพย์สินสุทธิ และมูลค่าหน่วยลงทุนของ IFF – รายไตรมาส

  2. งบการเงิน - รายไตรมาส และรายปี

  3. รายงานประจำปี

  4. รายงานความคืบหน้าของโครงการ กรณี IFF มีการลงทุนใน greenfield project - ทุก 6 เดือน

  5. รายงานเมื่อมีเหตุการณ์หรือการเปลี่ยนแปลงที่อาจมีผลกระทบต่อ IFF อย่างมีนัยสำคัญหรือตามที่ ก.ล.ต. กำหนด

การเลิก IFF
 
  1. จำนวนผู้ถือหน่วยลงทุน < 35 ราย

  2. IFF มีการจำหน่ายทรัพย์สินโครงสร้างพื้นฐาน และบลจ. ได้ลดเงินทุนของ IFF เพื่อคืนเงินให้ผู้ถือหน่วยลงทุน
    จนทำให้ IFF มีเงินทุนจดทะเบียน < 2,000 ล้านบาท (คำนวณตาม par)

  3. IFF มีการจำหน่ายทรัพย์สินโครงสร้างพื้นฐาน และบลจ. ไม่สามารถดำเนินการให้กองทุนมีทรัพย์สินโครงสร้าง
    พื้นฐาน ≥1,500 ล้านบาท และ ≥ 75% ของมูลค่าทรัพย์สินรวมได้ภายใน 1 ปี

  4. ก.ล.ต. มีคำสั่งเพิกถอนการอนุมัติให้จัดตั้ง IFF​​​



กฎเกณฑ์ที่เกี่ยวข้อง​



ติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม

ฝ่ายจดทะเบียนหลักทรัพย์  1-3​

โทรศัพท์ 0-2033-9694